แม้สถานการณ์ในตะวันออกกลางกำลังระอุ จนถึงขั้นเดือดจนสุดจะคาดเดาถึงบทสรุป แต่โอกาสของเศรษฐกิจฮาลาล หรือ The Global Halal Economy ยังไม่หยุดนิ่งไปกับไฟสงครามแต่อย่างใด
ข้อมูลจาก สำนักงานตัวแทนส่งเสริมการค้า(สตท.) ณ เมืองฮิโรชิมา ประเทศญี่ปุ่น ระบุว่า การเพิ่มขึ้นของจำนวนประชากรมุสลิมในญี่ปุ่นและนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เพิ่มขึ้นจาก1.1แสนคนในปี2010เป็น3.5แสนคนในปี2024 นั้นเป็นเเรงส่งสำคัญต่อเศรษฐกิจฮาลาลในแดนอาทิตอุทัยนี้ โดยจำนวนนักท่องเที่ยวจากประเทศมุสลิม เช่น มาเลเซีย อินโดนีเซีย ฯลฯ มีมากกว่า1ล้านคนต่อปี และหากเป็นช่วงเวลากิจกรรมสำคัญๆ เช่น โอลิมปิค งานมหกรรมOsaka Expo ขนาดตลาดที่ต้องการสินค้าฮาลาลจะมีจำนวนใหญ่มากขึ้นไปอีก
“ยังมีปัจจัยความพยายามในการสนับสนุนโดยภาครัฐและเอกชน เช่น กระทรวงเกษตร ป่าไม้และประมง และองค์การส่งเสริมการท่องเที่ยว ที่มีการให้เงินอุดหนุนแก่ร้านอาหารเพื่อส่งเสริมมาตรฐานและการรับรองอาหารฮาลาล และยังมีการตระหนักรู้ในกลุ่มผู้บริโภคทำให้เข้าใจมากขึ้นเกี่ยวกับอาหารฮาลาล จึงทำให้ญี่ปุ่นเป็นโอกาสที่น่าสนใจแห่งใหม่”
นอกจากนี้ ยังพบปัจจัย ผู้บริโภคที่ไม่ได้เป็นมุสลิมต่างยอมรับอาหารฮาลาลในด้านสุขภาพ ความปลอดภัยและผลทางจริยธรรม ซึ่งสะท้อนผ่านผลสำรวจที่ พบว่า 29%ของผู้บริโภคญี่ปุ่นสนใจอาหารฮาลาล โดยเฉพาะในกลุ่มวัย35-44ปี สัดส่วนสูงถึง41% ขณะเดียวกันยังพบการมองเห็นโอกาสในการส่งออกของผู้ผลิตในญี่ปุ่น เช่น เนื้อวากิว เครื่องปรุงอาหาร ขนม ฯลฯ ที่ต่างดำเนินการเพื่อขอการรับรองสินค้าฮาลาล โดยปัจจุบันมีบริษัทกว่า1,000รายที่ได้รับการรับรองแล้ว
“ ญี่ปุ่นเป็นตลาดใหม่สำหรับสินค้าอาหารฮาลาล โดยในปี2025มีมูลค่า1.68แสนล้านดอลลาร์ และมีการคาดการว่าในระหว่างปี2025-2035จะมีการขยายตัวโดยเฉลี่ย 8.3 % ต่อปี เป็น 3.40แสนล้านดอลลาร์ การพัฒนาการของตลาดอาหารฮาลาลในญี่ปุ่นได้ก้าวข้ามขอบเขตของการปฏิบัติทางศาสนาไปจนกลายเป็นสัญลักษณ์ของคุณภาพ ความปลอดภัยและความหลากหลายทางวัฒนธรรม”
ทั้งนี้ ตลาดอาหารฮาลาลมีความหลากหลายของประเภทอาหาร ไม่ว่าจะเป็นเนื้อสัตว์ อาหารทะเล ผลิตภัณฑ์นม ธัญพืช ขนม ไปจนถึงน้ำมันและไขมันปรุงอาหาร และมีการจำหน่ายทั้งในร้านค้าปลีกแบบดั้งเดิม ซุปเปอร์มาร์เกต และผ่านทางออนไลน์ โดยพบว่ามีความต้องการส่วนใหญ่ในพื้นที่เขตคันโต (พื้นที่ตะวันออกโดยมีกรุงโตเกียวเป็นศูนย์กลาง) คิงคิ (พื้นที่ตะวันตกตอนกลางบริเวณรอบนครโอซากา) และจูบุ (พื้นที่ตอนกลางบริเวณรอบนครนาโกย่า)
ข้อมูลยังระบุอีกว่า การผสมผสานและยกระดับอาหารพบว่ามีการใช้วัตถุดิบฮาลาลในการปรุงเป็นอาหารแบบผสมผสาน เช่น การใช้วากิวฮาลาลของญี่ปุ่นเองไปปรุงแต่งเป็นอาหารระดับพรีเมียม มุ่งเป้านักท่องเที่ยวรวมถึงผู้คนในพื้นที่ซึ่งสนใจความแปลกใหม่ การขยายตัวของช่องทางจำหน่ายซึ่งแต่เดิมจะมีจำหน่ายในร้านค้าปลีกเฉพาะอาหารฮาลาล แต่ปัจจุบันสามารถซื้อหาอาหารฮาลาลได้ไม่ว่าในซุปเปอร์มาร์เกต ร้านสะดวกซื้อ แม้แต่ร้านMujiก็มีการนำเข้าไปจำหน่าย
“การนำเทคโนโลยีมาใช้เพื่อส่งเสริมธุรกิจเช่น การใช้บล็อกเชนเพื่อให้เกิดความโปร่งใสของห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain) การจัดตั้งแพล็ตฟอร์มB2Bชื่อJIOHAS สำหรับธุรกิจฮาลาลของญี่ปุ่นเพื่อเชื่อมโยงระหว่างผู้ผลิตของญี่ปุ่นกับเครือข่ายผู้ซื้อในต่างประเทศ”
ในส่วนโอกาสสำหรับผู้ผลิตผู้ส่งออกไทย สตท. ณ เมืองฮิโรชิมา ระบุว่า สำหรับสินค้าอาหารฮาลาลของไทย โดยสิ่งสำคัญที่สุดคือ คุณภาพและความปลอดภัยของสินค้า นอกจากนั้น ตลาดญี่ปุ่นต้องการความมั่นคงและสม่ำเสมอของอุปทานและการส่งมอบสินค้าที่ตรงเวลา อีกทั้งการพัฒนาสินค้าให้มีความหลากหลายก็จะช่วยดึงดูดความสนใจของผู้บริโภคยิ่งขึ้น
พล.ต.ต.สุรินทร์ ปาลาเร่ เลขาธิการคณะกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทย (CICOT) กล่าวว่า โอกาสที่จะส่งเสริมผู้ประกอบการไทยและต่างประเทศ เพื่อสร้างการเชื่อมโยงทางธุรกิจร่วมกัน คือ Grand Halal Bangkok 2026 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 15-17 ก.ค. 2569 ที่ ไบเทค ซึ่งเป็นงานเดียวที่จัดโดย CICOT ซึ่งเป็นองค์กรอิสลามสูงสุดของประเทศมีหน้าที่ ดูแลกิจการศาสนาอิสลาม การรับรองฮาลาล และความร่วมมือกับองค์กรรับรอง Halal ทั่วโลกในการผลักดันประเทศไทยให้เป็นศูนย์กลางฮาลาลที่น่าเชื่อถือในระดับโลก
“ Grand Halal Bangkok 2026 เป็นการต่อยอดความสำเร็จของการจัดการเมื่อปีที่ผ่านมา ด้วยจำนวน ผู้แสดงสินค้าที่ร่วมงานปีนี้ มากว่า 600 ราย จาก 25 ประเทศ และคาดว่าจะมีผู้เข้าชมงาน 12,000 คน จาก 70 ประเทศทั่วโลก”
การแสวงหาโอกาสใหม่ทางธุรกิจเป็นอีกช่องทางสำคัญที่จะพาธุรกิจให้อยู่รอด และ เติบโตได้ท่ามกลางความผันผวนของโลกไม่ว่าจะเป็นด้านการค้า หรือ ไฟสงครามก็ตาม





