วันอังคาร ที่ 10 มีนาคม 2569

Login
Login

'พิพัฒน์' สั่ง 'คมนาคม' คุมขนส่งสาธารณะ ตรึงราคาค่าโดยสาร

'พิพัฒน์' สั่ง 'คมนาคม' คุมขนส่งสาธารณะ ตรึงราคาค่าโดยสาร

“พิพัฒน์” กำชับคมนาคมคุมค่าโดยสารทุกระบบ รับมือความผันผวนพลังงานจากสถานการณ์ตะวันออกกลาง ย้ำผู้ให้บริการตรึงอัตราค่าโดยสารในช่วงที่รัฐบาลยังตรึงราคาน้ำมันดีเซลภายในประเทศ

นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า ตามข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรี นายอนุทิน ชาญวีรกูล ที่ให้ทุกหน่วยงานเตรียมมาตรการรองรับสถานการณ์ความตึงเครียดในภูมิภาคตะวันออกกลาง ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อราคาพลังงานโลก กระทรวงคมนาคม โดย นายชยธรรม์ พรหมศร ปลัดกระทรวงคมนาคม ได้หารือหน่วยงานในสังกัดที่เกี่ยวข้องเร่งกำหนดมาตรการดูแลประชาชน โดยเฉพาะการควบคุมอัตราค่าโดยสารของระบบขนส่งสาธารณะไม่ให้มีการปรับขึ้นเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด

ทั้งนี้ กระทรวงคมนาคม ได้จัดตั้งศูนย์ติดตามสถานการณ์ (War Room) เพื่อติดตามผลกระทบจากสถานการณ์ความไม่สงบในตะวันออกกลางอย่างใกล้ชิด และกำกับดูแลผู้ประกอบการขนส่งทุกประเภท เพื่อไม่ให้มีการขึ้นค่าโดยสารหรือค่าขนส่งสินค้าเกินกว่ากรอบที่กำหนดไว้ในกฎหมาย พร้อมทั้งขอความร่วมมือผู้ให้บริการตรึงอัตราค่าโดยสารในช่วงที่รัฐบาลยังตรึงราคาน้ำมันดีเซลภายในประเทศ 

ขณะเดียวกันได้สั่งการให้หน่วยงานในสังกัด ได้แก่ กรมการขนส่งทางบก กรมราง กรมเจ้าท่า และสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย เร่งดำเนินมาตรการในแต่ละระบบการขนส่งอย่างใกล้ชิด แบ่งเป็น

  • การขนส่งทางบก ให้ตรวจสอบ และกวดขันรถโดยสารประจำทาง รถสาธารณะ และรถรับจ้างทุกประเภท ให้คิดค่าโดยสารตามอัตราที่กฎหมายกำหนดอย่างเคร่งครัด
  • การขนส่งทางน้ำ ให้ตรวจสอบผู้ประกอบการเรือโดยสาร และเรือขนส่งสินค้าไม่ให้คิดค่าบริการเกินกว่าที่กำหนด พร้อมติดตามค่าระวางสินค้าระหว่างประเทศอย่างใกล้ชิด
  • การขนส่งทางอากาศ ให้กำกับดูแลสายการบินในการกำหนดค่าโดยสาร และค่าขนส่งสินค้าให้เป็นไปตามกฎหมาย รวมถึงพิจารณามาตรการตรึงค่าโดยสารในช่วงสถานการณ์ผันผวน
  • การขนส่งทางราง ให้ประเมินความเสี่ยงจากต้นทุนพลังงาน โดยเฉพาะรถจักรที่ใช้เชื้อเพลิงดีเซล เพื่อเตรียมแนวทางบริหารความเสี่ยงล่วงหน้า 

นายพิพัฒน์ กล่าวเพิ่มเติมว่า กระทรวงคมนาคมยังได้สั่งการให้ทุกหน่วยงานรวบรวมข้อมูลการใช้พลังงานในภาคการขนส่ง รายงานสถานการณ์ให้ศูนย์ปฏิบัติการเฝ้าระวัง และเตือนภัย ด้านการคมนาคม (ศผส.คค.) ทราบอย่างต่อเนื่อง เพื่อเตรียมความพร้อมในการจัดหาเชื้อเพลิงให้เพียงพอต่อการให้บริการสาธารณะ และศึกษามาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการ หากสถานการณ์ยืดเยื้อจนส่งผลกระทบต่อระบบขนส่ง

“รัฐบาลให้ความสำคัญกับการดูแลประชาชนเป็นอันดับแรก กระทรวงคมนาคมจะกำกับดูแลไม่ให้เกิดการขึ้นค่าโดยสารเกินกว่ากฎหมายกำหนด และติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เพื่อให้ระบบขนส่งสาธารณะยังคงให้บริการประชาชนได้อย่างต่อเนื่องและเป็นธรรม” นายพิพัฒน์ กล่าว

 

 

 


พิสูจน์อักษร....สุรีย์   ศิลาวงษ์