วันพุธ ที่ 4 มีนาคม 2569

Login
Login

‘การบินไทย’ ทำกำไรสูงเป็นประวัติการณ์ ทะลุ 3 หมื่นล้านบาท

‘การบินไทย’ ทำกำไรสูงเป็นประวัติการณ์ ทะลุ 3 หมื่นล้านบาท

“การบินไทย” โชว์กำไรสุทธิปี 68 ทะลุ 3 หมื่นล้านบาท สูงสุดเป็นประวัติการณ์ ผลจากการปรับกลยุทธ์ลุย Network Airline ดันไทยเป็นฮับเชื่อมต่อจุดบิน เปิดแผนปีนี้รับเครื่องบินใหม่รวม 28 ลำ ดันฝูงบินขยาย 102 ลำ เพิ่มขีดความสามารถให้บริการ 5% ดันเป้ารายได้โต 2 แสนล้านบาท รุกเชื่อมเส้นทางบินอินเดีย - ไทย - จีน ตลาดศักยภาพสูง ตั้งเป้าผู้โดยสาร 20 ล้านคน รักษาเคบิ้นแฟกเตอร์ระดับ 80%

นายชาย เอี่ยมศิริ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ผลการดำเนินงานสำหรับปี 2568 สิ้นสุดวันที่ 31 ธ.ค. 2568 บริษัทฯ และบริษัทย่อย มีรายได้ไม่รวมรายการที่เกิดขึ้นครั้งเดียว 190,277 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.2% จากปี 2567 และคิดเป็นสัดส่วน 103.4% ของปี 2562 ก่อนการระบาดของโควิด-19 โดยในส่วนนี้คิดเป็นรายได้จากกิจกรรมขนส่งผู้โดยสารที่เติบโต 0.5% 

ขณะเดียวกันบริษัทฯ และบริษัทย่อย มีกำไรจากการดำเนินงานก่อนต้นทุนทางการเงินไม่รวมรายการที่เกิดขึ้นครั้งเดียว (EBIT) เป็นเงิน 40,839 ล้านบาท ต่ำกว่าปีก่อน จำนวน 676 ล้านบาท และมี EBITDA 53,880 ล้านบาท โดยในปี 2568 มีรายการที่เกิดขึ้นครั้งเดียวของบริษัทฯ และบริษัทย่อยสุทธิเป็นรายได้ 782 ล้านบาท ซึ่งส่วนใหญ่เกิดจากกำไรจากการยกเลิกสัญญาเช่าเครื่องบิน กำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศสุทธิ ผลขาดทุนจากการด้อยค่าของสินทรัพย์ เป็นต้น

‘การบินไทย’ ทำกำไรสูงเป็นประวัติการณ์ ทะลุ 3 หมื่นล้านบาท

อีกทั้งบริษัทฯ และบริษัทย่อย มีกำไรสุทธิ 30,940 ล้านบาท สูงสุดเป็นประวัติการณ์ตั้งแต่จัดตั้งสายการบิน และเกินเป้าหมายที่เคยตั้งไว้ราว 20,000 ล้านบาท ส่งผลทำให้คณะกรรมการ (บอร์ด) การบินไทยอนุมัติจ่ายเงินปันผลแก่ผู้ถือหุ้นในอัตรา 0.21 บาทต่อหุ้น โดยจะเริ่มจ่ายในวันที่ 18 พ.ค.นี้ นับเป็นการจ่ายเงินปันผลในรอบ 13 ปี ตั้งแต่ปี 2555 

นายชาย กล่าวด้วยว่า ผลการดำเนินงานในปี 2568 ที่กลับมาเป็นบวกสูงสุดเป็นประวัติการณ์ เป็นเครื่องพิสูจน์จากกลยุทธ์การดำเนินธุรกิจของการบินไทยที่เดินหน้ากลยุทธ์ Network Airline หรือสายการบินที่เน้นการเชื่อมต่อการเดินทาง โดยมีประเทศไทยเป็นศูนย์กลาง (ฮับ) เพื่อทดแทนการบินแบบ Point-to-Point (จุดต่อจุด) ซึ่งมักจะมีสัดส่วนการเดินทางลดลงในช่วงนอกฤดูการท่องเที่ยว (โลว์ซีซัน)

‘การบินไทย’ ทำกำไรสูงเป็นประวัติการณ์ ทะลุ 3 หมื่นล้านบาท  

“ภาพรวมในปี 2569 จะได้ผลบวกยังไง คงต้องดูจำนวนกำลังการผลิต การจัดหาเครื่องบินเข้ามาเพิ่ม โดยปีนี้มีการรับมอบเครื่องบินลำตัวแคบในรุ่น 321Neo ครบจำนวน 14 ลำ ลำตัวกว้างรุ่น 787-9 เช่าใหม่ 4 ลำ และ 787-8 ที่บอร์ดเพิ่งอนุมัติให้จัดเช่ามาอีก 10 ลำ ส่วนเหล่านี้จะทยอยเข้ามาครบในปีนี้ แต่มีเครื่องออกจากฝูงในปีนี้ เช่น แอร์บัส 350 โบอิ้ง 787 และโบอิ้ง 777-300ER ทำให้ฝูงบินในปีนี้จะมีรวมทั้งหมดจาก 80 ในปัจจุบันเป็น 102 ลำ แต่ใช้ปฏิบัติการบินจริง 99 ลำ ทำให้มีความสามารถกำลังการผลิตเพิ่มขึ้น 5% จากปี 2568”

ทั้งนี้ แผนเพิ่มฝูงบินดังกล่าวจะเข้ามาเพิ่มกำลังการผลิตให้การบินไทยในช่วงระหว่างรอรับเครื่องบินใหม่จากแผนจัดหาเครื่องบินโบอิ้ง 787 Dreamliner ลำใหม่ จำนวน 45 ลำ พร้อมเครื่องยนต์ GEnx รวมทั้งสิทธิในการจัดหาเครื่องบินเพิ่มเติม 35 ลำรวมเป็น 80 ลำ โดยเครื่องบินจำนวนนี้จะทยอยเริ่มเข้ามาในปี 2571 ดังนั้นภาพรวมของการเพิ่มฝูงบินในปี 2569 เมื่อมีความสามารถกำลังการผลิตเพิ่มขึ้น จะส่งผลทำให้รายได้เติบโตในระดับเดียวกันประมาณ 5% ทำให้ปี 2569 ตั้งเป้ารายได้เพิ่มขึ้นอยู่ที่ 2 แสนล้านบาท

‘การบินไทย’ ทำกำไรสูงเป็นประวัติการณ์ ทะลุ 3 หมื่นล้านบาท

นายกิตติพงษ์ สารสมบูรณ์ ประธานเจ้าหน้าที่สายการพาณิชย์ กล่าวว่า การบินไทยวางกลยุทธ์เพื่อให้มีปริมาณการเดินทางตลอดทั้งปี ในช่วงโลว์ซีซันซึ่งโดยปกติจะมีปริมาณการบินแบบ Point-to-Point ลดลง จึงจะมีการปรับกลยุทธ์เพิ่มการบินในส่วนของ Network Airline ให้มากขึ้น โดยเฉพาะตลาดอินเดียและจีนสำคัญมาก เนื่องจากเป็นตลาดที่มีศักยภาพสูง ทำให้ปีนี้การบินไทยปรับเพิ่มความถี่ จากจีนมีความถี่บิน 47 - 50 เที่ยวบิน ปรับเพิ่มเป็น 80 เที่ยวบิน ขณะที่อินเดียจาก 70 เที่ยวบิน เป็น 90 เที่ยวบิน 

“การปรับเพิ่มความถี่เส้นทางบิน ทำให้สองประเทศนี้มีเที่ยวบินที่สมดุลกัน ประกอบกับการที่มีจุดภูมิศาสตร์อยู่ศูนย์กลางระหว่างสองประเทศ จึงทำให้เราเป็นฮับการบินในตลาดนี้ สามารถเดินหน้ากลยุทธ์ Network Airline ได้อย่างเข้มแข็ง”

ทั้งนี้ ด้วยกลยุทธ์เจาะตลาดศักยภาพสูงในปีนี้ ทำให้การบินไทยตั้งเป้าว่าจะสามารถผลักดันปริมาณผู้โดยสารเพิ่มขึ้นจากปี 2568 อยู่ที่ราว 18 ล้านคน จะเพิ่มขึ้นเป็น 20 ล้านคน ขณะที่อัตราส่วนการบรรทุกผู้โดยสาร (Cabin Factor) ในปี 2568 เฉลี่ย 79.2% คาดการณ์ว่าในปี 2569 จะสูงระดับ 80% ส่วนยอดจองล่วงหน้า (Booking) ปัจจุบันอยู่ในระดับ 70% สำหรับเมืองยอดฮิตในขณะนี้ อาทิ ญี่ปุ่น จีน และเซี่ยงไฮ้