วันอังคาร ที่ 3 มีนาคม 2569

Login
Login

'ส.อ.ท.' หารือด่วนใน 48 ชม. หวั่นสงครามอิหร่านบานปลาย ดันราคาน้ำมันพุ่ง

'ส.อ.ท.' หารือด่วนใน 48 ชม. หวั่นสงครามอิหร่านบานปลาย ดันราคาน้ำมันพุ่ง

นายเกรียงไกร เธียรนุกุล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยว่า ภาคอุตสาหกรรมเตรียมเรียกประชุมด่วนภายใน 1-2 วันข้างหน้า เพื่อประเมินความเสี่ยงและกำหนดมาตรการรับมือกรณีสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐ-อิสราเอลกับอิหร่านยกระดับ จนอาจกระทบต่อห่วงโซ่อุปทานพลังงานและวัตถุดิบ

“ภาคอุตสาหกรรมต้องหารือเร่งด่วน ประเมินว่าหากเกิดการชะงักงันหรือขาดแคลนพลังงาน จะสามารถจัดหาแหล่งทดแทนจากที่ใด ราคาจะเพิ่มขึ้นแค่ไหน และสถานการณ์จะบานปลายเพียงใด”

เขาประเมินว่า หากความขัดแย้งยืดเยื้อเกิน 1 สัปดาห์ และขยายวงสู่ระดับภูมิภาค ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกมีโอกาสพุ่งทะลุ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล จากปัจจุบันที่เริ่มขยับไปเหนือ 70 ดอลลาร์แล้ว ซึ่งจะซ้ำเติมภาวะเงินเฟ้อทั่วโลก ขณะที่ราคาทองคำอาจทะยานแตะ 6,000 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หรือประมาณ 80,000-90,000 บาทต่อบาททองคำภายในสิ้นปี หากสถานการณ์รุนแรงต่อเนื่อง

"ผลกระทบจะลุกลามไปยังภาคโลจิสติกส์และการค้าโลก โดยค่าเดินเรือและค่าขนส่งปรับเพิ่มขึ้น สินค้าพลังงานและวัตถุดิบเสี่ยงขาดแคลน ขณะที่ค่าเงินดอลลาร์มีแนวโน้มแข็งค่าในระยะสั้น"

สำหรับประเทศไทย ประเด็นสำคัญคือความมั่นคงด้านพลังงาน โดยไทยพึ่งพาการนำเข้าน้ำมันจากตะวันออกกลางเป็นหลัก แม้ไม่ได้พึ่งอิหร่านโดยตรงก็ตาม เบื้องต้นประเมินว่าสต็อกน้ำมันในประเทศเพียงพอใช้ราว 60 วัน แต่จำเป็นต้องบริหารจัดการอย่างใกล้ชิด พร้อมเร่งหาแหล่งนำเข้าอื่นรองรับความเสี่ยง

โดยด้านนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เตรียมเป็นประธานเรียกประชุมหน่วยงานรัฐและเอกชนที่เกี่ยวข้องในวันที่ 2 มี.ค. 2569 เพื่อประเมินสถานการณ์และเตรียมแผนรับมือร่วมกัน ขณะที่นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ได้เรียกประชุมเพิ่มกำลังผลิตก๊าซธรรมชาติจากอ่าวไทย ติดตามสถานะสต็อกน้ำมัน และใช้กลไกกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงดูแลราคาภายในประเทศ รวมถึงออกมาตรการระงับการส่งออกน้ำมันชั่วคราว

“หากสถานการณ์คลี่คลายใน 1 สัปดาห์ ผลกระทบจะจำกัดในระยะสั้น แต่หากยืดเยื้อและขยายวงในภูมิภาค ราคาน้ำมันทะลุ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล แทบหลีกเลี่ยงไม่ได้ ซึ่งจะกระทบต้นทุนการผลิต เงินเฟ้อ และกำลังซื้อในวงกว้าง” 

ภาคอุตสาหกรรมจึงต้องเร่งจัดทำแผนสำรองพลังงานและวัตถุดิบ พร้อมประเมินต้นทุนใหม่ เพื่อประคองความสามารถแข่งขันท่ามกลางความไม่แน่นอนที่กำลังก่อตัวในตลาดโลก