วันอังคาร ที่ 3 มีนาคม 2569

Login
Login

ส.อ.ท.ห่วงสงครามระอุ นำเข้าน้ำมันกระทบต้นทุนขนส่งสินค้าพุ่ง

ส.อ.ท.ห่วงสงครามระอุ นำเข้าน้ำมันกระทบต้นทุนขนส่งสินค้าพุ่ง

ส.อ.ท. รับห่วงการนำเข้าน้ำมัน​ ทำต้นทุนขนส่งสินค้าพุ​่ง​ หลังการสู้รบตะวันออกกลางระอุ จ่อปิดช่องแคบฮอร์มุซ​ ซึ่งเป็นช่องทางนำเข้าน้ำมันเข้าไทย​ 70-80% หวั่น​กระทบหนักหากบานปลาย​ เร่งรัฐบาลหามาตรการรับมือ

นายเกรียงไกร เธียรนุกุล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยก่อนการเข้าร่วมประชุมประเมินสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง ที่ทำเนียบรัฐบาล วันนี้ (2 มี.ค.) โดยระบุว่า การประชุมวันนี้จะเป็นการพูดคุยหามาตรการเพื่อเตรียมรับมือหากเหตุสู้รบในตะวันออกกลางบานปลาย​ ซึ่งอาจนำไปสู่การปิดช่องแคบฮอร์มุซ​ โดยช่องแคบดังกล่าวมีความสำคัญอย่างมาก เนื่องจากเป็นบริเวณที่ไทยนำเข้าพลังงานจำนวนมาก จึงมีความจำเป็นต้องมีแผนรองรับ การขาดแคลนและการบริโภคน้ำมัน 

อย่างไรก็ดี ปัจจุบันไทนนำเข้าน้ำมันปริมาณ 1 ล้านบาร์เรลต่อวัน ซึ่งการนำเข้าบริเวณช่องแคบฮอร์มุซอยู่ในปริมาณราว 70-80% หรือ​ 7-8 แสนบาร์เรลของปริมาณนำเข้าน้ำมันทั้งหมด ฉะนั้นจึงต้องมาดูว่าจะสามารถแก้ไขปัญหาการขาดแคลนน้ำมันได้หรือไม่อย่างไร รวมถึงประเมินผลกระทบด้านการขนส่ง เนื่องจากจะเชื่อมโยงไปยังปัญหาราคาสินค้า ซึ่งต้องดูว่าจะมีแผนรองรับอย่างไร​ ส่วนสถานการณ์ขณะนี้ยังไม่สามารถตอบได้ว่าเหตุการณ์จะส่งผลระยะยาวหรือสั้น เพราะคงต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด 

นายเกรียงไกร​ กล่าวด้วยว่า ความกังวลต่อผลกระทบในภาคอุตสาหกรรม ตนมีความกังวลในหลายเรื่อง โดยเฉพาะอุตสาหกรรมที่ต้องนำเข้าพลังงาน เพราะจะทำให้ราคาพลังงานเพิ่มขึ้นสูง แต่ในเบื้องต้นพบว่าราคาพลังงานน่าจะยังปรับขึ้นไม่มาก เพราะเห็นสัญญาณว่าราคาน้ำมันขยับขึ้น 5-6 เหรียญต่อบาร์เรลเท่านั้น ส่วนราคาน้ำมันอ้างอิงในตลาดโลกมีการปรับขึ้นเล็กน้อย​  

​“เรื่องค่าเงินมีผลกระทบเล็กน้อย​ เพราะเดิมค่าเงินบาทอ่อนลงและค่าเงินดอลลาร์แข็งขึ้น แต่ตอนหลังก็ปรับลงมาไม่เท่าไหร่ ส่วนราคาทองส่วนตัวยังมองว่ามีแนวโน้มที่จะเพิ่มขึ้น หากสถานการณ์ยังบานปลาย เพราะขณะนี้ปรับขึ้นไป 5,300 -​ 5,400 ต่อออนซ์​ ดังนั้นต้องติดตามผลกระทบอย่างใกล้ชิด​”

นายเกรียงไกร​ กล่าวด้วยว่า ความกังวลต่อผลกระทบในภาคอุตสาหกรรม ตนมีความกังวลในหลายเรื่อง โดยเฉพาะอุตสาหกรรมที่ต้องนำเข้าพลังงาน เพราะจะทำให้ราคาพลังงานเพิ่มขึ้นสูง แต่ในเบื้องต้นพบว่าราคาพลังงานน่าจะยังปรับขึ้นไม่มาก เพราะเห็นสัญญาณว่าราคาน้ำมันขยับขึ้น 5-6 เหรียญต่อบาร์เรลเท่านั้น ส่วนราคาน้ำมันอ้างอิงในตลาดโลกมีการปรับขึ้นเล็กน้อย​  

 

​“เรื่องค่าเงินมีผลกระทบเล็กน้อย​ เพราะเดิมค่าเงินบาทอ่อนลงและค่าเงินดอลลาร์แข็งขึ้น แต่ตอนหลังก็ปรับลงมาไม่เท่าไหร่ ส่วนราคาทองส่วนตัวยังมองว่ามีแนวโน้มที่จะเพิ่มขึ้น หากสถานการณ์ยังบานปลาย เพราะขณะนี้ปรับขึ้นไป 5,300 -​ 5,400 ต่อออนซ์​ ดังนั้นต้องติดตามผลกระทบอย่างใกล้ชิด​”