วันอังคาร ที่ 3 มีนาคม 2569

Login
Login

รฟม.เปิดคืบหน้า ‘ถนนยุบสามเสน’ ความเสียหายหลักพันล้าน

รฟม.เปิดคืบหน้า ‘ถนนยุบสามเสน’ ความเสียหายหลักพันล้าน

รฟม. เปิดคืบหน้าซ่อมถนนสามเสนทรุด เร่งสร้างกำแพงกันดิน - สูบน้ำออกจากสถานีรถไฟฟ้า พ.ค.นี้ ยันไม่กระทบแผนก่อสร้าง “รถไฟฟ้าสายสีม่วง” ประเมินมูลค่าเสียหายหลักพันล้านบาท

นายกาจผจญ อุดมธรรมภักดี ผู้ว่าการการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) เปิดเผยถึงความคืบหน้าเหตุถนนสามเสนทรุดตัว บริเวณหน้าโรงพยาบาลวชิรพยาบาล ซึ่งเป็นพื้นที่ก่อสร้างโครงการรถไฟฟ้าสายสีม่วง ช่วงเตาปูน - ราษฎร์บูรณะ (วงแหวนกาญจนาภิเษก) สถานีวชิรพยาบาล โดยปัจจุบันอยู่ระหว่างรอผลสรุปอย่างเป็นทางการจากคณะกรรมการสอบสวน คาดว่าจะได้ข้อสรุปเสนอกระทรวงคมนาคมภายในเดือน มี.ค.นี้ 

โดยการดำเนินงานในพื้นที่เกิดเหตุปัจจุบันสถานะการซ่อมแซมคืบหน้าราว 10% เนื่องจากเป็นงานทางวิศวกรรมที่มีความซับซ้อนสูง และต้องทำลายโครงสร้างคอนกรีตเดิมที่เสียหายอยู่ใต้ดิน และปัญหาหลักในขณะนี้ คือบริเวณสถานีวชิรพยาบาล ยังมีน้ำท่วมขังเต็มพื้นที่ชั้นใต้ดิน ทำให้ไม่สามารถลงไปปฏิบัติงานซ่อมแซมผนังอุโมงค์ได้ จึงจำเป็นต้องดำเนินการสร้างกำแพงกันดิน (Diaphragm Wall) ล้อมรอบพื้นที่เพื่อปิดกั้นน้ำ และเพื่อป้องกันดินสไลด์เพิ่ม

สำหรับแผนซ่อมแซมภายในอุโมงค์รถไฟฟ้า เบื้องต้น รฟม.กำหนดแบ่งเป็น 2 ระยะ ประกอบด้วย

ระยะที่ 1 จะเร่งทำกำแพงกันดินชุดแรกยาว 15 เมตรจากตัวสถานี คาดว่าจะแล้วเสร็จในเดือน เม.ย.นี้ หลังจากนั้นจะเริ่มสูบน้ำออกจากสถานีในเดือน พ.ค. 2569 เพื่อเข้าไปซ่อมแซมผนังอุโมงค์ และตรวจสอบความเสียหายเชิงประจักษ์ภายในจุดเกิดเหตุ

ระยะที่ 2 จะดำเนินการทำกำแพงกันดินเพิ่มเติมอีก 30 เมตร เพื่อเสริมความมั่นคง คาดว่าจะแล้วเสร็จภายในปลายปี 2569 และจะเริ่มขุดลงไปซ่อมแซมบริเวณใกล้สถานี 

ทั้งนี้ รฟม.ยืนยันว่าจากปัญหาที่เกิดขึ้น ยังไม่กระทบกับภาพรวมงานก่อสร้างของโครงการรถไฟฟ้าสายสีม่วง โดยยังอยู่ในกรอบกำหนดแล้วเสร็จ ต.ค.2570 เนื่องจากงานก่อสร้างของโครงการที่ผ่านมาเดินหน้าได้เร็วกว่าแผนกำหนด อีกทั้ง รฟม.คาดการณ์ว่าจะสามารถซ่อมแซมและฟื้นฟูพื้นที่ในระดับที่ชัดเจน และสามารถเปิดช่องทางการจราจรคืนได้ 1 ช่องทาง ภายในเดือน มี.ค.2570 เป็นไปตามที่ได้หารือไว้กับกรุงเทพมหานคร (กทม.) 

รายงานข่าวจากกระทรวงคมนาคม กล่าวว่า ความเสียหายจากอุบัติเหตุครั้งนี้ ไม่กระทบต่องบประมาณของภาครัฐ เพราะเอกชนต้องรับผิดชอบความเสียหาย ซึ่งทราบว่ามีวงเงินประกันในการรับผิดชอบ โดยประเมินความเสียหายเบื้องต้นคาดว่ามีมูลค่าหลักพันล้านบาท