วันพุธ ที่ 4 มีนาคม 2569

Login
Login

'ตลท. - สภาตลาดทุนฯ' แจงวงประชุมตะวันออกกลางฯ หุ้นไทยยังแกร่งแม้ปรับลดวันนี้ 81 จุด

'ตลท. - สภาตลาดทุนฯ' แจงวงประชุมตะวันออกกลางฯ หุ้นไทยยังแกร่งแม้ปรับลดวันนี้ 81 จุด

นายอัสสเดช คงสิริ กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) กล่าวภายหลังการประชุมหารือผลกระทบจากความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลาง ครั้งที่ 2/2569 วันนี้ (4 มี.ค.) ที่ทำเนียบรัฐบาลว่าสถานการณ์ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) ในวันนี้ดัชนีตลาดหลักทรัพย์ฯ ปรับตัวลดลง 81.90 จุด หรือคิดเป็น 5.6% มาอยู่ที่ระดับ 1,384 จุด โดยหากรวมผลกระทบ 2 วัน (วันจันทร์และวันพุธ) ดัชนีลดลงไปรวมทั้งสิ้น 144 จุด  โดยมีมูลค่าการซื้อขายสูงเป็นประวัติการณ์ สูงถึง 160,000 ล้านบาท ซึ่งถือเป็นมูลค่าการซื้อขายที่สูงเป็น อันดับ 3 ในประวัติศาสตร์ของตลาดหลักทรัพย์ไทย

ทั้งนี้หากมองภาพรวมตั้งแต่ต้นปี แม้ว่าตลาดหุ้นไทยจะปรับลดลงแรงในช่วง 2 วันนี้ แต่หากดูตั้งแต่ต้นปีจนถึงปัจจุบัน ตลาดหุ้นไทยยังคงเป็นบวกอยู่ประมาณ 10% และเป็นตลาดที่ให้ผลตอบแทนดีเป็นอันดับ 3 ในเอเชีย รองจากเกาหลีใต้และไต้หวันเท่านั้น

โดยการปรับลดของตลาดหุ้นในวันนี้ในช่วงเวลา 12:11 น.มีการใช้มาตรการควบคุมความผันผวนโดยการใช้ Circuit Breaker เมื่อดัชนีได้ปรับลดลงไปถึง 8%

เพื่อหยุดพักการซื้อขายชั่วคราว เพื่อให้นักลงทุนมีเวลาวิเคราะห์ข้อมูลที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ก่อนจะกลับมาเปิดซื้อขายอีกครั้งในเวลา 14:00 น. ซึ่ง สำนักงาน ก.ล.ต. และตลาดหลักทรัพย์ฯ ได้ใช้เกณฑ์การซื้อขายที่มีความยืดหยุ่นและเครื่องมือติดตามสภาพคล่องเพื่อรองรับความผันผวนที่เกิดขึ้น ซึ่งสามารถดูแลความผันผวนของตลาดได้เป็นอย่างดี

ด้านนายกอบศักดิ์ ภูตระกูล ประธานกรรมการสภาธุรกิจตลาดทุนไทย แถลงว่าสถานการณ์ของตลาดหุ้นไทยในวันนี้แม้ตลาดจะผันผวน แต่ข้อมูลระบุว่านักลงทุนต่างชาติและนักลงทุนรายย่อยยังคงเป็นผู้ซื้อสุทธิ (Net Buy) โดยเฉพาะในวันพุธที่ต่างชาติซื้อสุทธิกว่า 1,000 ล้านบาท โดยการที่ตลาดปรับลงมาจาก ลงทุนสถาบันการเงินและบุคคลภายในประเทศที่เกิดความตระหนก (Panic) ต่อสถานการณ์ความขัดแย้งและราคาน้ำมัน

ซึ่งสถานการณ์ในตลาดหุ้นไทยเหมือนกับประเทศเกาหลีใต้ และญี่ปุ่น ที่นักลงทุนมีความกังวลจากเรื่องราคาน้ำมัน เนื่องจากประเทศไทยพึ่งพานำเข้าน้ำมันจากตะวันออกกลางประมาณ 50% อย่างไรก็ตามภาคส่วนที่เกี่ยวข้องเชื่อว่าเมื่อมีการสร้างความเข้าใจที่ถูกต้อง ดัชนีจะกลับคืนสู่ภาวะปกติได้เร็วเนื่องจากพื้นฐานทางเศรษฐกิจยังไม่เปลี่ยนแปลง

นอกจากนี้ขณะนี้สภาวะแวดล้อมในตลาดทุนต่างประเทศเริ่มมีสัญญาณบวก เช่น ตลาดในยุโรปและตลาดฟิวเจอร์สของสหรัฐฯ และญี่ปุ่นที่เริ่มปรับตัวดีขึ้น ซึ่งเชื่อว่าจะช่วยส่งเสริมความเชื่อมั่นให้กับตลาดทุนไทยให้กลับเข้าสู่ภาวะปกติได้เร็วขึ้นเช่นกัน