นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) กล่าวในหัวข้อ“THAILAND'S SUSTAINOMY Context : Capturing New Growth and Mitigating Unprecedented Risks” ในงาน FUTURE READY 2026 จัดโดย BRANDi Institute of Systematic Transformation (BiOST) วันนี้ (27 ก.พ.) ว่าขณะนี้สศช.อยู่ระหว่างการจัดทำแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 14 (พ.ศ.2570 - 2575) โดยมุ่งเน้นการปฏิรูปโครงสร้างเศรษฐกิจไทยเพื่อสร้างการเติบโตที่มีคุณภาพ (Quality Growth) ควบคู่ไปกับวางกลไกรับมือความเสี่ยงจากบริบทโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว และความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้น
นายดนุชา กล่าวว่าปัจจุบันบริบทโลก (Global Landscape) กำลังเข้าสู่การเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้าง แม้จะไม่มีภาวะเศรษฐกิจถดถอย แต่รูปแบบของโลกาภิวัตน์จะเปลี่ยนโฉมหน้าไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิง โดยในอนาคตเรื่องของปัจจัยความเสี่ยง จะมีความสำคัญอย่างมาก ซึ่งจำเป็นต้องมีทักษะในการแยกแยะปัจจัยต่างๆ ให้ออกว่าสิ่งใดคือแนวโน้มหลัก (Trend) สิ่งใดเป็นเพียงกระแสชั่วคราว หรือเป็นเพียงสัญญาณ (Signal) ที่อาจพัฒนาไปเป็นความเสี่ยงใหญ่ในอนาคต เพื่อให้เท่าทันต่อสถานการณ์ที่ไม่คาดคิด (Unforeseen events) เช่น ปัญหาด้านภูมิรัฐศาสตร์ที่อาจเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ
ทั้งนี้ในการจัดทำแผนพัฒนาฯฉบับที่ 14 สภาพัฒน์วางกรอบ 4 เสาหลัก บนหลักการพื้นฐาน (Guiding Principles) 4 ประการที่จะบรรจุในแผนพัฒนาฯ ฉบับนี้ ได้แก่
1. การเพิ่มผลิตภาพ (Productivity) โดยถือเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพในภาคแรงงาน ภาคเกษตร และภาคอุตสาหกรรม
2.การเติบโตที่ทั่วถึง (Inclusivity) โดยมุ่งเน้นให้การเติบโตกระจายประโยชน์สู่คนทุกกลุ่มในสังคม ไม่กระจุกตัวอยู่ที่กลุ่มทุนใดทุนหนึ่ง
3.การปรับตัว (Adaptability) โดยมุ่งให้เกิดความสามารถในการปรับตัวอย่างรวดเร็วต่อสถานการณ์โลกที่ผันผวน
และ 4.ความยืดหยุ่นต้านทาน (Resiliency) โดยมุ่งสร้างภูมิคุ้มกันให้ประเทศแข็งแกร่งพอที่จะรับแรงกระแทกจากวิกฤตต่างๆ
“โอกาสที่จะเกิดวิกฤตนั้นอาจเกิดขึ้นได้ แต่เมื่อเจอวิกฤตแล้วเราต้องไม่ล้มลงไปนอนพังพาบเหมือนปี 2540"
เลขาธิการสภาพัฒน์ กล่าวเพิ่มเติมว่า แผนฉบับนี้จะขับเคลื่อนผ่าน 5 เรื่องหลัก คือ การสร้างการเติบโตทางเศรษฐกิจ ทุนมนุษย์ การบริหารจัดการภาครัฐ สิ่งแวดล้อม และเทคโนโลยี โดยเฉพาะการปรับเปลี่ยนโครงสร้างอุตสาหกรรมไปสู่สินค้าที่ใช้เทคโนโลยีสูงขึ้น ซึ่งปัจจุบันเริ่มเห็นความสำเร็จจากการดึงอุตสาหกรรมต้นน้ำอย่างเซมิคอนดักเตอร์เข้ามาเป็นฐานรากสำคัญผ่านการส่งเสริมของ BOI
ทั้งนี้หากสามารถขับเคลื่อนแผนพัฒนาฯฉบับที่ 14 ได้ตามแผนที่วางไว้จะทำให้เศรษฐกิจของประเทศไทยเติบโตได้เฉลี่ย 3-5% ต่อปี ในช่วงปี พ.ศ.2570 – 2575 อย่างไรก็ตาม ความสำเร็จดังกล่าวต้องอาศัยเวลาและต้องเร่งจัดการปัญหาอุปสรรคสำคัญ โดยเฉพาะการยกระดับคุณภาพ ทุนมนุษย์ และการปรับปรุงกฎระเบียบต่างๆ ของภาครัฐให้เอื้อต่อการแข่งขันในเวทีโลกได้ด้วย





