วันเสาร์ ที่ 18 เมษายน 2569

Login
Login

ส.อ.ท. ชี้อุตฯ ยานยนต์โต! ม.ค.69 ผลิต 1.18 แสนคัน ยอดขายพุ่ง รับอานิสงส์ EV 3.5

ส.อ.ท. ชี้อุตฯ ยานยนต์โต! ม.ค.69 ผลิต 1.18 แสนคัน ยอดขายพุ่ง รับอานิสงส์ EV 3.5

นายสุรพงษ์ ไพสิฐพัฒนพงษ์ ที่ปรึกษาประธานกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์และโฆษกกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยตัวเลขหยั่งรากฐานเศรษฐกิจไทยผ่านอุตสาหกรรมยานยนต์ ประจำเดือนม.ค. 2569 พบว่าภาพรวมมีการขยายตัวอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะกลุ่มยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ที่กลายเป็นหัวหอกหลักในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมในยุคเปลี่ยนผ่าน

โดยจำนวนรถยนต์ทั้งหมดที่ผลิตได้ในเดือนม.ค. 2569 มีทั้งสิ้น 118,386 คัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 10.53% โดยมีปัจจัยหนุนสำคัญจากการผลิตรถยนต์นั่งเพื่อส่งออกที่ขยายตัวถึง 46.56% และการผลิตรถกระบะเพื่อขายในประเทศที่พุ่งสูงถึง 153.57% ตามการฟื้นตัวของการลงทุนภาคเอกชนในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปีที่ผ่านมา นอกจากนี้ยังมีการเริ่มผลิตรถยนต์ไฟฟ้า (BEV) เพื่อชดเชยการนำเข้าตามเงื่อนไขโครงการ EV 3.5 เป็นปีแรก โดยมียอดผลิตรถยนต์นั่ง BEV อยู่ที่ 2,471 คัน เติบโต 48.41% และรถกระบะไฟฟ้าผลิตได้ 459 คัน หรือเพิ่มขึ้น 100%

สำหรับ ตลาดภายในประเทศโชว์ฟอร์มดุด้วยยอดขายรวม 73,936 คัน เพิ่มขึ้น 53.77% เมื่อเทียบกับมกราคมปีที่แล้ว ปัจจัยหลักมาจากการเร่งส่งมอบรถยนต์ไฟฟ้าในโครงการ EV 3.0 ที่สิ้นสุดไป และแรงส่งต่อเนื่องจากโครงการ EV 3.5 ส่งผลให้ยอดขายรถยนต์นั่งและรถ SUV เติบโตโดดเด่น ไฮไลต์สำคัญอยู่ที่ ยอดขายรถยนต์นั่ง BEV ที่สูงถึง 31,859 คัน พุ่งขึ้น 353.90% ซึ่งถือเป็นระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์นับตั้งแต่มีการบันทึกยอดขายรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย

อย่างไรก็ตาม ในส่วนของรถกระบะสันดาปยังคงเผชิญความท้าทายจากสถาบันการเงินที่เข้มงวดในการอนุมัติสินเชื่อ ทำให้ยอดขายในเซกเมนต์นี้ลดลง 6.12%

สวนทางกับภาคการส่งออกที่ตัวเลขปรับตัวลดลง โดยมียอดส่งออกรถยนต์สำเร็จรูปเพียง 58,405 คัน ลดลง 6.28% ซึ่งถือเป็นระดับต่ำที่สุดในรอบ 45 เดือน นับตั้งแต่เดือนพ.ค. 2565 เป็นต้นมา สาเหตุเกิดจากการเลิกผลิตรถยนต์นั่งบางรุ่นเพื่อส่งออก รวมถึงความเข้มงวดของประเทศคู่ค้าในตลาดเอเชีย แอฟริกา และอเมริกา ในด้านอุปกรณ์ความปลอดภัยและเกณฑ์การปล่อยก๊าซคาร์บอน ส่งผลให้มูลค่าการส่งออกรวมทั้งรถยนต์ เครื่องยนต์ และชิ้นส่วน ลดลงไป 5.40% อยู่ที่ 58,218.04 ล้านบาท

ข้อมูลการจดทะเบียนใหม่สะท้อนภาพการเปลี่ยนผ่านเทคโนโลยีอย่างชัดเจน โดยในเดือนม.ค. 2569 ยานยนต์ไฟฟ้าประเภท BEV มียอดจดทะเบียนใหม่ถึง 45,668 คัน เพิ่มขึ้น 210.43% ซึ่งหากพิจารณาเฉพาะรถยนต์นั่งส่วนบุคคล (รย.1) พบว่า รถยนต์ไฟฟ้า BEV มีสัดส่วนครองตลาดสูงถึง 48.56% ของยอดจดทะเบียนทั้งหมด ขณะที่รถยนต์ใช้น้ำมันเบนซินและดีเซลมีสัดส่วนรวมกันเหลือเพียง 28.45% เท่านั้น ส่วนยอดจดทะเบียนสะสม ณ วันที่ 31 มกราคม 2569 ยานยนต์ไฟฟ้า BEV ทุกประเภทในไทยพุ่งทะลุ 418,046 คันไปแล้ว

ทั้งนี้ ส.อ.ท. ประเมินว่าสัญญาณการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจเริ่มชัดเจนขึ้น โดยเฉพาะภาคการลงทุนที่ขยายตัวได้ดีกว่าที่คาดการณ์ไว้ อย่างไรก็ตาม ยังคงต้องติดตามนโยบายจากรัฐบาลใหม่ที่จะเข้ามาผลักดันงบลงทุนกว่า 1.8 ล้านล้านบาท เพื่อเป็นเครื่องยนต์หลักในการขับเคลื่อน GDP ของประเทศให้เติบโตได้ตามเป้าหมายต่อไป