การจัดทำงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2570 ล่าช้ากว่ากำหนดเดิมที่จะเริ่มต้นปีงบประมาณใหม่วันที่ 1 ต.ค.2569 เนื่องจากมีการเลือกตั้ง และคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้รับรองผลการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 25 ก.พ.2569 เบื้องต้น 396 คน ซึ่งจะนำไปสู่การลงคะแนนเลือกประธานสภาผู้แทนราษฎร นายกรัฐมนตรี และจัดตั้งคณะรัฐมนตรี (ครม.) ชุดใหม่
ครม.ชุดใหม่ จะเข้ามาทบทวนกรอบวงเงินและโครงการในร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2570 โดยช่วงนี้เครื่องยนต์เศรษฐกิจสำคัญของภาครัฐ คือ การเร่งรัดเบิกจ่ายงบประมาณทั้งงบประจำ งบลงทุน งบกระตุ้นเศรษฐกิจ งบประมาณเหลื่อมปี รวมทั้งงบประมาณลงทุนรัฐวิสาหกิจ เพื่อช่วยให้การใช้จ่ายภาครัฐมีบทบาทขับเคลื่อนเศรษฐกิจสู่เป้าหมายไม่ต่ำกว่า 2%
นางแพตริเซีย มงคลวนิช อธิบดีกรมบัญชีกลาง เปิดเผยว่า ความคืบหน้าการเบิกจ่ายงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2569 กรมบัญชีกลางติดตามและเร่งรัดการเบิกจ่ายงบประมาณกับทุกกระทรวงใกล้ชิดตามนโยบายนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เพื่อขับเคลื่อนเม็ดเงินเข้าระบบเศรษฐกิจตามเป้าหมาย
สำหรับผลจากการดำเนินงานไตรมาสที่ 1 ปีงบประมาณ 2569 (ต.ค.-ธ.ค.2568) เบิกจ่ายตามเป้าหมาย 20% เป็นตัวเลขน่าพอใจและสะท้อนประสิทธิภาพเพิ่มขึ้น เมื่อเทียบช่วงเดียวกันของปีงบประมาณก่อนหน้าที่มีสัดส่วนเบิกจ่ายเพียง 13% แม้ปีนี้ตั้งเป้าหมายสูงขึ้น
‘บัญชีกลาง’ ตั้งทีมพิเศษติดตามงบฯลงทุน
นางแพตริเซีย กล่าวว่า ปัจจัยสำคัญที่ทำให้การเบิกจ่ายช่วงต้นปีงบประมาณคล่องตัวมาจากมาตรการ “Front-loading” หรือการเร่งรัดการเบิกจ่ายตั้งแต่วันแรกที่เริ่มปีงบประมาณ โดยเน้นโครงการระยะสั้นที่พร้อมและดำเนินการเสร็จใน 1 ปี ซึ่งส่วนใหญ่ไม่ใช่โครงการใหญ่ที่ซับซ้อนทำให้เม็ดเงินกระจายลงสู่ระบบเศรษฐกิจเร็ว
สำหรับการดำเนินงานในไตรมาส 2-4 ของปีงบประมาณ 2569 เตรียมปรับแผนสู่โหมดการติดตามโครงการลงทุนขนาดใหญ่ (Mega Projects) ที่เบิกจ่ายตามงวดงาน โดยมีทีมงานพิเศษประกบแต่ละกระทรวง เพื่อตรวจสอบอุปสรรคและเร่งส่งมอบงานตามสัญญา เพื่อให้มั่นใจว่าภาพรวมการเบิกจ่ายทั้งปีจะเป็นไปตามเป้าหมาย
สศช.ชี้งบรอเบิกจ่ายรวม 2.45 ล้านล้าน
นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) กล่าวว่า การเบิกจ่ายงบประมาณภาครัฐและรัฐวิสาหกิจเป็นปัจจัยสนับสนุนเศรษฐกิจที่สำคัญในปี 2569 โดยปีนี้จัดทำงบประมาณเพิ่มขึ้นทั้งรายจ่ายประจำและรายจ่ายลงทุน
ทั้งนี้ หากพิจารณากรอบงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2569 ที่กำหนดวงเงิน 2.45 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 7.9% จากปีงบประมาณก่อนหน้า แบ่งเป็นรายจ่ายประจำ 1.80 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.6% และรายจ่ายลงทุน 6.49 แสนล้านบาท ขยายตัว 14.8%
เมื่อพิจารณาสมมติฐานอัตราเบิกจ่ายที่คาดไว้กรณีฐานสำหรับงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2569 ที่ 90.6% แบ่งเป็นงบรายจ่ายประจำ 98% และรายจ่ายลงทุน 70% ตามลำดับ จึงคาดว่ามีเงินงบประมาณที่เบิกจ่ายเข้าระบบเศรษฐกิจรวม 2.22 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 6% แบ่งเป็น รายจ่ายประจำ 1.76 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.3% และรายจ่ายลงทุน 4.54 แสนล้านบาท ขยายตัว 18.2%
ส่วนงบประมาณรายจ่ายเหลื่อมประจำปีงบประมาณ 2569 รวม 2.09 แสนล้านบาท ลดลง 8% จากปีงบประมาณก่อนหน้า แบ่งเป็น รายจ่ายประจำ 3.03 หมื่นล้านบาท และรายจ่ายลงทุน 1.78 แสนล้านบาท คิดเป็นการขยายตัว 4.2% และลดลง 9.8% ตามลำดับ
ไตรมาสแรกงบปี 70 ตั้งเป้าเบิก20.3%
ขณะที่งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2570 ในกรณีฐานคาดว่าล่าช้าในกระบวนการจัดทำงบประมาณ 1 ไตรมาส จากการเปลี่ยนผ่านรัฐบาล ทำให้ไตรมาส 1 ปีงบประมาณ 2570 เบิกจ่ายประมาณ 20.3% แบ่งเป็นรายจ่ายประจำ 25.8% และรายจ่ายลงทุน 4.5%
ส่วนงบประมาณกระตุ้นเศรษฐกิจตามแผนงานการกระตุ้นเศรษฐกิจ ใน พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2568 งบกลาง รายการค่าใช้จ่ายเพื่อการกระตุ้นเศรษฐกิจและสร้างความเข้มแข็งของระบบเศรษฐกิจภายใต้กรอบวงเงิน 187,700 ล้านบาท
จากการติดตามความคืบหน้าการใช้จ่ายงบกระตุ้นเศรษฐกิจฯ วงเงิน 133,863 ล้านบาท มีวงเงินรับจัดสรร 130,954 ล้านบาท แบ่งเป็นด้านโครงสร้างพื้นฐาน 82,847 ล้านบาท ด้านการท่องเที่ยว 9,492 ล้านบาท ด้านการลดผลกระทบภาพการส่งออกและเพิ่มผลิตภาพ 11,000 ล้านบาท ด้านเศรษฐกิจชุมชนและอื่น ๆ 9,126 ล้านบาท
รวมทั้งโครงการเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการอุตสาหกรรมเป้าหมาย วงเงิน 10,000 ล้านบาท และโครงการลงทุนพัฒนามนุษย์ เพื่อรองรับความเสี่ยงที่เศรษฐกิจไทย วงเงิน 8,488 ล้านบาท โดยข้อมูล ณ วันที่ 10 ก.พ.2569 เบิกจ่ายงบกลางรายการดังกล่าวแล้ว 95,831 ล้านบาท
งบฯกระตุ้นค้างท่อ 3.5 หมื่นล้าน
รวมทั้งภายใต้กรอบวงเงินดังกล่าวยังมีวงเงินคงเหลือ 35,123 ล้านบาท โดยลงนามผูกพันสัญญาแล้ว 24,044 ล้านบาท และอยู่กระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง 7,130 ล้านบาท เป็นการเบิกจ่ายด้านโครงสร้างพื้นฐาน 50,634 ล้านบาท (เบิกจ่าย 61.12%) ด้านการท่องเที่ยว 7,054 ล้านบาท (เบิกจ่าย 74.32%)
ด้านการลดผลกระทบภาพการส่งออกและเพิ่มผลิตภาพ 10,718 ล้านบาท (เบิกจ่าย 97.43%) ด้านเศรษฐกิจชุมชนและอื่น ๆ 8,935 ล้านบาท (เบิกจ่าย 97.91%) ขณะที่โครงการเสริมสร้างขีดความสามารถฯ และโครงการลงทุนพัฒนามนุษย์ เบิกจ่ายครบ 100%
“การเบิกจ่ายงบกลางกระตุ้นเศรษฐกิจฯ มีส่วนสำคัญต่อการรักษาแรงขับเคลื่อนของการลงทุนภาครัฐช่วงครึ่งแรกของปีงบประมาณ 2569 และการเร่งรัดเบิกจ่ายเงินกระตุ้นเศรษฐกิจและสร้างความเข้มแข็งของระบบเศรษฐกิจส่วนที่เหลือ วงเงิน 35,123 ล้านบาท เข้าระบบเศรษฐกิจจะเป็นปัจจัยสนับสนุนการลงทุนภาครัฐช่วงครึ่งแรกปี 2569 รวมทั้งสนับสนุนการสร้างงานและสร้างรายได้ประชาชน”
หวังงบลงทุนรัฐวิสาหกิจพยุงเศรษฐกิจ
ส่วนงบลงทุนรัฐวิสาหกิจที่ประเมินว่าปี 2569 มีวงเงินเบิกจ่ายเข้าระบบช่วงไตรมาส 4 ปีนี้ ประมาณ 92,000 ล้านบาท ซึ่งจะช่วยพยุงเศรษฐกิจในช่วงดังกล่าวได้ กรณีงบประมาณแผ่นดินปี 2570 ล่าช้าออกไป โดย สศช.ได้ทำหนังสือไปยังรัฐวิสาหกิจเพื่อขอความร่วมมือเร่งรัดการลงทุน
นายอนันต์ แก้วกำเนิด ผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ เปิดเผยความคืบหน้าการจัดทำงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2570 โดยระบุว่า หากตั้งรัฐบาลได้ภายในเดือน มิ.ย.ตามปฏิทินงบประมาณ คาดว่า พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี พ.ศ.2570 จะประกาศใช้เดือน ธ.ค.2569 ตามปฏิทินงบประมาณที่คาดการณ์ไว้เบื้องต้น
แต่ต้องรอความชัดเจนจาก ครม.ชุดใหม่เพื่อกำหนดช่วงเวลาที่แน่นอนแต่ละขั้นตอน อย่างไรก็ตาม สำนักงบประมาณยืนยันว่าจะดำเนินการทุกขั้นตอนให้รวดเร็วที่สุด โดยหลังจากมีรัฐบาลใหม่จะนำปฎิทินงบประมาณฉบับปรับปรุงเสนอ ครม.
นายกฯสั่งเร่งรัดทำงบฯ70
ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีมีข้อสั่งการให้เตรียมการจัดทำงบประมาณปี 2570 ให้รวดเร็วที่สุดเพื่อให้การใช้จ่ายงบประมาณเกิดขึ้นได้โดยเร็ว โดยมั่นใจว่ากระบวนการจัดทำงบประมาณปี 2570 จะรวดเร็วกว่าในช่วงปีที่มีการเลือกตั้งครั้งล่าสุดคือปี 2566 ซึ่งในปีนั้นต้องใช้ระยะเวลากว่า 6 เดือนกว่า พ.ร.บ.งบประมาณจะประกาศใช้
รวมทั้งเมื่อสิ้นสุดปีงบประมาณปี 2568 ในเดือน ก.ย.ในระหว่างรอ พ.ร.บ.งบประมาณฉบับใหม่ประกาศใช้ จะต้องประกาศใช้งบประมาณไปพลางก่อน โดยหลักการคือการนำ พ.ร.บ. งบประมาณของปีที่ผ่านมามาใช้ตามแผนงานและโครงการเดิม
แต่มีข้อจำกัดสำคัญ คือ จะเบิกจ่ายได้เฉพาะโครงการต่อเนื่องหรือโครงการเดิมเท่านั้น ไม่สามารถเริ่มโครงการใหม่ที่ต้องใช้งบประมาณเพิ่มเติมหรืออนุมัติงบประมาณใหม่ได้ โดยผู้อำนวยการสำนักงบประมาณจะเป็นผู้มีอำนาจกำหนดหลักเกณฑ์การใช้จ่ายต่างๆ โดยต้องผ่านกระบวนการอนุมัติตามขั้นตอน
สำหรับการเร่งรัดการเบิกจ่ายงบประมาณในขณะนี้ ผ.อ.สำนักงบประมาณ ระบุว่ากำลังพิจารณาเพื่อเตรียมออกมาตรการเร่งรัดการทำงานเพื่อให้การเบิกจ่ายงบประมาณเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ โดยเตรียมหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อจัดทำมาตรการเร่งรัดการเบิกจ่ายงบประมาณเพิ่มเติมต่อไป
“สำนักงบประมาณให้ความสำคัญและต้องเร่งรัดการเบิกจ่ายอย่างต่อเนื่องตลอดเวลา แม้ในปัจจุบันสถานะการใช้จ่ายงบประมาณของหน่วยงานต่างๆ จะยังคงเป็นไปตามแผนงานที่วางไว้ แต่ในระยะต่อไปอาจมีการออกมาตรการเพิ่มเติมเพื่อกระตุ้นสปีดการทำงานให้เร็วขึ้นกว่าเดิม”นายอนันต์กล่าว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตามปฏิทินการจัดทำงบประมาณปี 2570 ที่ผ่านความเห็นชอบจาก ครม.ภายหลังจากที่มีการประกาศยุบสภาฯแล้ว โดยมีขั้นตอนสำคัญเริ่มตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2569
ซึ่งนายกรัฐมนตรี จะมอบนโยบายการจัดทำงบประมาณ และหน่วยรับงบประมาณต้องส่งรายละเอียดคำขอภายในวันที่ 12 มิถุนายน 2569 จากนั้นจะเข้าสู่กระบวนการพิจารณาของรัฐสภา โดยคาดว่าสภาผู้แทนราษฎรจะพิจารณาวาระที่ 1 ในช่วงวันที่ 2-4 กันยายน 2569 และพิจารณาวาระ 2-3 ในวันที่ 18-20 พฤศจิกายน 2569 ก่อนที่วุฒิสภาจะพิจารณาในช่วงปลายเดือนพฤศจิกายน และนำร่างกฎหมายขึ้นทูลเกล้าฯ ในวันที่ 3 ธันวาคม 2569 โดยคาดว่า พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายปี 2570 จะบังคับใช้ภายในเดือน ธ.ค.2569





