สถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ทวีความรุนแรงจนสุ่มเสี่ยงต่อการปิดเส้นทางขนส่งน้ำมันที่สำคัญที่สุดในโลกอย่าง "ช่องแคบฮอร์มุซ" กำลังกลายเป็นโจทย์ท้าทายความมั่นคงทางพลังงานของประเทศไทยครั้งประวัติศาสตร์ ล่าสุดสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ออกมาเตือนถึงผลกระทบในมิติของ "ราคา" ที่จะพุ่งสูงอย่างรุนแรง และ "ปริมาณ" ที่อาจเข้าสู่ภาวะวิกฤต
61 วันอันตราย เช็คสถานะความมั่นคงพลังงาน
นายเสกสรรค์ พรหมนิช ประธานคณะทำงานพัฒนาอุตสาหกรรมเอทานอล และรองประธานกลุ่มอุตสาหกรรมพลังงานหมุนเวียน สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยว่า ระดับความเสี่ยงของไทยในขณะนี้อยู่ในเกณฑ์ "สูงมาก" แม้ตัวเลขสำรวมน้ำมันสำเร็จรูป 38 วัน และน้ำมันดิบระหว่างขนส่งอีก 23 วัน จะดูเหมือนมีเวลาเตรียมตัวเกือบ 2 เดือน แต่ในความเป็นจริงไทยพึ่งพาการนำเข้าจากตะวันออกกลางถึง 70%
"น้ำมัน 23 วันที่พ้นช่องแคบมาแล้ว เปรียบเสมือนลมหายใจสุดท้ายที่กำลังเดินทางมา หากสถานการณ์ไม่คลี่คลายภายใน 60 วัน โรงกลั่นจะไม่มีวัตถุดิบป้อนการผลิต รัฐบาลอาจต้องใช้มาตรการปันส่วนน้ำมัน (Rationing) ทันทีเพื่อยืดเวลาออกไปให้นานที่สุด"
ชู E20 'ยุทธศาสตร์ทางรอด' ลดพึ่งพาต่างชาติ
ส.อ.ท. เสนอทางออกเร่งด่วนด้วยการผลักดัน E20 (เบนซินผสมเอทานอล 20%) ให้เป็นน้ำมันพื้นฐานของประเทศ เพื่อสร้าง "ตาข่ายรองรับ" ทางพลังงาน โดยระบุข้อดี 3 มิติ
1. ลดการนำเข้า ทดแทนเนื้อน้ำมันเบนซินด้วยเอทานอลที่ผลิตในประเทศได้ถึง 20%
2. พึ่งพาตนเอง ใช้ผลผลิตจากอ้อยและมันสำปะหลังของเกษตรกรไทยเป็นต้นทุนสำรอง
3. ยืดระยะเวลาสำรอง ปริมาณสำรองที่มีอยู่จะใช้ได้นานขึ้นทันทีจากส่วนผสมที่ไม่ใช่ฟอสซิล
อย่างไรก็ตาม เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนผ่านอย่างเป็นรูปธรรม ส.อ.ท. เสนอให้ภาครัฐดำเนินการผ่าน 3 มิติหลัก
1. ด้านนโยบาย กำหนดส่วนต่างราคา E20 ให้จูงใจ และเลิกใช้แก๊สโซฮอล์ 91 และ 95 ภายในปี 2027
2. ด้านอุปทาน ยกระดับเกษตรแม่นยำ (Precision Farming) และใช้เทคโนโลยี Smart Fermentation (GM Yeast) เพื่อลดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต
3. ตลาดมูลค่าสูง ต่อยอดสู่ SAF (Sustainable Aviation Fuel) หรือน้ำมันเครื่องบินชีวภาพ และอุตสาหกรรมชีวเคมี (Biochemicals) ตามโมเดล BCG เพื่อหนีการรุกคืบของยานยนต์ไฟฟ้า (EV)
"การส่งเสริมเอทานอลไม่ใช่แค่เรื่องพลังงาน แต่คือการสร้างหลักประกันให้เกษตรกรไทย และเป็นสะพานเชื่อมไปสู่เป้าหมาย Carbon Neutrality ที่ยั่งยืน"





