วันอังคาร ที่ 3 มีนาคม 2569

Login
Login

รัฐบาลตั้งรับภาษีสหรัฐ กางแผน 150 วัน เร่งส่งออก-ชูการทูตเชิงรุก

รัฐบาลตั้งรับภาษีสหรัฐ กางแผน 150 วัน เร่งส่งออก-ชูการทูตเชิงรุก

“เอกนิติ” นำทีมไทยแลนด์ ถกยุทธศาสตร์รับมือกีดกันทางการค้าสหรัฐฯ หลังศาลสูงชี้ขาด ผนึก “ศุภจี-สีหศักดิ์” บูรณาการแผนระยะสั้น 150 วัน เร่งระบายสินค้าไทยสู้ความไม่แน่นอนของกำแพงภาษี

วันนี้ (2 มี.ค. 69) เมื่อเวลา 16.40 น. นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง เรียกประชุมด่วนร่วมกับ นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รมว.ต่างประเทศ และนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รมว.พาณิชย์ พร้อมด้วยเอกอัครราชทูตไทยประจำกรุงวอชิงตัน และตัวแทนภาคเอกชน เพื่อกำหนด ยุทธศาสตร์รับมือนโยบายภาษีฉบับใหม่และมาตรการกีดกันทางการค้าของสหรัฐฯ ตามมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อรักษาผลประโยชน์สูงสุดของไทยภายหลังคำตัดสินของศาลสูง

นายเอกนิติ เปิดเผยว่า การเรียกประชุมด่วนร่วมกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ และตัวแทนภาคเอกชนในครั้งนี้ เป็นการปฏิบัติตามมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) ที่มอบหมายให้ทั้ง 3 กระทรวงเศรษฐกิจหลัก ร่วมกันบูรณาการเพื่อกำหนดยุทธศาสตร์ของประเทศ

โดยการหารือดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อวางกลยุทธ์และกำหนดแนวทางการเจรจากับทางการสหรัฐฯ ในระยะต่อไป ภายหลังจากที่ศาลสูง (Supreme Court) ได้มีคำตัดสินออกมา โดยมีเอกอัครราชทูตไทยประจำสหรัฐอเมริกาเข้าร่วมประเมินสถานการณ์ด้วย

นางศุภจี กล่าวว่า ในวันนี้จะมีการหารือผลกระทบของเหตุการณ์ทั้งหมดกรณีภาษีสหรัฐ

นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เปิดเผยว่า ท่าทีของสหรัฐฯ ยังมีความไม่แน่นอนสูงมาก โดยมาตรการเดิมที่อยู่ระหว่างเจรจาในอัตรา 19% ถูกยกเลิกไปแล้ว และมีความเป็นไปได้ที่จะนำอัตรา 10% มาใช้ทดแทนก่อนปรับเพิ่มเป็น 15% ในอนาคต ซึ่งความผันผวนนี้ส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของภาคเอกชนไทยอย่างมาก

"เราต้องหามาตรการรับมือเพราะความไม่แน่นอนมีสูง แม้จะมีการประกาศเก็บภาษีนำเข้าจากทั่วโลกในอัตรา 15% ภายใน 150 วัน แต่ท่าทีของสหรัฐฯ ยังไม่ชัดเจน เอกชนต้องการความแน่นอนเพื่อวางแผนการค้า เราจึงต้องระดมข้อมูลเพื่อกำหนดท่าทีและอัตราที่ชัดเจนที่สุด" 

นายสีหศักดิ์ กล่าวต่อว่า  รัฐบาลยังจำเป็นต้องสะสางประเด็นการเจรจาเดิมที่ยังไม่ได้ข้อยุติ โดยเฉพาะการประสานงานภายในประเทศเกี่ยวกับมาตรการเปิดตลาด ซึ่งมีความเกี่ยวเนื่องกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพื่อกำหนดจุดยืนบนพื้นฐานเดียวกัน

โดยกระทรวงการต่างประเทศพร้อมสนับสนุนการวางกลยุทธ์ระดับชาติ โดยจะใช้เครือข่ายของสถานเอกอัครราชทูตไทยประจำกรุงวอชิงตันในการติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด พร้อมเดินหน้าแสวงหาพันธมิตรจากหน่วยงานระดับสูงของสหรัฐฯ อาทิ สำนักงานผู้แทนการค้าสหรัฐฯ (USTR) กระทรวงการคลัง ทำเนียบขาว และกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ

นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง กล่าวเสริมว่า ที่ประชุมได้พิจารณาแนวทางการรับมือกับมาตรการใหม่ของสหรัฐฯ โดยมุ่งเน้นการบริหารจัดการในระยะสั้นกรอบเวลา 150 วัน เพื่อหาจุดยืนที่เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประเทศ

“ในเบื้องต้น ภาครัฐกำลังพิจารณาความเป็นไปได้ในการใช้กลยุทธ์การเร่งรัดการส่งออกสินค้า ในช่วง 150 วันนี้ เพื่อลดผลกระทบทางเศรษฐกิจ ก่อนจะประเมินท่าทีและผลกระทบในระยะต่อไป”

นอกจากนี้ ยังเตรียมหารือเชิงลึกร่วมกับกระทรวงอุตสาหกรรมและภาคเอกชน เพื่อทำความเข้าใจถึงความคาดหวังของภาคธุรกิจ และประสานมุมมองให้เป็นไปในทิศทางเดียวกันเพื่อให้ได้มาตรการที่เป็นเอกภาพ