นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) หรือ “สภาพัฒน์” กล่าวถึงกรณีศาลสูงสหรัฐ วินิจฉัยให้การใช้อำนาจประธานาธิบดีของโดนัลด์ ทรัมป์ ในการขึ้นภาษีศุลกากรตอบโต้ (reciprocal tariff) ประเทศต่างๆไม่ชอบโดยกฎหมาย ว่าในเรื่องนี้สภาพัฒน์ได้ติดตามสถานการณ์ของเหตุการณ์อย่างใกล้ชิด ในเบื้องต้นมองว่าสถานการณ์การค้าโลกจะผ่อนคลายมากขึ้น เป็นผลดีต่อการค้าและการส่งออกทั่วโลก ขณะที่ภาษีที่สหรัฐประกาศเรียกเก็บขนาดนี้เท่ากันที่ 10% เท่ากันทั่วโลก ซึ่งในส่วนนี้ไม่ได้ทำให้ประเทศต่างๆได้เปรียบหรือเสียเปรียบแต่อย่างใด ยกเว้นประเทศที่มีการโดนเรียกเก็บภาษีจากมาตราอื่นๆ ที่จะเน้นไปที่รายสินค้ามากกว่า
ทั้งนี้คาดว่าสิ่งที่ประธานาธิบดีทรัมป์จะทำต่อไปหลังจากที่ศาลสูงมีคำพิพากษาทำให้ การเก็บภาษี reciprocal tariff แบบเดิมนั้นทำไม่ได้ ก็คือการหันไปเก็บภาษีเป็นรายสินค้ามากขึ้นซึ่งต้องจับตาดูว่าสินค้าที่จะเรียกเก็บภาษีมากขึ้นคือสินค้าชนิดใด เพื่อติดตามผลกระทบที่จะเกิดกับประเทศไทย รวมทั้งต้องติดตามดูด้วยว่าความเข้มข้นของการใช้มาตรการตรวจสอบเรื่องสินค้าถิ่นกำเนิด (Local Content) และสินค้าในภูมิภาค (Regional Value Content) หรือ RVC อาจจะเป็นมาตรการที่มีการบังคับใช้กับสินค้าที่จะส่งไปยังสหรัฐมากขึ้น
ส่วนการเจรจากับสหรัฐที่ประเทศไทยมีการเจรจาภาษีกับสหรัฐไปก่อนหน้านี้ ต้องดำเนินการต่อหรือไม่ หรือมีผลผูกพันเพียงใด ต้องรอการชี้แจงจากกระทรวงพาณิชย์
นายดนุชากล่าวต่อว่าสิ่งที่จะเกิดขึ้นกับเศรษฐกิจสหรัฐจากผลการตัดสินเรื่องการเก็บภาษีตอบโต้ต้องดูทั้งผลระยะสั้น และระยะยาว โดยในระยะสั้น สินค้านำเข้าสหรัฐจะราคาลดลงตามอัตราภาษีที่ลดลงซึ่งจะลดแรงกดดันเรื่องเงินเฟ้อในประเทศ ซึ่งก็เป็นผลต่อเนื่องทำให้เงินดอลล่าร์อ่อนค่าลงได้ ซึ่งเป็นแนวทางที่โดนัลด์สนับสนุนนเพื่อช่วยให้การส่งออกดีขึ้น
ในทางตรงกันข้ามเมื่อเงินดอลลาร์อ่อนค่าลง สกุลเงินอื่นๆรวมทั้งเงินบาทก็จะแข็งค่าขึ้น ซึ่งจะกระทบกับภาคส่งออกและท่องเที่ยวของไทยได้
ส่วนระยะต่อไปผลจากการที่ศาลสูงสหรัฐ วินิจฉัยให้การเก็บภาษีตอบโต้ไม่ชอบโดยกฎหมาย อาจจะทำให้สหรัฐเผชิญปัญหาวิกฤตทางการคลังเพิ่มเติมได้ เนื่องจากรัฐบาลสหรัฐอาจต้องส่งคืนเงินภาษีที่เก็บมาให้บริษัทเอกชน ของประเทศต่างๆที่เก็บเงินภาษีเพิ่มเติมไป ซึ่งตัวเลขตรงนี้ยังไม่มีใครทราบว่าเป็นตัวเลขเท่าไหร่แต่มีการคาดการณ์ว่ามีมูลค่าประมาณ 1.75 แสนล้านดอลลาร์
“หากการคืนเงินตรงนี้ ให้บริษัทในประเทศต่างๆที่สหรัฐขึ้นภาษี ก็จะมีผลต่อการคลังของสหรัฐ ที่มีหนี้สาธารณะสูง และการขาดดุลการคลังสูง หากการคลังสหรัฐมีปัญหาก็จะส่งผลกระทบต่อการใช้จ่ายและส่งผลกระทบกับเศรษฐกิจโลกเช่นกัน ซึ่งในส่วนนี้ต้องติดตามดูสถานการณ์ในระยะต่อไป” นายดนุชา กล่าว





