วันพุธ ที่ 4 มีนาคม 2569

Login
Login

‘ชนะ ภูมี’ ชง 5+1 ยุทธศาสตร์ ‘เอสเอ็มอี’ สู้วิกฤติซ้อนวิกฤติ ‘โลกหลายขั้ว’

‘ชนะ ภูมี’ ชง 5+1 ยุทธศาสตร์ ‘เอสเอ็มอี’ สู้วิกฤติซ้อนวิกฤติ ‘โลกหลายขั้ว’

 

ภายใต้สภาวะที่ชะงักงันของเศรษฐกิจไทย ถูกซ้ำเติมด้วยสถานการณ์ความขัดแย้งของ 2 ขั้ว ระหว่าง ขั้วสหรัฐและอิสราเอล และขั้วอิหร่าน ซึ่งนับเป็นวิกฤติซ้อนวิกฤติที่ไม่อาจหลีกเลี่ยง และจะส่งผลกระทบต่อ SMEs อย่างหนัก 

สถานการณ์เช่นนี้ทำให้ภาคเอกชนมุ่งเตรียมความพร้อม ร่วมมือทุกภาคส่วนจับมือเดินหน้าขับเคลื่อนเศรษฐกิจ โดย นายชนะ ภูมี รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) และที่ปรึกษากรรมการผู้จัดการใหญ่ SCG ได้นำเสนอยุทธศาสตร์ 5+1 เพื่อ SMEs ไทย ก้าวกระโดดไปด้วยกันสู่อุตสาหกรรมยุคใหม่

นายชนะ กล่าวว่า โจทย์ใหญ่ของอุตสาหกรรมไทยในปัจจุบัน คือ วิกฤติซ้อนวิกฤติที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงกระทบอย่างยิ่งต่อความอยู่รอดของ SMEs ความร่วมมือจากภาครัฐและภาคธุรกิจเอกชนจะเป็นแรงสนับสนุนสำคัญให้ SMEs อยู่รอด เติบโต และก้าวกระโดสู่อุตสาหกรรมยุคใหม่

“การแก้ไขวิกฤติระดับประเทศ ตัวแทนภาคเอกชนและผู้ประกอบการอุตสาหกรรมต้องประสานงานกับภาครัฐอย่างใกล้ชิดในการขับเคลื่อนนโยบายพัฒนาอุตสาหกรรม แก้ไขปัญหาการประกอบธุรกิจ และเป็นศูนย์กลางแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเพื่อฟื้นฟูอุตสาหกรรมไทยให้แข็งแกร่งและมีความในการพร้อมแข่งขัน" นายชนะ กล่าว

นายชนะ กล่าวว่า การดำเนินการดังกล่าวมีข้อเสนอ “5+1 ยุทธศาสตร์เพื่อ SMEs” ก้าวกระโดดสู่อุตสาหกรรมยุคใหม่เพื่อสร้างการเติบโต และสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจจากปัจจุบันมีสัดส่วน 35% ของ GDP เป็นมากกว่า 50% ของ GDP ด้วยยุทธศาสตร์ที่ครอบคลุม การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตด้วย Smart Industry 

รวมถึงการสร้างตลาดใหม่ ปกป้องตลาดเดิม การแก้ปัญหาการเข้าถึงสินเชื่อ การผลักดันยกเลิกกฎข้อจำกัด และการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานอัจฉริยะสีเขียวและพลัสด้วยความร่วมมือทุกภาคส่วนอย่างโปร่งใส มีประสิทธฺภาพ เพื่อขับเคลื่อนอุตสาหกรรมไทยให้ก้าวกระโดดและเป็น 1 ในภูมิภาค ดังนี้

1. ยุทธศาสตร์ด้านเทคโนโลยี เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตด้วย Smart Industry โดยการเปลี่ยนผ่านสู่อุตสาหกรรมที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีเป็นเรื่องเร่งด่วน โดยมุ่งนำ Automation, AI, Big Data และ IoT มาเพิ่มผลิตภาพแรงงาน ควบคู่กับการสร้างระบบนิเวศการพัฒนาเทคโนโลยีจากภายในประเทศ เพื่อลดการพึ่งพาการนำเข้าสินค้าทุน และเสริมความแข็งแกร่งให้ห่วงโซ่อุปทานในประเทศ

2. ยุทธศาสตร์ด้านการตลาด โดยสร้างตลาดใหม่ ปกป้องตลาดเดิมไปพร้อมกัน ทั้งยกระดับมาตรฐาน มอก. เพื่อปกป้องสินค้าไทยจากสินค้าต่างชาติด้อยคุณภาพ ผลักดันการผลิตชิ้นส่วนสำคัญภายในประเทศเพื่อทดแทนการนำเข้า 

‘ชนะ ภูมี’ ชง 5+1 ยุทธศาสตร์ ‘เอสเอ็มอี’ สู้วิกฤติซ้อนวิกฤติ ‘โลกหลายขั้ว’

และผลักดันให้ SMEs มีความพร้อมทั้งด้านเงินทุนและมาตรฐานการผลิตเพื่อเป็นส่วนหนึ่งของ Global Supply Chain ของตลาดโลก รวมทั้งส่งเสริมให้มีเครือข่าย Trading Company เพื่อช่วย SMEs รายย่อยเข้าถึงตลาดต่างประเทศได้

3. ยุทธศาสตร์ด้านแหล่งทุน เพื่อแก้ปัญหาการเข้าถึงสินเชื่อของ SMEs โดยในแนวทางการเปลี่ยนจากการใช้หลักทรัพย์ค้ำประกันมาเป็นการประเมินจากศักยภาพและพฤติกรรมทางการค้า ผ่าน 2 แนวทางหลัก ได้แก่ 

แนวทางระบบ Information-based Lending เพื่อให้ SMEs ได้เข้าถึงสภาพคล่องได้รวดเร็วขึ้น 

แนวทางการจัดตั้งกองทุนเพื่อรองรับการลงทุนระยะยาวในการเปลี่ยนผ่านสู่อุตสาหกรรมยุคใหม่ โดยให้มีกลไกค้ำประกันและดอกเบี้ยในอัตราที่เหมาะสม

4. ยุทธศาสตร์ด้านกฎข้อจำกัด “ผลักดันยกเลิกกฎข้อจำกัด” ปลดล็อคอุปสรรคและลดต้นทุนแฝงให้ SMEs ผ่านการผลักดันกฎหมายรวบยอด (Omnibus Law) รวมถึง พ.ร.บ.อำนวยความสะดวกในการประกอบธุรกิจ 

ทั้งนี้ เพื่อเปลี่ยนกรอบความคิดจาก “รออนุญาต” มาเป็น “จดแจ้งแล้วดำเนินการได้เลย” และผลักดันการใช้แพลตฟอร์มดิจิทัลBiz Portal และเทคโนโลยี AI e-License เพิ่มความเร็วการให้บริการของหน่วยงานราชการ

5. ยุทธศาสตร์ด้านต้นทุน “พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานอัจฉริยะสีเขียว” ด้านพลังงานและการขนส่งโดยขยายผลโครงการ Direct Power Purchase Agreement (Direct PPA) ให้ครอบคลุมภาคอุตสาหกรรมการผลิตในวงกว้าง ควบคู่กับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานอัจฉริยะที่รองรับการเปิดเสรีพลังงานสะอาดอย่างแท้จริง 

ส่วนด้านการขนส่ง เร่งลดการพึ่งพาถนนและผลักดันการขนส่งหลายรูปแบบที่บูรณาการข้อมูลตลอดห่วงโซ่อุปทาน เพื่อลดทั้งต้นทุนและการปล่อยคาร์บอน ซึ่งจะช่วยเพิ่มความสามารถในการแข่งขันให้SMEs ไทยได้อย่างยั่งยืน

สุดท้ายคือ ความร่วมมือทุกภาคส่วน ภาครัฐ เอกชน และประชาสังคม (Public Private People Partnership Model) เพื่อร่วมขับเคลื่อนอุตสาหกรรมไทยให้ก้าวกระโดด โดย ส.อ.ท.เป็นตัวแทนภาคอุตสาหกรรมในการประสานงานกับภาครัฐ แก้ไขปัญหา และส่งเสริมให้ผู้ประกอบการเติบโตได้อย่างยั่งยืน 

ดังตัวอย่างความสำเร็จของ “สระบุรีโมเดล” เมืองแห่งความมั่งคั่งและยั่งยืนที่ลงมือทำจริง ด้วยความร่วมมือของจังหวัด ผู้ประกอบการอุตสาหกรรม และชุมชน

“ถึงเวลาที่ทุกภาคส่วนต้องร่วมมือกันอย่างจริงจังเพื่อขับเคลื่อนอุตสาหกรรมไทย 5+1 ยุทธศาสตร์เพื่อ SMEs มุ่งหวังให้ SMEs พร้อมรับมือกับทุกวิกฤติ รวมถึงการเสริมความแข็งแกร่ง ยกระดับมาตรฐานสู่สากล ก้าวกระโดดสู่อุตสาหกรรมยุคใหม่ เพื่ออนาคตของอุตสาหกรรมไทยแข่งขันได้ และผงาดสู่ความเป็น 1 ในภูมิภาค”