นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ในฐานะประธานคณะกรรมการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (กบน.) เปิดเผยว่าที่ประชุม กบน. วันที่ 3 มี.ค. 2569 มีมติให้ตรึงราคาน้ำมันดีเซล ที่ราคา 29.94 บาทต่อลิตร ต่อเนื่อง 15 วัน แม้ว่า ราคาน้ำมันตลาดโลกสูงขึ้นมีผลนับตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป หลังจากนั้นจะพิจารณามาตราการช่วยเหลือประชาชนอีกครั้งหนึ่ง
สำหรับ วันที่ 4 มี.ค.2569 สถานีบริการน้ำมันทุกสถานีจำหน่ายดีเซลลิตรละ 29.94 บาทต่อลิตร โดยเพิ่มการชดเชยน้ำมันดีเซล 2.77 บาทต่อลิตร
อีกทั้งลดการจัดเก็บเงินเข้ากองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงสำหรับน้ำมันใน กลุ่มเบนซิน 0.38 - 0.70 บาทต่อลิตร โดยจะส่งผลให้ราคาน้ำมันขายปลีกในกลุ่มน้ำมันดีเซลและเบนซินทุกชนิดที่หน้าสถานีบริการมีราคาคงเดิม
อย่างไรก็ตาม แม้ช่องแคบฮอร์มุซยังไม่ถูกปิด 100% แต่ราคาน้ำมันโลกผันผวนในระดับสูง เฉลี่ย 75-85 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้นราว 7% จากแรงกดดันภูมิรัฐศาสตร์ โดยฐานะกองทุน ณ วันที่ 1 มี.ค. 2569 มียอดสุทธิเป็นบวก 2,459 ล้านบาท
แหล่งข่าวจาก กระทรวงพลังงาน กล่าวกับ "กรุงเทพธุรกิจ" ว่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาร ได้สั่งทุกหน่วยงานติดตามทิศทางราคาน้ำมันดิบโลกอย่างใกล้ชิด รวมถึงราคาน้ำมันสำเร็จรูปตลาดสิงคโปร์ ค่าการตลาด และโครงสร้างภาษี เพื่อป้องกันภาวะ “ราคากระโดด” ในช่วงสั้น พร้อมเตรียมมาตรการเชิงรุกเป็นขั้นตอน ดังนี้
กาง 3 ฉากทัศน์ “กองทุนน้ำมัน” ตรึงดีเซล
1. ฐานปัจจุบัน ตรึงดีเซล 30 บาท โดยกองทุนฯ มีสภาพคล่องเงินสดราว 30,000 ล้านบาท โดยอุดหนุนดีเซลเฉลี่ยราว 2.77 บาทต่อลิตรเพื่อรักษาระดับราคาขายปลีกไม่เกิน 30 บาทต่อลิตร เพื่อลดผลกระทบภาคขนส่ง ต้นทุนสินค้า และเงินเฟ้อ
2. ตั้งวอร์รูม พร้อมหาแหล่งผลิตอื่น โดยหากราคาน้ำมันดีเซลตลาดโลกเฉลี่ย 100-110 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล กองทุนฯ สามารถแบกรับได้อย่างน้อย 1 เดือน โดยไม่กระทบเสถียรภาพการเงินมากนัก เพื่อตรึงดีเซลได้ในกรอบนโยบาย
3. หารือกระทรวงการคลังลดภาษีน้ำมัน ทั้งนี้ หากกรณีวิกฤติ 120-130 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล สามารถรับภาระได้ราว 15 วันแรก อุดหนุนเต็มที่ประคองสถานการณ์ ให้ภาคธุรกิจและประชาชนมีเวลาปรับตัว ทั้งนี้ หากเกินขีดความสามารถทางการเงิน จะใช้ “Exit Strategy” โดยทยอยปรับขึ้นครั้งละ 50 สตางค์ ถึง 1 บาท โดยดีเซลอาจขยับเพดานจาก 30 บาท เป็น 33 บาท จนถึง 35 บาท เพื่อลดแรงกระแทกทางจิตวิทยา
“ต้องรักษาสมดุลระหว่างดูแลค่าครองชีพกับวินัยการเงินระยะยาว” แหล่งข่าว กล่าว
สำหรับ ราคาน้ำมันดิบดูไบ ณ วันที่ 3 มี.ค. อยู่ที่ 81 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ขณะที่ดีเซลตลาดโลก 115 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ยังไม่เกินกรอบ 120 ดอลลาร์ ที่กองทุนน้ำมันบริหารจัดการได้
"ในกรณีราคาพุ่งถึง 150-170 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ซึ่งเป็นความเป็นไปได้จากสงครามขยายวงกว้าง รัฐบาลเตรียมหารือกระทรวงการคลังเพื่อลดภาษีสรรพสามิตควบคู่กับการใช้กองทุนฯ"
LPG ตรึงต่อ แม้บัญชีติดลบ 3 หมื่นล้าน
แม้บัญชี LPG ของกองทุนฯ ติดลบกว่า 30,000 ล้านบาท แต่ตามมติเดิมจะตรึงราคาถึงสิ้นเดือน มี.ค. 2569 เพื่อช่วยครัวเรือนและผู้ประกอบการรายย่อย
ส่วนน้ำมันเบนซิน กองทุนน้ำมันฯ จะช่วยเท่าที่ช่วยได้ โดยเบื้องต้นจะต้องปล่อยตามกลไกตลาดเป็นหลัก แต่หากสถานการณ์รุนแรงและกองทุนมีสภาพคล่องเพียงพอ อาจแทรกแซงเป็นกรณีไป
ทั้งนี้ กระทรวงพลังงาน เตรียมถกด่วน 4 มี.ค. 2569 เพื่อกำหนดเครื่องมือบริหารโครงสร้างราคา หลังปั๊มน้ำมันต่างชาติบางรายปรับขึ้นดีเซลสูงสุดกว่า 4 บาทต่อลิตร
ภาครัฐมองว่าเป็นการขึ้นตามต้นทุนตลาดโลกทั้งหมด ทั้งที่น้ำมันในสต็อกเป็นต้นทุนเดิม ควรบริหารจัดการสต็อกเก่า 2-3 วันก่อน โดยปกติภาครัฐแจ้งล่วงหน้า 1 สัปดาห์ให้บริหารสต็อก แต่กรณีขึ้นราคากลับปรับทันที เสี่ยงทำให้ประชาชนแตกตื่นแห่เติมน้ำมัน และอาจเกิดปัญหาขาดแคลนเฉพาะพื้นที่
"รัฐบาลยืนยันพร้อมเข้าแทรกแซงทันที หากพบค่าการตลาดหรือราคาผิดปกติ และขอความร่วมมือประชาชนใช้พลังงานอย่างประหยัด"
สำหรับ ฐานะกองทุนล่าสุด (1 มี.ค. 2569) สุทธิเป็นบวก 2,459 ล้านบาท กระแสเงินสด 27,000 ล้านบาท, หนี้สถาบันการเงินกว่า 20,000 ล้านบาท โดยยังไม่มีความจำเป็นต้องกู้เพิ่ม
"ยุทธศาสตร์ของกระทรวงพลังงานชัดเจน คือ ตรึงราคาดีเซลให้มากที่สุดในช่วงแรกโดยใช้กองทุนเป็นกันชน 1 เดือน และหากราคาทะลุ 130 ดอลลาร์ ใช้ Exit Strategy แบบขั้นบันได พร้อมผนึกกระทรวงการคลังพิจารณาลดภาษีป้องกันการฉวยโอกาสขึ้นราคา"
ทั้งนี้ รัฐบาลประเมินว่าสถานการณ์ตะวันออกกลางอาจยืดเยื้อ แม้หวังว่าจะไม่ยาวนานเท่ารัสเซีย-ยูเครน แต่ยอมรับว่ามีโอกาสเห็นราคาน้ำมันโลกแตะ 150-170 ดอลลาร์
อย่างไรก็ตาม กระทรวงพลังงาน ขอย้ำว่า กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงยังมีศักยภาพทำหน้าที่ “กันชน” ให้ประชาชนผ่านพ้นวิกฤติครั้งนี้ พร้อมเตรียมทุกมาตรการรองรับทั้งปริมาณสำรองและด้านราคา เพื่อไม่ให้เศรษฐกิจไทยสะดุดหนักจากแรงกระแทกพลังงานโลก





