ท่ามกลางความผันผวนของตลาดทุนและแรงกดดันต่อราคาหุ้นกลุ่มพลังงาน “ปตท.” ประกาศจุดยืนชัด เดินหน้าเสริมความเชื่อมั่นนักลงทุน ด้วยการเข้าร่วมโครงการ “JUMP+” ของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ในฐานะผู้เล่นหลัก หวังยกระดับมาตรฐานการดูแลผู้ถือหุ้น และผลักดันให้มูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด (Market Value) สะท้อนปัจจัยพื้นฐานที่แท้จริงขององค์กร
นายคงกระพัน อินทรแจ้ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ปตท. ได้ตกลงเข้าร่วมโครงการ Jump+ ซึ่งเป็นโครงการนำร่องของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เพื่อแสดงความมุ่งมั่น (Commitment) ในการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผู้ถือหุ้นอย่างยั่งยืน พร้อมยกระดับการสื่อสารข้อมูลและการบริหารจัดการเงินทุนให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
ต้นแบบญี่ปุ่น-เกาหลีใต้ ดันมูลค่าบริษัทจดทะเบียน
นายคงกระพัน กล่าวว่า แนวคิดของ JUMP+ มีรากฐานคล้ายกับโครงการ Arrow ของประเทศญี่ปุ่น และ Corporate Value Up ของประเทศเกาหลีใต้ ซึ่งเป็นกลไกสำคัญที่ช่วยกระตุ้นให้บริษัทจดทะเบียนในสองประเทศดังกล่าวเร่งทบทวนการบริหารเงินทุน การกำหนดเป้าหมายเชิงกลยุทธ์ และการสื่อสารกับนักลงทุนอย่างเป็นระบบ จนทำให้มูลค่ากิจการโดยรวมปรับตัวดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
หัวใจของโครงการคือการทำให้ ราคาหุ้นสะท้อนพื้นฐานธุรกิจที่แท้จริง ผ่านการจัดสรรเงินทุนอย่างมีวินัย การกำหนดเป้าหมายที่ชัดเจน และการเปิดเผยข้อมูลอย่างโปร่งใส ซึ่ง ปตท. ได้เข้าไปมีส่วนร่วมตั้งแต่ช่วงเริ่มต้นในฐานะบริษัทขนาดใหญ่ (Major Player) ของตลาดทุนไทย
ยกระดับการเปิดเผยข้อมูล-คำมั่นสัญญาต่อผู้ถือหุ้น
สำหรับรายละเอียดการเข้าร่วมโครงการ ปตท. ได้จัดส่งแผนงานและเป้าหมาย (Target) ต่อ ตลท. และได้รับการตอบรับเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยสาระสำคัญครอบคลุม 2 มิติหลัก ได้แก่
1. การเปิดเผยข้อมูล (Disclosure) ปตท. จะจัดระเบียบการเปิดเผยข้อมูลผลการดำเนินงาน กลยุทธ์ และการใช้เงินทุนให้เป็นระบบมากขึ้น ผ่านแพลตฟอร์มของ JUMP+ เพื่อให้นักลงทุนสามารถเข้าถึงข้อมูลที่ครบถ้วน ชัดเจน และเปรียบเทียบได้
2. คำมั่นสัญญาต่อผู้ถือหุ้น (Commitment) บริษัทจะกำหนดแนวทางที่ชัดเจนในการดูแลผู้ถือหุ้น ครอบคลุมนโยบายการจัดสรรเงินทุน การบริหารกระแสเงินสด การสร้างผลตอบแทนที่เหมาะสม รวมถึงการกำหนดทิศทางการเติบโตที่สมดุลระหว่างการลงทุนใหม่กับการรักษาวินัยทางการเงิน
นายคงกระพัน กล่าวว่า เป้าหมายของ JUMP+ ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงตัวเลขกำไรในระยะสั้น แต่เปิดโอกาสให้แต่ละบริษัทกำหนด Target ที่เหมาะสมกับบริบทของตนเอง โดย ปตท. จะมุ่งเน้นตัวชี้วัดที่สะท้อนความยั่งยืน ความสามารถในการแข่งขัน และการเติบโตระยะยาว มากกว่าการกำหนดตัวเลขเชิงปริมาณเพียงด้านเดียว
ดึงบริษัทแฟลกชิปทั้งกลุ่มเข้าร่วม
นอกจากการเข้าร่วมในระดับบริษัทแม่แล้ว ปตท. ยังมีนโยบายสนับสนุนให้บริษัท Flagship ในกลุ่ม ปตท. เข้าร่วมโครงการ JUMP+ เช่นกัน เพื่อสร้างมาตรฐานเดียวกันในการดูแลผู้ถือหุ้นทั้งเครือ
ปัจจุบันบริษัทลูกที่มีความพร้อมอยู่ระหว่างการเตรียมการ และสามารถทยอยเข้าร่วมในรอบถัดไปได้ทันทีเมื่อผ่านเกณฑ์ความพร้อม ทั้งนี้ เพื่อให้ทั้งกลุ่ม ปตท. เดินหน้าในทิศทางเดียวกัน ทั้งด้านการเปิดเผยข้อมูล การบริหารเงินทุน และการสร้างความเชื่อมั่นต่อตลาดทุน
สำหรับการเข้าร่วม JUMP+ เป็นอีกหนึ่งกลไกเชิงรุกในการสื่อสารกับนักลงทุน นอกเหนือจากการรักษาผลประกอบการที่ดี การบริหารต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ และการจ่ายเงินปันผลอย่างสม่ำเสมอ
“JUMP+ จะเป็นเวทีที่ทำให้ตลาดเห็นความตั้งใจของ ปตท. ในการดูแลผู้ถือหุ้นอย่างเป็นระบบ และสะท้อนศักยภาพพื้นฐานขององค์กรได้ชัดเจนขึ้น ท่ามกลางสภาวะตลาดทุนที่มีความผันผวนสูง”
การประกาศเข้าร่วมโครงการครั้งนี้ จึงไม่เพียงเป็นการตอบรับนโยบายยกระดับคุณภาพตลาดทุนไทยของ ตลท. หากยังสะท้อนยุทธศาสตร์ระยะยาวของ ปตท. ในการสร้างสมดุลระหว่าง “การเติบโต” และ “วินัยทางการเงิน” เพื่อให้มูลค่าองค์กรเติบโตอย่างยั่งยืนและเป็นธรรมต่อผู้ถือหุ้นทุกกลุ่ม





