วันพฤหัสบดี ที่ 5 มีนาคม 2569

Login
Login

‘กฤษ’เปิดโปงธุรกิจ ‘ศูนย์เหรียญกลางทะเล’ ทุนจีนรุกอ่าวไทย กระทบเศรษฐกิจแสนล้าน

‘กฤษ’เปิดโปงธุรกิจ ‘ศูนย์เหรียญกลางทะเล’ ทุนจีนรุกอ่าวไทย กระทบเศรษฐกิจแสนล้าน

ประเด็นร้อนในอุตสาหกรรมพลังงาน และโลจิสติกส์ทางทะเล เมื่อเกี่ยวกับการรุกคืบของกลุ่มทุนต่างชาติ โดยเฉพาะทุนจีนที่เข้ามาครองตลาดธุรกิจสนับสนุนการขุดเจาะปิโตรเลียมในอ่าวไทยด้วยกลยุทธ์ "กินรวบ" ตั้งแต่ต้นน้ำยันปลายน้ำจนผู้ประกอบการไทยแทบไม่มีที่ยืนในอุตสาหกรรมนี้ ทำให้เงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจหายไปจากประเทศไทยนับแสนล้าน

นายกฤษ สีตองอ่อน ประธานกรรมการ บริษัท ซีมัวร์ มารีน แอนด์ เอ็นจิเนียริ่ง เปิดเผยว่า ปัจจุบันบริษัทข้ามชาติได้เข้ามาครองส่วนแบ่งตลาดเรือสนับสนุนแท่นขุดเจาะปิโตรเลียมในอ่าวไทยสูงถึง 80% โดยเฉพาะการเข้ามาของทุนจีนในงานรื้อถอนและซ่อมบำรุงแท่นขุดเจาะที่ใช้วิธีการดัมปิ้งราคาลงมาตั้งแต่การเข้ามาประมูลงานจนบริษัทไทยสู้ไม่ได้ ซึ่งในเรื่องนี้สิ่งที่ผู้ประกอบการกังวลที่สุดคือโมเดลที่เรียกได้ว่าเป็น “ศูนย์เหรียญ" ที่เราเห็นการรุกเข้ามาของทุนจีนในหลายธุรกิจ และตอนนี้เกิดกับธุรกิจเรือในอ่าวไทยเช่นกัน  

"จีนเอาทุกอย่างมาจากบ้านทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นคน ไม่ว่าจะเป็นสิ่งของ อุปกรณ์ แม้กระทั่งเสบียง ข้าวสาร หรือโรงครัว ใช้วิธีการยกรวมพลของทุกอย่างมาจากเมืองจีนแล้วลากด้วยเรือเข้าเมืองไทย การใช้จ่ายภายในประเทศมันแทบไม่มีเลย"นายกฤษ กล่าว

‘กฤษ’เปิดโปงธุรกิจ ‘ศูนย์เหรียญกลางทะเล’ ทุนจีนรุกอ่าวไทย กระทบเศรษฐกิจแสนล้าน

นอกจากนี้กลุ่มทุนจีนยังใช้ความได้เปรียบจากนโยบายเสรีทางการค้า (FTA) ส่งอุปกรณ์ผ่านแดนมาจากลาวโดยเสียภาษี 0% และใช้การเติมน้ำมันนอกเขตแดนหรือจากสิงคโปร์เพื่อเลี่ยงภาษีในไทย ทำให้ไม่มีเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจท้องถิ่นเลย ต่างจากบริษัทไทยที่จะเกิดการจ้างงานวิศวกรไทย การจองโรงแรมในสงขลา และการจัดซื้อในประเทศ ซึ่งผลกระทบเรื่องนี้ทำให้เม็ดเงินหายไปจากระบบเศรษฐกิจไทยไปอยู่ในมือต่างชาติกว่าแสนล้านบาท

  • กับดัก "กฎระเบียบ" และ "กำแพงการเงิน" ปิดกั้นคนไทย

นายกฤษชี้ให้เห็นว่า โครงสร้างการจัดซื้อจัดจ้างการดำเนินงานของธุรกิจในอ่าวไทยที่เป็นกิจการเกี่ยวกับการซ่อมแซมและรื้อถอนแท่นขุดเจาะปัจจุบันเอื้อประโยชน์ให้บริษัทต่างชาติอย่างชัดเจน และมีอุปสรรคสำคัญ 3 ด้านกับผู้ประกอบการไทย คือ

1.เงื่อนไขการประมูลที่ไม่เป็นธรรม โดยข้อกำหนดมักระบุว่าต้องมีเรือเป็นของตัวเองหรือมีประสบการณ์บริหารเรือมาก่อน ซึ่งปิดกั้นบริษัทไทยหน้าใหม่ที่อาจใช้วิธีเช่าเรือมาบริหาร

2.ภาระเงินประกันซอง (Bid Bond) ผู้ประกอบการต้องวางเงินประกันสูงถึง 3-5% ของมูลค่าสัญญา ซึ่งหากเป็นงานระดับพันล้านบาท ต้องวางเงินสดมหาศาล ซึ่งเงื่อนไขนี้เท่ากับปิดช่องทางให้กับหน้าใหม่ไปเลย

3.ผู้ประกอบการไทยขาดการสนับสนุนจากสถาบันการเงินของรัฐ โดยปัจจุบันธนาคารพาณิชย์มักต้องการหลักประกันสูง ขณะที่ธนาคารรัฐอย่างธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (EXIM Bank) หรือธนาคารพัฒนาวิสาหกิจฯ ยังไม่มีสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ (Soft Loan) มาสนับสนุนกลุ่มนี้โดยเฉพาะ

‘กฤษ’เปิดโปงธุรกิจ ‘ศูนย์เหรียญกลางทะเล’ ทุนจีนรุกอ่าวไทย กระทบเศรษฐกิจแสนล้าน

  • ชี้มาตรฐานแรงงานมีปัญหาการบังคับใช้

นอกจากนี้บริษัทของคนไทยที่มีการกำหนดมาตรการในการจ้างคนงานที่มีการวางมาตรฐานการจ้างแรงงานไว้สูง เสียเปรียบผู้ประกอบการที่ละเลยมาตรฐานความปลอดภัย สะท้อนความเหลื่อมล้ำในการบังคับใช้กฎหมายแรงงาน โดยยกตัวอย่างการขนถ่ายสินค้ากลางทะเลแถบเกาะสีชังบางบริษัทไม่ได้คำนึงถึงมาตรฐานในเรื่องความปลอดภัยที่ดีพอ สถานการณ์นี้ทำให้บริษัทไทยที่รักษามาตรฐานความปลอดภัยและจ่ายค่าแรงตามกฎหมายไม่สามารถแข่งขันด้านราคากับบริษัทที่ใช้แรงงานต่างด้าวเถื่อนได้ เนื่องจากต้นทุนค่าแรงต่างกันถึง "ครึ่งต่อครึ่ง"

  • เสนอปรับกฎระเบียบ 5 ข้อหนุนผู้ประกอบการไทย

ข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย 5 มาตรการทวงคืนอ่าวไทย เพื่อผู้ประกอบการไทย

เพื่อให้ทรัพยากรไทยสร้างมูลค่าให้กับคนไทย นายกฤษเสนอให้รัฐบาลเร่งปฏิรูปดังนี้

1.กำหนดสัดส่วนการใช้วัตถุดิบและการจ้างงานในประเทศให้สูงเหมือนประเทศเพื่อนบ้าน โดยบางประเทศใช้มาตรการกำหนดให้ใช้ Local Content 90%  รวมทั้งมีการกำหนดมาตรการในกากำหนดให้มีการเปลี่ยนธงเรือให้เป็นธงประเทศนั้นๆเพื่อให้สามารถจัดเก็บรายได้จากภาษีได้เต็มเม็ดเต็มหน่วย

"มาเลย์ใช้ 90 เปอร์เซ็นต์ และกำหนดให้มีการเปลี่ยนธง เรือทุกลำที่เข้ามาทำงานต้องเป็นธงมาเลย์หมด เพื่อการจ่ายภาษี ทุกอย่างตามกฎหมายที่มาเลย์กำหนด"

2. ลดเพดานเงินประกันซอง (Bid Bond) และให้ธนาคารรัฐสนับสนุนวงเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำเพื่อสร้างผู้ประกอบการไทย

3.แก้จุดบอดโลจิสติกส์ทางน้ำ เร่งขุดลอกร่องน้ำท่าเรือสงขลาให้ลึกขึ้น และสร้างท่าเรือน้ำลึกสุราษฎร์ธานี เพื่อลดต้นทุนการขนส่งสินค้าภาคใต้ที่ไม่ต้องวิ่งไปถึงแหลมฉบัง เพื่อลดต้นทุนโลจิสติกส์ในประเทศได้

4.สิทธิประโยชน์ด้านภาษีน้ำมัน: พิจารณาให้เรือไทยที่ทำงานในอ่าวไทยเข้าถึงสิทธิ "น้ำมันเขียว" (น้ำมันปลอดภาษี) เพื่อลดต้นทุนให้สู้กับเรือต่างชาติที่เติมน้ำมันมาจากสิงคโปร์ได้

5.เจรจา FTA เชิงรุก มุ่งเน้นตลาดตะวันออกกลางและมุสลิมซึ่งมีความต้องการสินค้าไม้แปรรูป (MDF) จากไทยสูง

"เรากำลังพูดถึงเงินเป็นแสนล้าน... มันหมุนเวียนอยู่ในอ่าวไทย แต่มันไม่ได้ตกมาเป็นของผู้ประกอบการที่เป็นคนไทยเลย ถ้าเรารื้อและปรับใหม่ในยุทธศาสตร์ระยะยาว 10-20 ปี ผมว่าน่าจะมีเงินหมุนเวียนภายในประเทศค่อนข้างเยอะครับ” " คุณกฤษกล่าว

ทั้งหมดคือข้อเสนอของภาคเอกชนไทยที่คร่ำหวอดทั้งธุรกิจเดินเรือ และสนับสนุนแท่นขุดเจาะปิโตรเลียมในอ่าวไทย ที่มีความหวังว่าหากรัฐบาลรับฟังข้อเสนอจะสามารถเปลี่ยน "อ่าวไทย" ให้กลายเป็น "ขุมทรัพย์ของคนไทย" ได้อย่างแท้จริง