วันพุธ ที่ 4 มีนาคม 2569

Login
Login

'พิพัฒน์-เอกนิติ' นั่งหัวโต๊ะประชุมรับมือตะวันออกกลาง จ่อเคาะทางเลือกเพิ่มสำรองน้ำมันในประเทศ

'พิพัฒน์-เอกนิติ' นั่งหัวโต๊ะประชุมรับมือตะวันออกกลาง จ่อเคาะทางเลือกเพิ่มสำรองน้ำมันในประเทศ

วันนี้ (4 มี.ค.69) เวลา 16.30 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย มอบหมายให้นายพิพัฒน์  รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คมนาคม และนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คลัง เป็นประธานการประชุมประเมินสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง ครั้งที่ 2/2569 ณ ตึกภักดีบดินทร์ ทำเนียบรัฐบาล

ทั้งนี้ในช่วงเริ่มการประชุม นายพิพัฒน์ กล่าวว่า สถานการณ์ที่เกิดขึ้นในตะวันออกกลางมีผลกระทบกับประเทศไทยโดยตรงในเรื่องของราคาน้ำมัน ซึ่งพอมีเรื่องของราคาน้ำมันมาเกี่ยวข้อง ทำให้มีเรื่องที่รัฐบาลต้องหารือ และสอบถามกับหน่วยงานต่างๆ เช่น เรื่องของค่าราคาสินค้าค่าขนส่งน้ำมันหน้าสถานีบริการเป็นอย่างไร และเราจะอยู่กันอย่างไร

ตอนนี้พอเท่าที่ทราบกระทรวงพลังงาน บอกว่าเราจะมีน้ำมันสำรองอยู่ได้ 60 วัน ตอนนี้กระทรวงพลังงาน ได้ประมาณการเอาไว้เราอาจจะยืดระยะเวลาได้มากกว่านั้น โดยตัดการดำเนินการบางอย่างที่ไม่จำเป็นออก เช่น พิจารณาในเรื่องการส่งออกน้ำมันส่วนเกินทางเรือผ่านเรือปิโตรเลียม (Floating Storage)ที่ไม่มีสัญญาล่วงหน้า

ซึ่งหากนำน้ำมันส่วนนี้มากักเก็บไว้เพื่อใช้ในประเทศ ต้องพิจารณาว่าจะเอาแท็งก์ที่ไหนมากักเก็บน้ำมัน โดยกระทรวงพลังงานจะต้องหารือกับผู้ประกอบการในทุกบริษัทว่า มีแท็งก์เก็บเพิ่มได้ท่าไร ถ้ามันล้นจะช่วยกันเก็บได้หรือไม่ต้องหารือกับผู้ประกอบการทุกรายว่าจะบริหารจัดการเรื่องนี้อย่างไร  

 

 

ส่วนเรื่องของน้ำมันเบนซินหรือดีเซลถ้าหากว่าเกิดภาวะช็อกต่อไป อาจจะต้องมีการปรับเปลี่ยนสูตรในการผสมน้ำมันขายปลีกใหม่ โดยตอนนี้เราใช้น้ำมันดีเซล B5 คือน้ำมันดีเซลที่ผสมไบโอดีเซล (B100)  5% เราจะใช้เป็นB7 หรือ B10 ได้หรือไม่ ส่วนแก๊สโซฮอล์เราจะใช้แอลกอฮอล์ไปผสมน้ำมันมากขึ้นได้หรือไม่ เราคงต้องหารือกันในหลายๆ รูปแบบเพื่อหามาตรการรองรับสถานการณ์นี้ 

ด้าน นายเอกนิติ กล่าวว่า ในช่วงสายของวันนี้ตนได้หารือกับนายกรัฐมนตรีเกี่ยวกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น โดยตอนนี้เชิญเอกชน ได้แก่ คณะกรรมการร่วมภาครัฐ และเอกชน 3 สถาบัน เข้ามารับทราบข้อมูลเพื่อให้ได้มีข้อมูลที่ตรงกันเรื่องที่จะต้องอัปเดตคือ เราต้องมีการรับทราบสถานการณ์ล่าสุดเป็นอย่างไร

โดยนายกรัฐมนตรีได้มอบหมายให้กระทรวงการต่างประเทศเป็นหน่วยงานกลางในการประสานงานเก็บข้อมูลต่างๆ เพื่อที่จะได้ประสานกับโฆษกกระทรวงต่างๆ โดยให้กระทรวงการต่างประเทศ อัปเดตสถานการณ์กับจุดที่อยู่หน้างานมากที่สุดเพื่อให้ข้อมูลต่างๆ 


โดยการดำเนินการเหล่านี้จะเป็นประโยชน์ให้สามารถที่จะดูว่าข่าวไหนจริงไม่จริงเพื่อไม่ให้เกิดการตื่นตระหนก และการอัปเดตข้อมูลจะทำให้วอร์รูมสามารถประเมินผลกระทบทางเศรษฐกิจ การค้า การลงทุน เป็นต้น


โดยจะมีเรื่องสำคัญที่ต้องเฝ้าจับตาได้แก่

1.เรื่องของน้ำมัน กระทรวงพลังงานจะเข้ามาดูเรื่องนี้ 

2.เรื่องของการขนส่ง กระทรวงคมนาคม จะเข้ามาดู  

3.กระทรวงพาณิชย์ จะดูในเรื่องของราคาสินค้าต่างๆ

นอกจากนั้นในวันนี้ได้เชิญผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์ และทางคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.)  เข้ามาประชุมด้วย เพื่อประเมินในเรื่องของตลาดทุน และผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้มอบหมายให้รองผู้ว่าการ ธปท.เข้ามาประชุมด้วยเพื่อประเมินเรื่องของค่าเงิน

เพื่อจะดูผลกระทบในเรื่องของมิติต่างๆให้ครบถ้วน และออกเป็นมาตรการที่จำเป็น โดยหลังจากการประชุมนายกรัฐมนตรีจะมาสรุปเกี่ยวกับมาตรการต่างๆ ที่จะออกมาเพื่อดูแลสถานการณ์นี้อีกครั้ง

 

 

 

พิสูจน์อักษร....สุรีย์  ศิลาวงษ์