วันพุธ ที่ 4 มีนาคม 2569

Login
Login

‘อนุทิน’ สั่งเร่งหาแหล่งน้ำมันใหม่ใน 1 สัปดาห์ ลดพึ่งพาพลังงานในตะวันออกกลาง

‘อนุทิน’ สั่งเร่งหาแหล่งน้ำมันใหม่ใน 1 สัปดาห์  ลดพึ่งพาพลังงานในตะวันออกกลาง

ทำเนียบรัฐบาล – เมื่อวันที่ 4 มีนาคม 2569 เวลา 18.45 น.  นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คลัง กล่าวว่าผลกระทบจากสงครามตะวันออกกลางในขณะนี้ถือว่ายังส่งผลกระทบกับเศรษฐกิจไทย จำกัด โดยในด้านเศรษฐกิจในภาพรวม สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ได้นำเสนอสถานการณ์ล่าสุดเมื่อวันที่ 3 มีนาคม 2569 โดยราคาน้ำมันดิบเฉลี่ย 3 ตลาดและราคาก๊าซธรรรมชาติปรับเพิ่มขึ้น 12.9 % และ 6.8% เมื่อเทียบกับวันที่ 27 ก.พ.ตามลำดับ ขณะที่ตลาดหลักทรัพย์ทั่วโลกปรับตัวลดลง ที่สำคัญได้แก่ ดัชนี 5&P500 -64.99 และดัชนีตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยปรับตัวลดลง -81.90 ส่วนค่าเงินบาทอ่อนค่าลงเล็กน้อย โดยอยู่ที่ 31.55 บาทต่อดอลลาร์

ส่วนราคาน้ำมันในตลาดโลกในส่วนของราคา WTI ปรับตัวเพิ่มขึ้นประมาณ 5% มาอยู่ที่ประมาณ 75 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล อย่างไรก็ตามการที่มีการปิดช่องแคบฮอร์มุซ นั้นมีผลกระทบต่อราคาพลังงาน และการขนส่งพลังงานในระยะต่อไป

ทั้งนี้ ที่ประชุมได้มอบหมายให้กระทรวงพลังงานได้เร่งรัดการจัดหาพลังงานจากแหล่งใหม่เพิ่มเติม เพื่อลดการนำเข้าน้ำมันดิบจากภูมิภาคตะวันออกกลางซึ่งจะช่วยให้มีปริมาณน้ำมันภายในประเทศเพียงพอต่อการใช้งานภายในประเทศ ขณะเดียวกัน กระทรวงยังดำเนินการบริหารจัดการเพื่อไม่ให้กักตุนปริมาณน้ำมันในช่วงที่ราคาปรับขึ้นและติดตามไม่ให้เกิดความแตกต่างของราคาระหว่างผู้ค้า

ทั้งนี้ ที่ประชมได้มอบหมายให้กระทรวงพลังงานดำเนินการดังนี้

1.) จัดหาแหล่งนำเข้าพลังงานเพิ่มเติมจากแหล่งอื่นๆ ที่ยังไม่ได้รับผลกระทบ โดยแจ้งรายงานให้นายกรัฐมนตรีทราบภายใน 1 สัปดาห์

2.) ดำเนินการร่วมกับกระทรวงการคลังเพื่อหาแนวทางในการลดผลกระทบต่อระดับราคาพลังงานภายในประเทศ โดยหากราคาน้ำมันสูงขึ้น จะพิจารณาใช้มาตรการทางภาษีได้หากมีความจำเป็น  รวมทั้งอาจมีการพิจารณากลไกอื่น ๆ ในการรักษาเสถียรภาพราคาพลังงานภายในประเทศ เพื่อให้สามารถดำเนินการช่วยเหลือประชาชนได้อย่างทันท่วงทีหากสถานการณ์ยืดเยื้อ

3.) ดำเนินการร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการกำกับกับกิจการพลังงานในการจัดหาก๊าซธรรมชาติเพิ่มเติมจากแหล่ง อื่น ๆ ควบคู่ไปกับการบริหารจัดการแหล่งพลังงานที่ใช้ในการผลิตไฟฟ้าให้เพียงพอมีความเหมาะสมกับสถานการณ์

รวมถึงพิจารณาทำสัญญาเพิ่มเติมกับประเทศเพื่อนบ้านอย่างมาเลเซีย สำหรับการผลิตกระแสไฟฟ้า รัฐบาลเตรียมเร่งการผลิตก๊าซธรรมชาติจากอ่าวไทย ท่อส่งก๊าซจากพม่า และแหล่งพื้นที่พัฒนาร่วมไทย-มาเลเซีย (JDA) ซึ่งจะรีบนำเรื่องเข้า ครม.ต่อไป

นายพิพัฒน์  รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คมนาคม แถลงผลการประชุมประเมินสถานการณ์ความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลาง นายพิพัฒน์ กล่าวว่า จากการรายงานของกระทรวงพลังงานยืนยันว่าสถานการณ์ขณะนี้ยังไม่มีการขาดแคลน โดยประเทศไทยขณะนี้มีปริมาณสำรองสูงสุดกว่า 90 วันซึ่งในส่วนนี้เป็นการรวมปริมาณทั้งหมดที่ประเทศไทยสามารถนำเข้ามาจากแหล่งต่างๆทั่วโลก โดยในส่วนที่ก่อนหน้านี้ กระทรวงพลังงาน ระบุว่ามีเพียงพอ 60 วัน นั้นคิดเฉพาะส่วนที่หากไม่สามารถนำเข้าน้ำมันจากตะวันออกกลางได้ อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันประเทศไทยนำเข้าน้ำมันที่ผ่านช่องแคบฮอร์มุชมาในสัดส่วน 50%  เท่านั้น แต่หากรวมการจัดหาน้ำมันจากแหล่งอื่นที่ไม่ต้องผ่านช่องแคบฮอร์มุซจะคิดเป็น 90 วัน

นายสราวุธ แก้วตาทิพย์ อธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน กล่าวว่าปัจจุบันปริมาณสำรองน้ำมันในประเทศไทย 60 วันแบ่งเป็นน้ำมันสำรองตามกฎหมาย 25 วัน working stock 13 วัน และปริมาณน้ำมันที่เป็นกรรมสิทธิ์ของไทยซึ่งกำลังเดินทางผ่านช่องแคบฮอร์มุซอีก 22 วัน ที่กำลังทยอยเดินทางมายังประเทศไทย

เมื่อถามว่ากรณีที่มีการหาแหล่งน้ำมันเพิ่มเติมจะมีการเจรจากับแหล่งน้ำมันใดบ้าง นายสราวุธกล่าวว่าสามารถ เร่งเจรจาเพื่อขอซื้อน้ำมันเพิ่มจากคู่ค้าในกลุ่ม สหรัฐอเมริกา (USA), แอฟริกาตะวันตก (West Africa) และประเทศอื่น ๆ ในภูมิภาคที่ไทยมีการนำเข้าอยู่แล้ว ส่วนการทำสัญญาใหม่มุ่งเน้นไปที่ประเทศเพื่อนบ้านและประเทศในภูมิภาคที่มีศักยภาพ เช่น มาเลเซีย และประเทศใกล้เคียงอื่น ๆ เพื่อทำสัญญาซื้อขายเพิ่มเติมให้มั่นใจว่าจะมีน้ำมันไหลเข้าประเทศอย่างต่อเนื่อง