วันอาทิตย์ ที่ 22 กุมภาพันธ์ 2569

Login
Login

การค้าข้าวโลกปี 69 สูงสุดเป็นประวัติการณ์ ไทยเจอปมบาทแข็ง-ราคาพุ่งทำขีดแข่งขันหด

การค้าข้าวโลกปี 69 สูงสุดเป็นประวัติการณ์  ไทยเจอปมบาทแข็ง-ราคาพุ่งทำขีดแข่งขันหด

กระทรวงพาณิชย์รายงานว่า การส่งออกข้าวเดือนม.ค.-ธ.ค.2568 มีปริมาณ 7,900,585 ตัน มูลค่า148,238 ล้านบาท โดยปริมาณส่งออกลดลง 20.9% และมูลค่าส่งออกลดลง 34.5% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันในปี 2567 ที่มีการส่งออกปริมาณ 9,987,265 ตันโดย กรมการค้าต่างประเทศ และสมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย ได้มีการประเมินร่วมกันว่าการส่งออกข้าวไทยในปี 2569 จะมีปริมาณ 7 ล้านตัน

   ข้อมูลจากกระทรวงเกษตรสหรัฐ (USDA) ระบุไว้ในรายงาน Rice Outlook: February 2026 ว่า การผลิตข้าวทั่วโลกปี 2025/26 เพิ่มขึ้น ที่ 541.3 ล้านเมตริกตัน หรือ เพิ่มขึ้น 0.1 ล้านตันจากที่คาดการณ์ไว้ก่อนหน้านี้  โดยส่วนใหญ่มาจากประเทศกัมพูชา

“การคาดการณ์การผลิตในประเทศกัมพูชา ซึ่งมีการใช้ปุ๋ยเคมีที่เพิ่มขึ้นและการนำพันธุ์ข้าวลูกผสมที่ดีขึ้นมาใช้ ทำให้ความคาดได้ว่าการเก็บเกี่ยวผลผลิตข้าวสูงขึ้น”

ขณะที่ผลผลิตจากอินเดีย จะอยู่ที่ 152 ล้านเมตริกตัน  และจีน 146 ล้านเมตริกตันซึ่งเป็นผู้ผลิตข้าวรายใหญ่ที่สุดสองอันดับแรกของโลกอย่างไรก็ตาม ผลผลิตปีนี้ ยังต่ำกว่าสถิติสูงสุดเมื่อปีที่ผ่านมา (ปี 2024/25) ที่ทำสถิติสูงสุดไว้ที่   541.7 ล้านตัน

ปี 69 ปริมาณบริโภคข้าวสูงสุดเป็นประวัติการณ์

แม้ด้านการบริโภคข้าวทั่วโลกที่สูงเป็นประวัติการณ์นี้ ส่วนใหญ่เกิดจากการบริโภคที่สูงเป็นประวัติการณ์ในหลายประเทศผู้บริโภคข้าวรายใหญ่ รวมถึงบังกลาเทศ อินเดีย ไนจีเรีย ฟิลิปปินส์ ไทย เวียดนาม และสหรัฐ

ขณะเดียวกันปริมาณข้าวคงคลังทั่วโลกปลายปี 2025/26 อยู่ที่ 190.9 ล้านตัน เพิ่มขึ้น 0.5 ล้านตันจากที่คาดการณ์ไว้ก่อนหน้านี้ แต่ต่ำกว่าปีที่แล้ว 0.4 ล้านตัน การปรับเพิ่มประมาณการปริมาณข้าวคงคลังของประเทศต่างๆ เช่น ไทย (เนื่องจากการส่งออกลดลง) พม่า (การบริโภคลดลง) และกัมพูชา (การผลิตภายในประเทศเพิ่มขึ้น) ชดเชยการลดลงของปริมาณข้าวคงคลังในเวียดนาม ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ได้มากกว่า จีน และอินเดีย รวมกันมีสัดส่วนมากที่สุดในปริมาณข้าวคงคลังทั่วโลก ส่วนใหญ่เป็นผลมาจากโครงการเก็บสต๊อกของรัฐบาล

 ดังนั้น การค้าข้าวทั่วโลกในปี 2026 คาดว่าจะสูงเป็นประวัติการณ์ เพิ่มขึ้น 3.1 ล้านตันจากปี 2025 การค้าข้าวทั่วโลกในปีปฏิทิน 2026 คาดว่าจะอยู่ที่ 62.8 ล้านตัน (ในรูปข้าวสาร) 

ส่งออกข้าวไทยเจออุปสรรคบาทแข็ง-ราคาสูง

“การคาดการณ์ในเดือนนี้ลดลงเล็กน้อยจากที่คาดการณ์ไว้ก่อนหน้านี้ เนื่องจากการคาดการณ์ที่ลดลงสำหรับประเทศไทย ซึ่งราคาข้าวส่งออกค่อนข้างสูงกว่าประเทศผู้ส่งออกข้าวอื่นๆ ในเอเชีย ส่วนใหญ่เป็นผลมาจากค่าเงินบาทที่แข็งค่าและราคาข้าวในประเทศที่สูงขึ้น การส่งออกข้าวที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้นจากพม่า จีน เกาหลีใต้ และแทนซาเนีย ช่วยชดเชยการคาดการณ์ที่ลดลงสำหรับประเทศไทยได้บางส่วน ในตลาดข้าวโลก” 

ข้อมูลจาก สมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย ระบุว่า ราคาข้าวไทยเทียบกับผู้ส่งออกรายอื่นๆ ข้าวขาว 5%(เอฟโอบี) ไทย ตันละ 410 ดอลลาร์ เวียดนาม 363-367 ดอลลาร์ ,อินเดีย 350-354 ดอลลาร์ , ปากีสถาน 365-369 ดอลลาร์ ข้าวหอมมะลิ Thailand Hommali 100% ตันละ 1,171 ดอลลาร์,Vietnam Jasmine ตันละ 433-437 ดอลลาร์,Cambodia Pkha Malis ตันละ 834 ดอลลาร์ ข้าวนึ่ง Thailand parboiled 100% stxd ตันละ 445 ดอลลาร์ ,India 5% broken ตันละ353-357 ดอลลาร์ , Pakistan 5% brokenตันละ 409-411 ดอลลาร์ 

อนุฯผลิตข้าวเล็งขอเพิ่ม 1.7พันล้านหนุนชาวนา

         รายงานข่าวจากการประชุมคณะอนุกรรมการนโยบายและบริหารข้าวแห่งชาติด้านการผลิต ครั้งที่ 1/2569 ว่าประชุมได้พิจารณาประเด็นสำคัญเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตเกษตรกร ได้แก่1. เห็นชอบในหลักการให้วงเงินเพิ่มเติมโครงการสนับสนุนช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกข้าวนาปีและส่งเสริมการเพาะปลูกให้เหมาะสมกับศักยภาพพื้นที่ ปีการผลิต 2568/69 ซึ่งแต่เดิม คณะรัฐมนตรี(ครม.) อนุมัติเป้าหมายไว้ 4.63 ล้านครัวเรือน แต่พบว่ามีเกษตรกรมาขึ้นทะเบียนและปรับปรุงทะเบียนอย่างต่อเนื่องเกินกว่าที่คาดการณ์ไว้ จึงมีการขอวงเงินเพิ่มเติมจำนวน 1,792 ล้านบาท เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรที่ยังไม่ได้รับเงินอีกประมาณ 233,729 ครัวเรือน ซึ่งเป็นเกษตรกรที่เป็นไปตามเงื่อนไขหลักเกณฑ์โครงการ ทั้งนี้ ขอให้กรมการข้าวและกรมส่งเสริมการเกษตรไปทบทวนกระบวนการขึ้นทะเบียนเกษตรกรให้รัดกุมและกระชับยิ่งขึ้น

 2. เห็นชอบในหลักการโครงการปรับเปลี่ยนการปลูกข้าวเป็นพืชเศรษฐกิจอื่น เพื่อลดพื้นที่การปลูกข้าวในบริเวณที่ไม่เหมาะสม พร้อมสร้างแรงจูงใจให้เกษตรกรหันมาปลูกปาล์มน้ำมันแซมด้วยการปลูกข้าว ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ และกล้วยหอม โดยที่ประชุมมอบหมายให้กรมการข้าวพิจารณาทบทวนรายละเอียดขั้นตอนการดำเนินงาน รวมถึงชนิดพืชให้สอดรับกับความต้องการแต่ละพื้นที่และทิศทางตลาด ตลอดจนบูรณาการความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชน เพื่อศึกษาความเป็นไปได้ ความคุ้มค่าในการลงทุนของพืชแต่ละชนิดอย่างรอบด้าน

จ่ายเพิ่มตัน600บาทให้ข้าวอินทรีย์-500คาร์บอนต่ำ

 3. เห็นชอบในหลักการโครงการส่งเสริมการผลิตข้าวประณีต คุณภาพสูง เพิ่มมูลค่า โดยส่งเสริมการผลิตข้าวอินทรีย์ 300,000 ตัน และข้าวคาร์บอนต่ำ 700,000 ตัน ตามวิธีการผลิตข้าวประณีต คุณภาพสูง โดยภาครัฐสนับสนุนเงินสมทบข้าวอินทรีย์ตันละ 600 บาท และข้าวคาร์บอนต่ำตันละ 500 บาท ทั้งนี้ ที่ประชุมมอบหมายให้กรมการข้าวจัดทำรายละเอียดโครงการตามข้อเสนอแนะของคณะอนุกรรมการฯ โดยเฉพาะการกำหนดมาตรฐานการผลิต การพัฒนาระบบตรวจสอบรับรอง และการคัดเลือกชนิดพันธุ์ข้าวที่เหมาะสม ซึ่งจะต้องดำเนินการให้ครอบคลุมทั้งห่วงโซ่อุปทาน ตั้งแต่กระบวนการผลิต การแปรรูป ไปจนถึงการตลาด ตลอดจนพิจารณางบประมาณค่าใช้จ่ายในการตรวจรับรองมาตรฐาน พร้อมทั้งบูรณาการการทำงานร่วมกับกระทรวงพาณิชย์เพื่อขับเคลื่อนเป้าหมายให้สัมฤทธิผลอย่างเป็นรูปธรรม

จับตาราคาข้าวเปลือกเจ้ายังผันผวน

4. ทบทวนโครงการชดเชยการขาดทุนแก่สหกรณ์และกลุ่มเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการสินเชื่อชะลอการขายข้าวเปลือกนาปี ปีการผลิต 2567/68 เนื่องจากสหกรณ์หลายแห่งประสบปัญหาขาดทุนจากการรับซื้อข้าวในราคานำตลาดเพื่อช่วยพยุงราคา เป็นวงเงินประมาณ 579 ล้านบาท โดยขอให้กรมส่งเสริมการเกษตรทบทวนข้อมูลและเกณฑ์ราคาที่ใช้คำนวณให้ชัดเจน

    5.เห็นชอบการแต่งตั้งคณะทำงานโครงการส่งเสริมและพัฒนาระบบตลาดภายในสำหรับสินค้าเกษตร โดยรองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ด้านกลุ่มภารกิจด้านพัฒนาการผลิต เป็นประธาน เพื่อให้สามารถพิจารณาจัดสรรโควตาส่งออกข้าวขาวไปสหภาพยุโรป (EU) ได้อย่างต่อเนื่อง

ข้อมูลจาก สมาคมโรงสีข้าวไทย ระบุว่า ราคาข้าวเปลือกเจ้า ณ วันที่ 11 ก.พ. 2569 (อยุธยา) ความชื้น 15%  ตันละ 7,400-7,800 บาท ลดลงจาก สัปดาห์ก่อน (4 ก.พ.2569) ซึ่งอยู่ที่ตันละ 7,600-8,000 บาท  ส่วนข้าวหอมมะลิ ปี 68/69 ความชื้น 15% จังหวัดอุบลราชธานี ตันละ 16,500-17,000 บาท ราคาไม่เปลี่ยนแปลง 

การค้าข้าวโลกปี 69 สูงสุดเป็นประวัติการณ์  ไทยเจอปมบาทแข็ง-ราคาพุ่งทำขีดแข่งขันหด