วันอังคาร ที่ 3 มีนาคม 2569

Login
Login

สรรพสามิตผนึก 18 ยักษ์น้ำมัน ดีเดย์ระบบดิจิทัล ปูทางเก็บ ‘ภาษีคาร์บอน’

สรรพสามิตผนึก 18 ยักษ์น้ำมัน ดีเดย์ระบบดิจิทัล ปูทางเก็บ ‘ภาษีคาร์บอน’

กรมสรรพสามิตลงนาม MOU ร่วมผู้ประกอบการน้ำมันรายใหญ่ 18 บริษัท ปฏิวัติระบบจัดเก็บภาษีน้ำมันจากกระดาษสู่ดิจิทัลแบบ Real-time นำร่องทดสอบระบบมีนาคมนี้ หวังยกระดับความโปร่งใส-เร่งสปีดการคืนภาษี พร้อมประกาศใช้เป็นฐานข้อมูลหลักคำนวณ ‘ภาษีคาร์บอน’ รับเกณฑ์ CBAM เผยยอดเก็บภาษีน้ำมันเพิ่ม 1 บาท ดันรายได้รัฐพุ่ง 2.8 พันล้านต่อเดือน

วันที่ 20 ก.พ.2569 นายพรชัย ฐีระเวช อธิบดีกรมสรรพสามิต เปิดเผยภายหลังพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ว่า กรมสรรพสามิตได้จับมือกับกลุ่มบริษัทน้ำมัน 13 บริษัท กลุ่มผู้ให้บริการขนส่งน้ำมัน 4 บริษัท และผู้ให้บริการเติมน้ำมันอากาศยาน 1 บริษัท รวมทั้งสิ้น 18 บริษัท เพื่อร่วมกันพัฒนาระบบฐานข้อมูลดิจิทัลเชื่อมโยงปริมาณน้ำมันเข้า-ออกจากโรงอุตสาหกรรมโดยตรง ถือเป็นการยกเครื่องระบบบริหารจัดการภาษีครั้งใหญ่ที่เปลี่ยนจากรูปแบบเอกสารกระดาษสู่ข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์อย่างเต็มรูปแบบ

ดีเดย์ 20 มี.ค.69 ทดสอบระบบ-รันจริงกลางปี 69

สำหรับกรอบระยะเวลาดำเนินงาน ระบบเชื่อมโยงข้อมูลดังกล่าวจะเริ่มทดลองใช้งานครั้งแรกในวันที่ 20 มี.ค.69 นี้ โดยจะใช้เวลาประเมิน และปรับปรุงประสิทธิภาพประมาณ 3-4 เดือน และมีแผนจะเริ่มรันระบบอย่างเต็มรูปแบบตั้งแต่ช่วงกลางปี 2569 เป็นต้นไป ซึ่งจะช่วยลดทรัพยากรบุคคล และลดความผิดพลาดในการบันทึกข้อมูลด้วยมือ (Manual) ที่มีปริมาณมหาศาลในแต่ละวัน

สรรพสามิตผนึก 18 ยักษ์น้ำมัน ดีเดย์ระบบดิจิทัล ปูทางเก็บ ‘ภาษีคาร์บอน’

ฐานข้อมูลใหม่ ‘ภาษีคาร์บอน’

นายพรชัย ระบุว่า การเปลี่ยนสู่ดิจิทัลไม่ได้เป็นเพียงเรื่องความสะดวก แต่คือโครงสร้างพื้นฐานสำคัญในการรองรับ "ภาษีคาร์บอน" (Carbon Tax) หรือการกำหนดสัดส่วนกลไกราคาคาร์บอนต่อหน่วย เพื่อให้มีความแม่นยำตามมาตรฐานสากล สอดรับกับมาตรการปรับคาร์บอนก่อนเข้าพรมแดน (CBAM) ของคู่ค้าต่างประเทศ

“หากมีการประกาศใช้กฎหมายที่ให้อำนาจจัดเก็บภาษีคาร์บอนเต็มรูปแบบ ฐานข้อมูลดิจิทัลนี้จะถูกนำมาใช้ทันทีในฐานะเอกสารอ้างอิงที่สากลยอมรับ เพราะเป็นข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ที่เชื่อมโยงกันอย่างสมบูรณ์แบบ Real-time ช่วยลดขั้นตอนการตรวจสอบเอกสารแบบเดิม และสร้างความโปร่งใสที่เป็นธรรม”

เร่งคืนภาษี-รายได้เพิ่มหลังขยับ 1 บาท

ในแง่บริหารจัดการรายได้ ระบบใหม่จะช่วยเชื่อมโยงกับระบบการยื่นแบบภาษี และการคืนภาษี (Tax Refund) ให้รวดเร็วยิ่งขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มสินค้ากึ่งสำเร็จรูปที่ใช้ผลิตภัณฑ์สรรพสามิตเป็นส่วนประกอบ ซึ่งปัจจุบันมีสัดส่วนการคืนภาษีไม่เกิน 5% ของรายได้ภาษีน้ำมันทั้งหมด โดยในระยะยาวกรมฯ ตั้งเป้าจะพัฒนาไปสู่การคำนวณภาษีสุทธิ ณ ต้นทาง เพื่อลดภาระให้ภาคเอกชนอย่างยั่งยืน

นอกจากนี้ อธิบดีกรมสรรพสามิตยังเปิดเผยถึงภาพรวมรายได้ว่า จากการปรับเพิ่มการจัดเก็บภาษีสรรพสามิตน้ำมันขึ้น 1 บาทต่อลิตรในช่วงที่ผ่านมา ส่งผลให้กรมฯ มีรายได้เพิ่มขึ้นประมาณ 2,700 - 2,800 ล้านบาทต่อเดือน 

สรรพสามิตผนึก 18 ยักษ์น้ำมัน ดีเดย์ระบบดิจิทัล ปูทางเก็บ ‘ภาษีคาร์บอน’

พิสูจน์อักษร....สุรีย์  ศิลาวงษ์