สำนักงานคณะกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทย (สกอท.) หรือTHE CENTRAL ISLAMIC COUNCIL OF THAILAND : CICOTได้จับมือหน่วยงานออกหนังสือรับรองตราฮาลาลจาก 154 องค์กร 56ประเทศทั่วโลก ร่วมกันทำข้อตกลงรับรองมาตรฐานฮาลาลซึ่งกันและกัน เพื่อช่วยลดขั้นตอนตรวจสอบซ้ำทำให้การค้ารวดเร็ว-ราบรื่นมากขึ้น
Nadia El-Mouelly ผู้อำนวยการ Halal Certification Authority Australia จากออสเตรเลีย ให้สัมภาษณ์ “กรุงเทพธุรกิจ” ว่าในแต่ละปีหน่วยงานได้ออกตรารับรอง ฮาลาลราว 16,000 ฉบับ นั่นก็เพราะออสเตรเลียเป็นประเทศผู้ส่งออกอาหารรายใหญ่แห่งหนึ่งของโลก ซึ่งธุรกิจที่ต้องการส่งออกสินค้าไปต่างประเทศ เช่น ประเทศไทย สิงคโปร์ มาเลเซีย หรือ กลุ่มประเทศอ่าว (คณะมนตรีความร่วมมือแห่งรัฐอ่าวอาหรับ หรือ Gulf Cooperation Council: GCCประกอบด้วยสมาชิก 6 ประเทศ ได้แก่ ซาอุดีอาระเบีย, คูเวต, โอมาน, สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE), กาตาร์ และบาห์เรน) นั้นส่วนใหญ่ต้องการการรับรองมาตรฐานฮาลาล หรือ ในอนุญาตเพื่อเข้าสู่ตลาดดังกล่าว
ทั้งนี้ ตราฮาลาลที่หน่วยงานออกให้กับธุรกิจต่างๆนั้นส่วนใหญ่เป็นฮาลาลเพื่อสินค้าอาหาร รวมถึงผลิตภัณฑ์นมที่ออสเตรเลียเป็นผู้ส่งออกรายใหญ่มายังภูมิภาคอาเซียน หรือ แม้แต่ในสหรัฐในรูปแบบนมผง ซึ่งสินค้าเหล่านี้ต้องการตราฮาลาลด้วยเช่นกัน
เมื่อถามถึงศักยภาพของตราฮาลาลกับการเติบโตทางเศรษฐกิจนั้น Nadia มีมุมมองว่า เป็นเรื่องจริงอย่างที่สุดที่การรวมเป็นหนึ่งเดียวด้านมาตรฐานฮาลาลจะทำให้เศรษฐกิจฮาลาลเติบโตได้ อย่างในออสเตรเลีย ที่มีอัตราเติบโตเฉลี่ยปีละ 10% ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา ซึ่งเป็นผลมาจากการส่งเสริมเรื่องมาตรฐานฮาลาลมาตัั้งแต่ช่วงปี 2014-2015 ซึ่งมีความเป็นไปได้ว่าจากนี้ก็ยังเติบโตได้ต่อไปอีก แม้จะยังบอกไม่ได้ในตอนนี้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น แต่สิ่งที่เป็นอยู่คือ ผู้ส่งออก หรือ หลายๆตลาด ต้องการให้สินค้ามีตราฮาลาล
“ผู้ส่งออกอาจยังไม่รู้ว่า ตราฮาลาล คืออะไร แต่ก็มีคำถามตามมาทันทีว่า แล้วทำไม่เราถึงไม่ทำอะไรสักอย่างให้ได้ตรานี้มาและบอกให้ตลาดรู้ถึงการระมัดระวังและใส่ใจต่อดีมานด์เฉพาะของตลาดนั้นๆ”
ยกตัวอย่าง หากต้องการจะส่งออกไปสหรัฐ แต่นั่นไม่ใช่แค่ตลาดสหรัฐอีกต่อไป แต่เป็นการส่งออกไปสู่ทั่วโลกเพราะเทคโนโลยี และโซเชียลมีเดีย ไม่ว่าจะเป็น ติ๊กต๊อก หรือ อินสตราแกรม ต่างทำให้สินค้าไปสู่สายตาผู้บริโภคอื่นๆที่ไม่ได้อยู่ในตลาดสหรัฐแต่เป็นโลกทั้งใบซึ่งเป็นผลจากเทคโนโลยีที่กำลังเติบโต กลับมาที่กลุ่มฮาลาล ก็ต้องมีการสร้างความร่วมมือเพื่อสอดคล้องกับโลกาภิวัฒน์ด้วย นั้นคือเหตุผลที่จะทำให้มั่นใจได้ว่า ความจำเป็นของตราฮาลาลจะเพิ่มขึ้นตามดีมานด์ตลาดและโอกาสทางธุรกิจที่จะเพิ่มขึ้นด้วย
“ฉันไม่แน่ใจและไม่รู้เกี่ยวกับสิ่งที่จะเกิดขึ้นในอนาคต แต่ฉันรู้สึกว่าการเติบโต(การขอตรา
ฮาลาล)เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วมากนั่นอาจเป็นเพราะหนึ่งในสี่ของประชากรโลกเป็นชาวมุสลิม ดังนั้นเมื่อเราต้องเลี้ยงคนส่วนใหญ่ของโลกเราก็ควรมีตราฮาลาลที่เป็นที่ยอมรับจากทั่วโลกด้วย”
เมื่อถามว่ามาตรฐานฮาลาลเป็นต้นทุนทางธุรกิจที่เพิ่มขึ้นหรือไม่ Nadia ให้มุมมองว่า การทำอาหารปลอดภัย (food safety) เป็นต้นทุนและเป็นความรับผิดชอบของธุรกิจอยู่แล้ว ซึ่งจริงๆแล้ว อยากให้ใช้คำว่า ตราฮาลาลและความปลอดภัยด้านอาหารควบคู่กันไปด้วย เพราะ การเตรียมพร้อมก่อนรับตราฮาลาลนั้น มีเงื่อนไขเรื่องความสะอาด การตรวจสอบย้อนกลับที่ต้องรู้อย่างแน่ชัดว่าจะไม่มีส่วนประกอบใดที่ผิดไม่จากมาตรฐานฮาลาล เท่ากับว่าสินค้านั้นมีข้อมูลเพราะความปลอดภัยและความสะอาดที่พร้อมให้ตรวจสอบรวมอยู่ด้วย ดังนั้น เมื่อสินค้าใด มีตราฮาลาลแล้ว นั่นเท่ากับว่าสินค้านั้นมีมาตรฐานความปลอดภัยด้วย จึงไม่เท่ากับว่าเป็นต้นทุนใหม่ทางธุรกิจ
ยกตัวอย่าง ผลิตภัณฑ์ออร์แกนิก ที่ต้องไม่มี เอธานอลในพื้นที่เพาะปลูก หรือ พื้นที่การผลิต ก็ไม่ต่างกับมาตฐานฮาลาลที่ต้องไม่มีสิ่งต้องห้ามเจอปนอยู่ดังนั้น การสร้างความแน่ใจในส่วนนี้จึงเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับสินค้าที่มีคุณภาพทุกชนิด และข้อมูลนี้สามารถส่งต่อไปยังผู้บริโภคได้ผ่านมาตรฐานและตราฮาลาลที่เป็นที่ยอมรับได้ในระดับสากล
สำหรับประเทศออสเตรเลีย มีสินค้าส่งออกที่สำคัญ ได้แก่ ถ่านหิน รีไฟน์ปิโตรเลียม สินแร่และเหล็ก ทองคำ เนื้อสัตว์ ข้าวสาลีและธัญพืช ตลาดส่งออกสำคัญคือ จีน สัดส่วน 34.6% ญี่ปุ่น สัดส่วน 13.6% เกาหลีใต้ สัดส่วน 7.38% อินเดีย สัดส่วน 4.8%และสหรัฐสัดส่วนย 4.6% สำหรับไทยเป็นอันดับที่ 15สัดส่วน 1.35%
ในส่วนสินค้าส่งออกที่สำคัญของออสเตรเลีย อย่างเนื้อสัตว์นั้น ข้อมูลจากเว็บไซด์ thailand.aussiebeefandlamb.com เล่าว่า เนื้อวัวของออสเตรเลีย ผ่านการรรับรองฮาลาล (HALAL CERTIFIED BEEF) ตั้งแต่กรรมวิธีการเชือดที่ผู้เชือดวัวต้องเป็นมุสลิมซึ่งเป็นมาตรฐานที่เคร่งครัด จากนั้นผลิตภัณฑ์เนื้อ จะไดรับการดูแลและควบคุมจากโครงการฮาลาลภายใต้การดูแลของรัฐบาลออสเตรเลีย (AGHAP) และองค์กรอิสลามออสเตรเลีย เพื่อส่งออกไปทั่วทั้งเอเชีย และตะวันออกกลาง รวมถึงยุโรป





