วันพุธ ที่ 4 มีนาคม 2569

Login
Login

ก่อนเดินทางไปขึ้นเครื่องบินต้องเช็คอะไรบ้าง ลดผลกระทบเหตุไม่สงบในตะวันออกกลาง

ก่อนเดินทางไปขึ้นเครื่องบินต้องเช็คอะไรบ้าง       ลดผลกระทบเหตุไม่สงบในตะวันออกกลาง

บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) (AOT) รายงานสถานการณ์ความไม่สงบในภูมิภาคตะวันออกกลาง อันเนื่องมาจากเหตุการณ์ปะทะกันระหว่างอิสราเอลและอิหร่านส่งผลให้สายการบินบางส่วนที่ให้บริการ ณ ท่าอากาศยานภายใต้การบริหารของ AOT พิจารณาปรับแผนการบิน เพื่อความปลอดภัยสูงสุดในการปฏิบัติการบิน

โดยท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ รายงานผลกระทบจากสถานการณ์ความไม่สงบในภูมิภาคตะวันออกกลาง ข้อมูล ณ วันที่ 3 มี.ค. 2569 เวลา 14.00 น. สายการบินที่ได้รับผลกระทบ จำนวน 7 สายการบิน ได้แก่ EL AL Israel Airlines, Air Arabia, Emirates, Qatar Airways, Etihad Airways, Gulf Air, Kuwait Airways ยกเลิกเที่ยวบินรวม 49 เที่ยวบิน (ขาออก 25 เที่ยวบิน, ขาเข้า 24 เที่ยวบิน)ผลกระทบสะสมตั้งแต่วันที่ 28 ก.พ. – 3 มี.ค. 2569 รวมทั้งสิ้น 158 เที่ยวบิน (ขาออก 83 เที่ยวบิน, ขาเข้า 75 เที่ยวบิน)

ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิยังคงติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และประสานงานกับสายการบินอย่างต่อเนื่อง เพื่อดูแลและอำนวยความสะดวกแก่ผู้โดยสารอย่างเต็มที่

โดย AOT ผู้บริหารท่าอากาศยานหลัก 6 แห่ง ได้แก่ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ท่าอากาศยานดอนเมือง ท่าอากาศยานเชียงใหม่ ท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวง เชียงราย ท่าอากาศยานภูเก็ต และ ท่าอากาศยานหาดใหญ่ ได้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และรายงานว่าในช่วงเวลาดังกล่าวมีเที่ยวบินได้รับผลกระทบรวมทั้งสิ้น 134 เที่ยวบิน

นางสาวปวีณา จริยฐิติพงศ์ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ AOT กล่าวว่า จากการติดตามและประเมินสถานการณ์พบว่ามีสายการบินยกเลิกเที่ยวบินที่ให้บริการเส้นทางบินระหว่างประเทศไทยกับภูมิภาคตะวันออกกลาง หรือผ่านน่านฟ้าใกล้เคียง เช่น สายการบิน El Al Israel, Air Arabia, Emirates, Qatar Airways, Etihad, Gulf Air, World2fly และ Thai Air Asia Xเป็นต้น โดยที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิมีเที่ยวบินยกเลิก จำนวน 59 เที่ยวบิน ท่าอากาศยานดอนเมือง 2 เที่ยวบิน ท่าอากาศยานเชียงใหม่ 2 เที่ยวบิน และ ท่าอากาศยานภูเก็ต 36 เที่ยวบิน 

ในจำนวนนี้มีผู้โดยสารของเที่ยวบินบางส่วนที่ใช้เส้นทางตะวันออกกลางเป็นเส้นทางเปลี่ยนถ่ายไปสู่ท่าอากาศยานปลายทาง ได้ทำการเปลี่ยนเที่ยวบินไปบินในเที่ยวบินที่ ไม่ได้รับผลกระทบแทน 

ขณะที่ท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวง เชียงราย และท่าอากาศยานหาดใหญ่ ไม่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ดังกล่าว โดยท่าอากาศยานทั้ง 6 แห่งยังคงเปิดให้บริการตามปกติ การบริหารจัดการภายในอาคารผู้โดยสารเป็นไปด้วยความเรียบร้อย และไม่มีผู้โดยสารตกค้างในภาพรวม 

 สำหรับท่าอากาศยานที่มีเที่ยวบินยกเลิก AOT ได้เตรียมความพร้อมและดำเนินมาตรการรองรับ เช่น จัดเจ้าหน้าที่ประจำจุดเพื่อให้ข้อมูลและอำนวยความสะดวกแก่ผู้โดยสาร จัดเตรียมน้ำดื่มและพื้นที่พักคอยเพิ่มเติม การบริหารจัดการหลุมจอดอากาศยานอย่างมีประสิทธิภาพโดยไม่ให้ส่งผลกระทบต่อเที่ยวบินตามตารางปกติ ตลอดจนการประสานความร่วมมืออย่างใกล้ชิดกับสายการบินและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ผู้โดยสารได้รับผลกระทบน้อยที่สุด และเพื่อไม่ให้มีผู้โดยสารขาออกตกค้างอยู่ที่สนามบิน โดยคงไว้ซึ่งความเชื่อมั่นในการใช้บริการท่าอากาศยานของ AOT อย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม AOT จะติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและประสานงานกับสายการบินอย่างต่อเนื่อง โดยให้ความสำคัญสูงสุดกับความปลอดภัยของผู้โดยสารและการปฏิบัติการบิน รวมถึงการเตรียมความพร้อมในการบริหารจัดการสนามบินหากสถานการณ์มีการเปลี่ยนแปลง

AOT ขอแนะนำผู้โดยสารที่มีแผนเดินทางในเส้นทางตะวันออกกลางหรือเส้นทางที่เกี่ยวข้อง โปรดตรวจสอบสถานะเที่ยวบินกับสายการบินโดยตรงก่อนออกเดินทางและติดตามข้อมูลข่าวสารผ่านช่องทางประชาสัมพันธ์ของสายการบินและเพจ Facebook: AOT official อย่างใกล้ชิด โดยสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ AOT Contact Center โทร. 1722 ตลอด 24 ชั่วโมง ทั้งนี้ AOT ยืนยันความพร้อมในการประสานงานและอำนวยความสะดวกแก่ผู้โดยสารอย่างเหมาะสม เพื่อให้การเดินทางผ่านท่าอากาศยานเป็นไปด้วยความเรียบร้อยและปลอดภัย

ด้านนายชาย เอี่ยมศิริ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัทการบินไทยจำกัด (มหาชน)กล่าวว่า กรณีอิสราเอลและอิหร่านและหลายพื้นที่ในตะวันออกกลางประกาศปิดน่านฟ้า การบินไทยยืนยันว่าไม่ได้รับผลกระทบเนื่องจากปัจจุบันไม่ได้มีเส้นทางบินผ่านในพื้นที่สองประเทศดังกล่าวอยู่แล้ว

ส่วนกรณีความขัดแย้งระหว่างปากีสถานและอัฟกานิสถานซึ่งเป็นน่านฟ้าทำการบินไปยังยุโรป เพื่อความปลอดภัยของผู้โดยสารการบินไทยได้เปลี่ยนเส้นทางการบินเพื่อเลี่ยงบริเวณน่านฟ้าดังกล่าว ส่งผลให้การบินไปยังหลายจุดบินในยุโรปต้องใช้ระยะเวลาเพิ่มขึ้นเที่ยวละประมาณ 20 นาทีแต่ในภาพรวมยังไม่ได้กระทบต่อต้นทุนน้ำมันเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ