วันอาทิตย์ ที่ 22 กุมภาพันธ์ 2569

Login
Login

‘เอกชน’ เตือนไทยรับมือ 'ทรัมป์' งัดมาตรการใหม่เก็บภาษี แนะลดความเสี่ยง กระจายตลาดส่งออก

‘เอกชน’ เตือนไทยรับมือ 'ทรัมป์' งัดมาตรการใหม่เก็บภาษี แนะลดความเสี่ยง กระจายตลาดส่งออก

นายธนากร เกษตรสุวรรณ ประธานสภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย (สรท.) ให้สัมภาษณ์กรณีศาลสหรัฐมีคำวินิจฉัยว่า การใช้อำนาจของนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ ในการจัดเก็บภาษีนำเข้าบางรายการเป็นการใช้อำนาจเกินขอบเขตกฎหมาย ว่า แม้คำตัดสินของศาลสูงจะสะท้อนหลักนิติธรรม และส่งสัญญาณว่าฝ่ายบริหารไม่สามารถใช้อำนาจจัดเก็บภาษีโดยไม่มีฐานกฎหมายรองรับได้ แต่ประเด็นดังกล่าวยังไม่ถือว่าสิ้นสุด

ทั้งนี้ เนื่องจากคำวินิจฉัยไม่ได้ระบุแนวทางการคืนเงินภาษีที่จัดเก็บไปแล้วอย่างชัดเจน ผู้ประกอบการที่เห็นว่าตนเองถูกจัดเก็บภาษีโดยไม่ชอบ อาจต้องดำเนินการฟ้องร้องในชั้นศาลต่อไป ทำให้กระบวนการอาจยืดเยื้อ และเงินภาษีที่จัดเก็บไปแล้วไม่น่าจะได้รับคืนในทันที

อย่างไรก็ตาม แม้ศาลจะมีคำตัดสินดังกล่าว แต่ฝ่ายบริหารสหรัฐฯ ยังมีช่องทางหรือเครื่องมืออื่นในการออกมาตรการทางการค้าใหม่ โดยมีการส่งสัญญาณแล้วว่าอาจพิจารณาจัดเก็บภาษีเพิ่มเติมอีก 10% ในรูปแบบอื่น ซึ่งต้องติดตามว่าจะดำเนินการผ่านกลไกใด

สำหรับสถานการณ์ปัจจุบัน หากมีคำสั่งศาลออกมาแล้ว รัฐบาลสหรัฐฯ ย่อมไม่สามารถจัดเก็บภาษีในรูปแบบเดิมได้ทันที และอาจเกิด “ช่วงสุญญากาศ” ระหว่างรอการออกคำสั่งหรือมาตรการใหม่ โดยหากมีคำสั่งฝ่ายบริหารฉบับใหม่ (Administrative Order) ก็จะเริ่มจัดเก็บตามเงื่อนไขใหม่อีกครั้ง

นายธนากร กล่าวว่า ในส่วนของผู้ส่งออกไทยเห็นว่า ภาคเอกชนรับรู้ความเสี่ยงเรื่องมาตรการภาษีของสหรัฐฯ มาตั้งแต่ต้น และได้คำนวณต้นทุนภายใต้สมมติฐานว่าอาจต้องเผชิญอัตราภาษี 19% หรืออัตราใหม่ที่อาจประกาศเพิ่มเติม ดังนั้น แนวทางสำคัญยังคงเป็นการกระจายตลาด หาซัพพลายเชนใหม่ และปรับตำแหน่งของไทยในห่วงโซ่อุปทานโลกอย่างต่อเนื่อง

ส่วนบทบาทของกระทรวงพาณิชย์ไทย ขณะนี้ยังไม่มีการเรียกประชุมด่วน เนื่องจากต้องรอความชัดเจนจากฝั่งสหรัฐฯ ว่าจะออกมาตรการในรูปแบบใดก่อน จึงจะประเมินแนวทางตอบสนองได้อย่างเหมาะสม

"ภาษีนำเข้าเป็นภาระของผู้นำเข้าสหรัฐฯ ไม่ใช่ผู้ส่งออกโดยตรง ดังนั้น ในระยะสั้นการส่งออกไทยยังสามารถดำเนินต่อไปได้ตามปกติ ขณะที่ผู้นำเข้าสหรัฐฯ จะเป็นฝ่ายพิจารณาต้นทุนภาษีที่เปลี่ยนแปลง และรอดูท่าทีมาตรการใหม่ของรัฐบาลสหรัฐฯ ต่อไป” นายธนากร กล่าว

นายพจน์ อร่ามวัฒนานนท์ ประธานสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย กล่าวว่า อย่างน้อยถือเป็นความชัดเจนในหลักการว่าการประกาศใช้ภาษีบางส่วนที่ผ่านมาไม่ถูกต้องตามกฎหมาย นับเป็นสัญญาณบวกในเชิงกฎหมายและหลักนิติธรรม

อย่างไรก็ตาม รายละเอียดยังไม่ชัดเจนในทางปฏิบัติ โดยเฉพาะผลกระทบที่จะเกิดขึ้นทันทีหลังคำวินิจฉัย เช่น กระบวนการของหน่วยงานศุลกากรสหรัฐฯ (Customs) จะดำเนินการอย่างไร จะเริ่มนับผลบังคับใช้เมื่อใด และภาษีที่จัดเก็บไปก่อนหน้านี้จะมีแนวทางจัดการอย่างไร ซึ่งประเด็นเหล่านี้ยังต้องรอรายละเอียดเพิ่มเติม คาดว่าภายในวันจันทร์ตามเวลาสหรัฐจะเห็นภาพชัดเจนขึ้น

ขณะเดียวกัน มีรายงานว่าอาจมีการประกาศจัดเก็บภาษีเพิ่มเติมโดยอาศัยกฎหมายฉบับอื่น ซึ่งสามารถใช้บังคับได้ชั่วคราวไม่เกิน 150 วัน ก่อนต้องผ่านความเห็นชอบจากสภา อย่างไรก็ดี ขณะนี้ยังเป็นเพียงกระแสข่าวและถ้อยแถลง ยังไม่มีประกาศอย่างเป็นทางการ จึงต้องติดตามรูปแบบและเงื่อนไขของมาตรการใหม่อย่างใกล้ชิด

สำหรับแนวทางรับมือความไม่แน่นอน นั้น แม้สมมติฐานว่าอัตราภาษี 19% อาจถูกยกเลิก แต่ก็ไม่อาจประมาทได้ เพราะฝ่ายสหรัฐยังมีทางเลือกเชิงนโยบายอื่นอยู่ตลอดเวลา จึงจำเป็นต้องรอความชัดเจนเป็นระยะ

ในมุมโครงสร้างการส่งออก ไทยยังพึ่งพาตลาดสหรัฐฯ ในสัดส่วนสูง ดังนั้น การกระจายความเสี่ยงจึงเป็นเรื่องเร่งด่วน โดยเฉพาะการผลักดันความตกลงการค้าเสรี (FTA) กับสหภาพยุโรป แคนาดา และสหราชอาณาจักร เพื่อเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขัน

ปัจจุบันไทยยังเสียเปรียบด้านภาษีในตลาดสหภาพยุโรป เมื่อเทียบกับประเทศคู่แข่งอย่าง เวียดนาม อินโดนีเซีย และ สิงคโปร์  ที่มีความตกลงการค้าเสรีกับสหภาพยุโรปแล้ว ขณะที่ไทยยังไม่มี ส่งผลให้ต้นทุนภาษีสูงกว่าในบางสินค้า

"ปีนี้จำเป็นต้องเร่งกระจายตลาดและเดินหน้าเจรจา FTA อย่างจริงจัง เพื่อรองรับความผันผวนของนโยบายการค้าสหรัฐ "นายพจน์ กล่าว