“ศุภจี”นั่งหัวโต๊ะ เคาะ 8 มาตรการบริหารจัดการไม้ปี 69 เผยผลผลิตรวม 6.91 ล้านตัน เพิ่มขึ้น 5.8% คุมเข้มการผลิต-แปรรูป-ตลาด ตั้งเป้าดูดซับผลผลิต 1.2 ล้านตัน รับมือทุเรียนพุ่ง 21% มั่นใจวิกฤตฮอร์มุซไม่กระทบเหตุตลาดหลักอยู่อาเชียน-จีน เตรียมเชิญนายกฯ คิกออฟมหกรรมทุเรียนจันทบุรี เม.ย.นี้
นายวิทยากร มณีเนตร อธิบดีกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยถึงผลการหลังประชุมขับเคลื่อนมาตรการบริหารสินค้าผลไม้ปี 2569 โดยนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เป็นประธานการประชุม ร่วมกับหน่วยงานรัฐและเอกชน ที่กระทรวงพาณิชย์ ว่า กระทรวงพาณิชย์ได้เตรียม 8 มาตรการบริหารจัดการผลไม้ปี 2569 ที่กำลังจะออกสู่ตลาดรวม 6.91 ล้านตัน เพิ่มขึ้น 5.8% ที่มีปริมาณ 6.531 ล้านตัน หรือเพิ่ม 3.79 แสนตัน ได้แก่ 3 มาตรการดูแลด้านการผลิต 2 มาตรการเพื่อการแปรรูป และ 3 มาตราการด้านการตลาด
โดยประชุมได้เตรียมมาตรการเร่งด่วน จำนวน 8 มาตรการเพื่อรับมือกับฤดูกาลผลผลิตผลไม้ ได้แก่ มาตรการด้านการผลิต 2 มาตรการ มาตรการด้านการแปรรูป การขนส่ง 2 มาตรการ และมาตรการด้านการตลาด 3 มาตรการ มีเป้าหมายดูดซับผลผลิต 1.1-1.2 ล้านตัน
โดยสินค้าที่เฝ้าระวังในเบื้องต้นคือ มะพร้าว ทุเรียน และมังคุด โดยในส่วนของมะพร้าวขณะนี้ได้ผ่านราคาต่ำสุดแล้ว หลังจากการเข้าเร่งกระจาย ทำให้ราคาสูงขึ้นลูกละ 4 บาท ส่วนทุเรียนปีนี้คาดมีผลผลิต 1.8 ล้านตัน เพิ่มขึ้นถึง 21% ส่วนมังคุดแม้คาดการณ์ผลผลิตลดลง 15 % หรือจาก 3.3 แสนตัน มาอยู่ที่ 2.8 แสนตัน แต่ด้วยเป็นผลไม้เน่าเสียงง่ายจึงต้องเตรียมพร้อมการดูดซับตลาดและเร่งระบาย ขณะที่ผลไม้หลายชนิดมีผลผลิตที่มากขึ้น อาทิ สับปะรดผลผลิต 1.3 ล้านตัน เพิ่มขึ้น 10 % ส้มเขียวหวาน และเงาะ ก็มีผลผลิตที่เพิ่มขึ้น ส่วนลำไยคาดลดลง 3% จากผลผลิต 1.5 ล้านตัน อยู่ที่ 1.47 ล้านตัน
นายวิทยากร กล่าวว่า สำหรับกิจกรรมขับเคลื่อนจะมีทั้งผลักดันตลาดในประเทศ และส่งออก ตัวอย่างมาตรการที่จะดำเนินการ อาทิ การเร่งตรวจรับรองมาตรฐาน GAP ขณะนี้มีการลงทะเบียนแล้ว 4 แสนไร่ มีห้องแลปตรวจรับรอง 14 แลป กำลังเพิ่มอีก 4 แลป รองรับการตรวจตัวอย่าง 3,000 ตัวอย่างต่อวัน มีการคุ้มเข้มสารตกค้าง BY2 ซึ่งคุ้มได้ 100% และแคดเมียม ที่อาจปนอยู่ในดิน ในปุ๋ย ได้ตรวจทุกแปลง หากเจอระงับจำหน่ายทันที และแรงงานเก็บผลไม้ ได้มีการฝึกอบรมทักษะการตัด การคัดเรียบร้อยแล้ว ตู้คอนเทนเนอร์ มีการประสานสภาหอการค้าแห่งประเทศไทยเตรียมความพร้อม และเพิ่มช่องทางส่งออกทางรางเพิ่มเติมจากทางบก ทางเรือ
นอกจากนี้ ได้เตรียมเจรจาด่านนำเข้าต่าง ๆ เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับการส่งออกผลไม้ไทย ประสานห้างซื้อล่วงหน้า ตั้งปีเป้าปีนี้ 1.8 แสนตัน เพิ่ม 30% จากปี 2568 ที่ซื้อ 1.3 แสนตัน ประสานตลาดกลาง ตลาดสด 18 แห่ง ที่ซื้อผลผลิตเกษตรทุกชนิด 1.7 ล้านตัน ให้ซื้อเพิ่ม เตรียมจัดบุฟเฟต์ผลไม้ ช่วยระบายผลไม้เกรดรอง นำผลไม้จำหน่ายในงานธงฟ้า รถโมบาย ดึงปั๊มน้ำมัน ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ปตท. ธนาคาร ช่วยซื้อผลไม้ ทั้งนี้ ปลายเดือนมี.ค.ถึงต้นเดือนเม.ย. จะจัดมหกรรมคลิกออฟรณรงค์บริโภคทุเรียนและผลไม้ไทย ที่จังหวัดจันทบุรี โดยจะเรียนเชิญนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เปิดงาน
นอกจากนี้ที่ประชุมได้เห็นชอบแผนการลดอุปสรรคต่างๆ เช่น จัดเตรียมตู้คอนเทนเนอร์ ติดตามการขนส่งหลังจากเกิดสงครามในตะวันออกกลาง ซึ่งเบื้องต้นมองว่าไม่ได้รับผลกระทบเพราะผลไม้ส่วนใหญ่ส่งออกไปเอเชียและอาเซียน เป็นหลัก เช่น ทุเรียนส่งไปจีนกว่า 96% พร้อมได้นัดประชุมดูแลบริษัทรับซื้อผลผลิตเกษตร(ล้ง)เพื่อป้องปรามการกดราคาซื้อ เป็นต้น
“ทั้ง 8 มาตรการในการเข้ามาดูแล เพื่อกระจายและดูดซับผลผลิตออกจากมือเกษตรกร เป้าหมายอยู่ที่ 1.1-1.2 ล้านตัน ซึ่งบประมาณที่ใช้ก็เป็นงบประมาณประจำของแต่ละหน่วยงานที่เข้ามาจัดการ ซึ่งคาดว่าประมาณ 500 ล้านบาท อย่างทุเรียนปีนี้คาดว่าจะมีผลผลิตเพิ่มถึง 21% จึงต้องเร่งส่งออกและบริโภคในประเทศ เป้าหมายจะเพิ่มส่งออกจาก 1.08 ล้านตัน เป็น 1.2-1.3 ล้านตัน บริโภคในประเทศเพิ่มจาก 4.7 แสนตัน เป็น 5.5 แสนตัน ซึ่งผลไม้อื่นก็จะทำเช่นเดียวกัน ทั้งผลักดันส่งออก แปรรูป รณรงค์บริโภค รวมถึงวางแผนล่วงหน้าเพื่อสร้างสมดุลผลผลิตและการตลาด “ นายวิทยากร กล่าว





