วันพุธ ที่ 4 มีนาคม 2569

Login
Login

ส่งออกทุเรียนสดม.ค.69ร้อนแรงโต67% มูลค่าทะลุหมื่นล้าน'เกษตร'เข้มคุณภาพ

ส่งออกทุเรียนสดม.ค.69ร้อนแรงโต67%  มูลค่าทะลุหมื่นล้าน'เกษตร'เข้มคุณภาพ

ม.ค. 2569 ปริมาณส่งออกทุเรียนสด มูลค่ามากว่า หมื่นล้านบาท อัตราเติบโตสูงถึง 67% สวนทางทุเรียนแช่แข็ง ลดลง 66.88% กรมวิชาการเกษตรเร่งชี้แจงแนวปฎิบัติตรวจสอบก่อนส่งออกไปจีน หวังคุมเข้มคุณภาพ หลังตลาดจีนแข่งดุ

ข้อมูลจากกระทรวงพาณิชย์ ระบุถึงการส่งออกทุเรียนสด ม.ค. 2569 มูลค่า 10,316 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 67.05% เทียบกับม.ค. 2568 ที่มูลค่าส่งออกอยู่ที่ 6,175 ล้านบาท ส่วนการส่งออกทั้งปี 2568 ที่ผ่านมา มูลค่า 125,737 ล้านบาท ส่วนการส่งออกทุเรียนแช่แข็ง (Durian Frozen) ม.ค. 2569 มูลค่า439 ล้านบาท ลดลง 66.88% เทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน ที่ส่งออกได้มูลค่า 1,326 ล้านบาท ส่วนการส่งออกทั้งปี 2568 มูลค่า 17,118 ล้านบาท       

นางสาวปรียานุช ทิพยะวัฒน์ รองอธิบดีกรมวิชาการเกษตร กล่าวภายหลังเป็นประธานประชุมชี้แจงแนวทางปฏิบัติงานในการตรวจทุเรียนส่งออกไปสาธารณรัฐประชาชนจีน ฤดูกาลส่งออกปี 2569 แก่นายตรวจพืชและผู้เกี่ยวข้องจากหน่วยงานต่าง ๆ ว่า เพื่อชี้แจงแนวทาง ขั้นตอน และหลักเกณฑ์การปฏิบัติงานในการตรวจทุเรียนส่งออกไปจีนให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน ครอบคลุมทั้งด้านการตรวจศัตรูพืช การควบคุมสารตกค้าง การรับรองสุขอนามัยพืช ตลอดจนมาตรการการจัดการกรณีที่ไม่เป็นไปตามข้อกำหนด เพื่อป้องกันปัญหาการถูกระงับการนำเข้า หรือการเพิ่มมาตรการเข้มงวดจากประเทศคู่ค้า

ทุเรียนอ่อน-สารตกค้าง-ศัตรูพืชประท้าทายส่งออก

ทั้งนี้ การส่งออกทุเรียนไทยไปจีนมีแนวโน้มขยายตัวอย่างต่อเนื่อง โดยในปี 2568 มีจำนวนการส่งออกทั้งสิ้น 58,072 ชิปเมนต์ ปริมาณ 939,892.34 ตัน คิดเป็นมูลค่ารวม 150,278.59 ล้านบาทซึ่งเพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมา สะท้อนถึงความเชื่อมั่นในคุณภาพทุเรียนไทย

 อย่างไรก็ตาม ยังพบประเด็นท้าทายสำคัญ เช่น ปัญหาทุเรียนอ่อน การตกค้างของสารเคมี และการตรวจพบศัตรูพืช ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์และความเชื่อมั่นของตลาด

 นายชัยศักดิ์ รินเกลื่อน ผู้อำนวยการสำนักควบคุมพืชและวัสดุการเกษตร กรมวิชาการเกษตร กล่าวว่า สำนักควบคุมพืชและวัสดุการเกษตร ทำหน้าที่กำกับดูแลการส่งออกทุเรียนตลอดห่วงโซ่อุปทาน ตั้งแต่การตรวจสอบศัตรูพืชก่อนการส่งออกและการตรวจปิดตู้สินค้า การออกใบรับรองสุขอนามัยพืช ไปจนถึงการติดตามและแก้ไขปัญหากรณีได้รับการแจ้งเตือนจากประเทศคู่ค้า ภายใต้กรอบพระราชบัญญัติกักพืชพ.ศ. 2507 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ตลอดจนข้อกำหนดตามพิธีสารไทย-จีน และมาตรการต่าง ๆ ที่กรมวิชาการเกษตรได้กำหนด ซึ่งทุเรียนเป็นผลไม้เศรษฐกิจสำคัญที่สร้างรายได้ให้ประเทศไทย โดยเฉพาะจีนเป็นตลาดหลักของทุเรียนไทย

มุ่งรักษามาตรฐาน-คุณภาพคงตลาดยั่งยืน

ดังนั้นการรักษามาตรฐานคุณภาพและความปลอดภัยจึงเป็นหัวใจสำคัญของการขยายตลาดอย่างยั่งยืน จึงขอความร่วมมือทุกภาคส่วนปฏิบัติตามข้อกำหนดอย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานตรวจสอบ ณ ด่านตรวจพืชและโรงคัดบรรจุเพื่อสร้างความเชื่อมั่นของผู้บริโภคและประเทศคู่ค้าต่างประเทศในระยะยาวต่อไป

กรมได้หารือร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐและเอกชน เพื่อติดตามสถานการณ์ทุเรียนไทยในปี 2569 เป็นการเตรียมความพร้อมเชิงรุกตั้งแต่ต้นฤดูกาล โดยจะมีการติดตามปริมาณผลผลิต สถานการณ์ตลาด และแนวโน้มความต้องการของผู้บริโภคทั้งในประเทศและต่างประเทศอย่างใกล้ชิด เพื่อให้การบริหารจัดการทุเรียนไทยเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ สอดคล้องกับความต้องการของตลาด และรักษาเสถียรภาพราคาให้เกษตรกรได้รับผลตอบแทนที่เหมาะสม

เปิดไทม์ไลน์ผลผลิตทุเรียนทั่วประเทศ

สำหรับฤดูกาลผลิตทุเรียนปี2569  คาดว่า ผลผลิตทุเรียนในพื้นที่ภาคตะวันออกจะเริ่มทยอยออกสู่ตลาดตั้งแต่เดือน เม.ย. และออกมากที่สุดในช่วงเดือน พ.ค.-มิ.ย. ส่วนทุเรียนภาคใต้จะทยอยออกสู่ตลาดต่อเนื่องตั้งแต่ช่วงเดือน มิ.ย. เป็นต้นไป ซึ่งกรมและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะติดตามการออกสู่ตลาดอย่างต่อเนื่อง เพื่อใช้วางแผนการบริหารจัดการตลาดและการกระจายผลผลิตให้เหมาะสมกับปริมาณผลผลิตในแต่ละช่วง

นายพีรพันธ์ คอทอง เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร(สศก.)กล่าวว่าแนวโน้มปี 2569คาดว่าจะมีเนื้อที่ให้ผลรวมทั้งประเทศ1,391,421 ไร่ เพิ่มขึ้นจาก 1,265,778 ไร่ ในปี 2568 หรือเพิ่มขึ้น 9.93 % เนื่องจากเกษตรกรขยายเนื้อที่ปลูกทุเรียน

สําหรับผลผลิตมีปริมาณ 1,781,019 ตัน เพิ่มขึ้น 15.71% เนื่องจากคาดว่าสภาพภมิอากาศเอื้ออํานวยต่อการออกดอกและติดผล 

ประกอบกับเกษตรกรมีการดูแลจัดการสวนดี ทําให้ในภาพรวมคาดว่าผลผลิตเพิ่มขึ้นตามการเพิ่มขึ้นของเนื้อที่ให้ผลและผลผลิตต่อเนื้อที่ให้ผล

ด้านการตลาดในส่วนการส่งออกปี 2569 คาดว่า การส่งออกทุเรียนลดเละผลิตภัณฑ์มีเนวโน้มเพิ่มขึ้น เนื่องจากความต้องการ

ของตลาดต่างประเทศยังคงมีอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งภาครัฐมีนโยบายในการส่งเสริมเละผลักดันการส่งออก และขยายตลาดใหม่ เพื่อลดการพึ่งพาตลาดเดียว รวมถึงประชาสัมพันธ์ส่งเสริมการบริโภคผลไม้ไทยในตลาดต่างประเทศมากขึ้น แต่ไทยอาจต้องเผชิญกับการเเข่งขันที่รุนเแรงขึ้นทั้งผ่านราคาเเละการแย่งส่วนเเบ่งตลาดทุเรียนจากประเทศคู่เเข่ง โดยเฉพาะเวียดนาม ซึ่งหลังจากจีนอนุญาตการนำเข้าทุเรียนผลสุดจากเวียดนามเมื่อกลางปี2565การนำเข้าทุเรียนเวียดนามของจับมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น

ตลาดจีนแข่งดุอาเซียนเรียงแถวรับใบอนุญาตส่งออก

นอกจากนี้คู่เเข่งในตลาดจีนยังมีมาเลเซีย ฟิลิปปินส์และกัมพูชา ซึ่งเป็นประเทศที่ 5 ที่ได้รับอนุญาตให้ส่งออกทุเรียนสดไปยังจีนเมื่อเดือนเม.ย. 2568 นอกจากคู่แข่งในอาเซียนแล้ว จีนก็สามารถปลูกทุเรียนเองได้ที่ มณฑลไห่หนาน ปัจจุบันยังไม่มีผลผลิตออกสู่ตลาดมากนั้นจึงยังไม่ส่งผลต่อไทยในระยะสั้น แต่ในระยะยางไทยต้องเตรียมแผนรับมือที่เหมาะสม

ตั้งแต่มีการเปิดให้บริการเส้นทางรถไฟลาวจีนในปี 2565 ภายใต้โครงการBelt andRoad Initiative (BRI)นั้น นับเป็นโอกาสสำคัญที่จะช่วยยกระดับทางเลือกด้านการขนส่งของไทยไปจีนให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น โดย ผลการศึกษาของ สำนักวิจัยเศรษฐกิจการเกษตร พบว่าการขนส่งทางรางเส้นทางจีนลาวมีความได้เปรียบด้านเวลาซึ่งรวดเร็วกว่าการขนส่งทางเส้นทาง R3A ที่มีปลายทางเดียวกันคือนครคุนหมิงประมาณ 2 วัน

“ในช่วงที่ผลไม้ออกสู่ตลาดปริมาณมาก เนื่องจากด่านทางถนนมักมีความหนาแน่นทำให้เกิดความล่าช้าบริเวณ ด่านชายแดน อีกหนึ่งข้อได้เปรียบสำคัญคือความเสถียรของเวลาส่งมอบและคุณภาพของตู้ควบคุมอุณหภูมิที่ดีกว่า ส่งผลให้อัตราความเสียหายของสินค้าอยู่ในระดับต่ำ การขนส่งทางรางผ่านเส้นทางรถไฟไทยจีนจึงเป็นโอกาสที่ดี”

      อย่างไรก็ตามค่าใช้จ่ายของการขนส่งทางรางยังสูงกว่าทางถนนประมาณ 10-15% เนื่องจากจำนวนผู้ให้บริการจำกัดประกอบกับข้อจำกัดด้านโครงสร้างพื้นฐานในประเทศ เช่น การใช้รางเดียวเป็นหลักการขาดแคลนขนาด 15 เมตร และหัวรถจักรกำลังลากจูงสูง เป็นต้นจึงเป็นโจทย์สำคัญของไทยที่ต้องเร่งแก้ไขปัญหาเพื่อการยึดตลาดเก่าอย่างจีนให้ได้มากที่สุด ควบคู่ไปกับการพัฒนาและแก้ปัญหาการส่งออกในทุกมิติควบคู่กันไป

ส่งออกทุเรียนสดม.ค.69ร้อนแรงโต67%  มูลค่าทะลุหมื่นล้าน'เกษตร'เข้มคุณภาพ