วันพุธ ที่ 4 มีนาคม 2569

Login
Login

‘เศรษฐกิจการกีฬา’อัตราโตปีละ10% กำลังสูญเสียรายได้จากปัญหาสภาพภูมิอากาศ

‘เศรษฐกิจการกีฬา’อัตราโตปีละ10%  กำลังสูญเสียรายได้จากปัญหาสภาพภูมิอากาศ

การกีฬา คือ ยาวิเศษ ในแง่สุขภาพอนามัย แต่อีกด้านหนึ่งของเหรียญ การกีฬา คือ ธุรกิจที่มีมูลค่าทางเศรษฐกิจด้วยเม็ดเงินมหาศาล

 Sports Economy หรือ เศรษฐกิจการกีฬา นับเป็นกลไกขับเคลื่อนเศรษฐกิจโลกที่สำคัญ ข้อมูลจากรายงาน  Sports for People andPlanet INSIGHT REPORT JANUARY 2026 โดยสภาเศรษฐกิจโลก (WEF) ระบุว่า เศรษฐกิจการกีฬาสามารถสร้างรายได้รวม 2.3 ล้านล้านดอลลาร์ต่อปี ด้วยอัตราการเติบโตแบบทบต้นที่คาดการณ์ไว้ที่ 10% ในอีก 5 ปีข้างหน้า ดังนั้น ในปี 2030 คาดว่าเศรษฐกิจการกีฬาจะมีมูลค่าแตะระดับ 3.7 ล้านล้านดอลลาร์ภายในปี 2030 และคาดการณ์ระยะยาวบ่งชี้ว่าจะขยายตัวไปถึง 8.8 ล้านล้านดอลลาร์ภายในปี 2050 

เศรษฐกิจกีฬาประกอบด้วยผู้มีส่วนได้ส่วนเสียมากกว่า 15 กลุ่มในภาคส่วนสาธารณะ เอกชน และภาคประชาสังคม โดยมีอุตสาหกรรมหลัก 4 อุตสาหกรรม และอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องอีก 5 อุตสาหกรรม มีปัจจัยขับเคลื่อนการเติบโตที่สำคัญ 4 ประการได้แก่ การเร่งตัวของการท่องเที่ยวเชิงกีฬา ,การเกิดขึ้นของกีฬาในฐานะสินทรัพย์ประเภทหนึ่ง,การผนวกรวมกีฬาของผู้หญิงเข้าสู่กระแสหลัก,การปรับสมดุลการเติบโตของกีฬากับเศรษฐกิจเกิดใหม่

อย่างไรก็ตาม การเติบโตในระยะยาวของภาคส่วนนี้กำลังตกอยู่ในความเสี่ยงมากขึ้นเรื่อยๆ เนื่องจากปัญหาสุขภาพและสิ่งแวดล้อมที่กำลังเกิดขึ้นพร้อมกัน ซึ่งสะท้อนผ่านระดับการขาดการออกกำลังกายที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มเยาวชน ซึ่งเป็นการบั่นทอนการมีส่วนร่วมในระดับฐานรากเลยทีเดียว เพราะคนกลุ่มนี้คือ  แฟนคลับและผู้บริโภคในอนาคตที่คอยสนับสนุนรายได้ ทั้งในด้านเครื่องแต่งกาย กิจกรรมขั้นสูง การท่องเที่ยว และฟิตเนส

"ความเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อมที่ทวีความรุนแรงขึ้น ส่งผลเป็นภาวะเครียดจากความร้อน สภาพอากาศสุดขั้ว และมลภาวะ

ที่กำลังรบกวนการแข่งขันกีฬา ลดทอนประสบการณ์ของผู้ชม จำกัดความเป็นอยู่ที่ดีของชุมชน และส่งผลกระทบต่อห่วงโซ่อุปทานและการดำเนินงานที่เป็นรากฐานของเศรษฐกิจกีฬาในวงกว้างการเสื่อมโทรมของสิ่งแวดล้อมทำให้ผู้คนไม่อยากออกกำลังกาย"

นอกจากนี้ ยังก่อให้เกิดแรงกดดันต่อการใช้ทรัพยากรทั้งต่อการดำเนินการกิจกรรมต่างๆ  อุปกรณ์กีฬา โครงสร้างพื้นฐาน และการเดินทาง ซึ่งสะท้อนผ่าน การปล่อยก๊าซคาร์บอน การใช้น้ำ และการสร้างขยะจำนวนมาก

         หากปล่อยไว้โดยไม่แก้ไข ผลกระทบรวมกันของการขาดการออกกำลังกายที่เพิ่มขึ้น การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่เร่งตัวขึ้น และการสูญเสียธรรมชาติ อาจส่งผลให้เศรษฐกิจกีฬา สูญเสียรายได้ประจำปีมากถึง 14% หรือราว 517 พันล้านดอลลาร์ ภายในปี 2030 และคาดการณ์ว่าการสูญเสียจะเพิ่มขึ้นเป็น 18%  หรือราว 1.6 ล้านล้านดอลลาร์ ภายในปี 2050 

  แอนดี้ รูบิน ซีอีโอของสหพันธ์อุตสาหกรรมสินค้ากีฬาโลก กล่าวว่า  การเผชิญกับวิกฤตสภาพภูมิอากาศและวิกฤตการขาดการออกกำลังกาย ซึ่งทั้งสองอย่างเชื่อมโยงกันอย่างแยกไม่ออก ความร้อนจัด มลพิษทางอากาศ และฤดูกาลที่เปลี่ยนแปลงไป กำลังจำกัดสถานที่และวิธีการเล่นกีฬา

 ในขณะเดียวกัน ผู้ใหญ่ 31% ไม่ได้ออกกำลังกายตามปริมาณขั้นต่ำที่แนะนำคือ 150 นาทีต่อสัปดาห์ ทั้งที่จำเป็นต่อการรักษาสุขภาพ ส่วนวัยรุ่น 81% ก็ไม่ได้ออกกำลังกายตามปริมาณที่แนะนำไว้คือ 60 นาทีต่อวันเช่นกัน

"ไม่เพียงแต่วิกฤตสภาพภูมิอากาศเท่านั้น แต่ยังเป็นวิกฤติการการไม่เล่นกีฬา ในฐานะอุตสาหกรรมกีฬา เรามองว่าทั้งสองอย่างเชื่อมโยงกันอย่างแยกไม่ออก สภาพอากาศที่รุนแรงกำลังส่งผลกระทบต่อความสามารถของผู้คนในความสามารถเล่นและมีส่วนร่วมในกีฬา ทั้งที่ข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ก็บอกว่าการเคลื่อนไหวมากขึ้นนั้นเป็นสิ่งที่ดี ไม่เพียงแต่เพื่อสุขภาพกายเท่านั้น แต่ที่สำคัญมากคือสุขภาพจิตอีกด้วย

สิ่งที่ต้องทำจากนี้คือ การใช้เทคโนโลยี เพื่อให้แน่ใจว่าผลิตภัณฑ์ที่ผลิตขึ้นมานั้นยั่งยืนที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ การคำนึงถึงเศรษฐกิจหมุนเวียน การยืดอายุผลิตภัณฑ์ให้ใช้ได้นานขึ้น นำกลับมาใช้ได้อีก เพื่อลดการใช้ทรัพยากร และการคำนึงถึงการดูแลสุขภาพ

      อย่างไรก็ตาม  แม้ว่ากีฬาไม่ใช่วงการเดียวที่เผชิญกับความท้าทายดังกล่าวมานี้ แต่เศรษฐกิจกีฬาในฐานะพลังสำคัญในการเปลี่ยนแปลงด้วยขนาดเศรษฐกิจและอิทธิพลทางวัฒนธรรมจะสามารถขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงเชิงบวกข้ามภาคส่วนได้อย่างมีนัยสำคัญ  ผ่านการดำเนินงานใน 3 ส่วนนี้คือ  การส่งเสริมการบริหารจัดการทรัพยากร: การเสริมสร้างความยืดหยุ่นทางธุรกิจ

ผ่านการบริหารจัดการน้ำแบบบูรณาการ การขยายขนาดโมเดลธุรกิจแบบหมุนเวียนเพื่อเพิ่มมูลค่าและลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และการใช้ประโยชน์จากกิจกรรมกีฬาเป็นสนามทดลองเพื่อนำร่องและขยายขนาดวัสดุที่ยั่งยืนและโมเดลการบริโภคอย่างมีความรับผิดชอบ

การวางกีฬาไว้เป็นหัวใจสำคัญของเมือง: การบูรณาการกีฬาและกิจกรรมทางกายเข้ากับ การออกแบบเมืองที่ยั่งยืน การใช้พื้นที่สีเขียวและพื้นที่สีน้ำเงินเป็นสินทรัพย์ด้านกีฬา การพัฒนา โครงสร้างพื้นฐานด้านกีฬาที่ให้ความสำคัญกับความเป็นอยู่ที่ดีของชุมชนและความยืดหยุ่นด้านสิ่งแวดล้อม และการพัฒนาระบบการสัญจรที่ยั่งยืนและกระฉับกระเฉง

การกระตุ้นการไหลเวียนของเงินทุนที่มีเป้าหมาย:การระดมการลงทุนที่ประสานงานกันทั่วทั้งระบบนิเวศของเงินทุนเพื่อขับเคลื่อนผลกระทบร่วมกัน เสริมสร้างความร่วมมือระหว่างภาครัฐ เอกชน และองค์กรการกุศล และกระตุ้นการสนับสนุนกีฬาที่มีเป้าหมายเพื่อเร่งผลลัพธ์ทางสังคมและสิ่งแวดล้อมตลอดห่วงโซ่คุณค่าของกีฬา

เส้นทางเหล่านี้ร่วมกันสร้างช่องทางการเปลี่ยนแปลงที่ประสานงานกัน ขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงจากภายในภาคส่วนสู่ภายนอก ด้วยความเป็นผู้นำที่กล้าหาญ ความร่วมมือข้ามภาคส่วน และการกำกับดูแลที่เข้มแข็ง เศรษฐกิจกีฬาจะสามารถเสริมสร้างระบบสังคมและสิ่งแวดล้อมที่ตนเองพึ่งพา เพิ่มผลกำไรและการมีส่วนร่วม และลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม

‘เศรษฐกิจการกีฬา’อัตราโตปีละ10%  กำลังสูญเสียรายได้จากปัญหาสภาพภูมิอากาศ