วันอังคาร ที่ 3 มีนาคม 2569

Login
Login

'อัทธ์' แนะไทยร่วม Board of Peace เพิ่มแต้มต่อเจรจาการค้าสหรัฐ

'อัทธ์' แนะไทยร่วม Board of Peace เพิ่มแต้มต่อเจรจาการค้าสหรัฐ

หลังจากที่นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดี ประกาศจัดเก็บภาษีตอบโต้กับคู่ค้าได้มีการเจรจากับแต่ละประเทศต่อเนื่อง โดยล่าสุดมีความชัดเจนในการบรรลุข้อตกลงการค้าระหว่างสหรัฐกับอินโดนีเซีย ที่มีการลงนามกันในวันพฤหัสบดีที่ 19 ก.พ.2569 (ตามเวลาท้องถิ่นสหรัฐ) การลงนามดังกล่าวเกิดขึ้นระหว่างการประชุมคณะกรรมการสันติภาพ (Board of Peace) ที่สหรัฐ

สำหรับการประชุมดังกล่าวมีชาติสมาชิกอาเซียนที่เข้าร่วม 3 ประเทศ คือ เวียดนาม อินโดนีเซีย และกัมพูชา โดยทั้งอินโดนีเซีย และเวียดนามต่างมีความคืบหน้าข้อตกลงการค้าร่วมกับสหรัฐ

รศ.ดร.อัทธ์ พิศาลวานิช นักวิชาการ และผู้เชี่ยวชาญเศรษฐกิจระหว่างประเทศ กล่าวว่า ขณะนี้ไทยอยู่สถานะรัฐบาลรักษาการ ประกอบกับปัจจัยด้านการเมืองภายในประเทศที่ยังไม่มีเสถียรภาพ รวมถึงการจัดตั้ง “คณะกรรมการสันติภาพ” (Board of Peace) ชุดใหม่ ทำให้กระบวนการตัดสินใจเชิงนโยบายสำคัญยังไม่ชัดเจน ส่งผลให้การเจรจากับสหรัฐล่าช้ากว่าหลายประเทศในภูมิภาค

ทั้งนี้ ไทยควรพิจารณาเข้าร่วมกลไก Board of Peace เพื่อแสดงจุดยืนเชิงสร้างสรรค์ในเวทีระหว่างประเทศ แม้ภายหลังจะสามารถถอนตัวได้ แต่ในเชิงยุทธศาสตร์จะช่วยสร้างบรรยากาศที่ดีต่อการเจรจาในหลายมิติ โดยเฉพาะกับรัฐบาลของนายโดนัลด์ ทรัมป์ ซึ่งให้ความสำคัญกับท่าทีทางการเมืองควบคู่กับการค้า

'อัทธ์' แนะไทยร่วม Board of Peace เพิ่มแต้มต่อเจรจาการค้าสหรัฐ

ส่วนที่หลายประเทศเริ่มมีความคืบหน้าในการเจรจากับสหรัฐ แล้วอาทิ อินโดนีเซีย และเวียดนามที่อยู่ในขั้นตอนใกล้สรุปข้อตกลง ขณะที่มาเลเซียและกัมพูชาได้ลงนามไปก่อนหน้าแล้ว รวมถึงอินเดียที่ประกาศข้อตกลงบางส่วนออกมาแล้วเช่นกัน ทำให้ไทยมีความเสี่ยงเสียเปรียบด้านระยะเวลา และเงื่อนไข

“ยิ่งจัดตั้งรัฐบาลได้ช้า ยิ่งกระทบต่อการเจรจา ซึ่งเป็นงานเร่งด่วน เพราะมีผลต่อการส่งออก การลงทุนจากต่างชาติ และความเชื่อมั่นโดยรวม แม้ว่าไทยจะโดนเก็บอัตราภาษี 19% ซึ่งกรอบเบื้องต้นที่หลีกเลี่ยงได้ยาก แต่ประเด็นสำคัญอยู่ที่ว่าสินค้าใดจะได้รับสิทธิภาษี 0% ซึ่งจำเป็นต้องอาศัยการเจรจาเชิงลึก” รศ.ดร.อัทธ์ กล่าว

การเมืองในประเทศไม่นิ่ง-ปมเกษตรยังติดขัด

รศ.ดร.อัทธ์ กล่าวว่า สำหรับประเด็นที่ยังติดขัดหลักมี 2 เรื่อง ได้แก่ สินค้าเกษตรนำเข้าว่าจะเปิดตลาดให้สินค้าใด ปริมาณเท่าใด โดยเฉพาะกลุ่มเนื้อสัตว์ เช่น เนื้อหมู ซึ่งเป็นประเด็นอ่อนไหว และการขอรับสิทธิภาษี 0% สำหรับสินค้าส่งออกของไทย 

ทั้งนี้อาจถูกเชื่อมโยงกับเงื่อนไขทางการเมืองระหว่างประเทศ ซึ่งต้องลงรายละเอียดเชิงลึกในรายการสินค้าที่อาจได้รับสิทธิภาษี 0% จากสหรัฐ ซึ่งมีจำนวนหลายพันรายการ เพื่อพิจารณาว่าไทยจะเสนอเงื่อนไขหรือผลประโยชน์ใด “แลกเปลี่ยน” กับสหรัฐให้ได้สิทธิพิเศษดังกล่าว โดยเฉพาะในกลุ่มสินค้าที่สหรัฐเคยให้สิทธิพิเศษกับยุโรปรวมถึงกรณีข้อพิพาทระหว่างไทยกับกัมพูชา

ส่วนประเด็นพลังงาน เช่น การนำเข้าแก๊สหรือน้ำมันจากสหรัฐไม่น่าใช่ประเด็นหลัก เพราะเป็นแนวทางที่หลายประเทศใช้เป็นเครื่องมือสร้างสมดุลทางการค้าอยู่แล้ว อย่างไรก็ตาม ปมสินค้าเกษตร และสิทธิประโยชน์ด้านภาษียังคงเป็นหัวใจสำคัญที่ต้องเร่งคลี่คลายโดยเร็ว เพื่อไม่ให้ไทยเสียโอกาสทางการแข่งขันในตลาดสหรัฐในปีนี้

“เรียกร้องให้เร่งจัดตั้งรัฐบาลที่มีอำนาจเต็มโดยเร็ว และไม่ควรเกินวันที่ 8 มี.ค.2569 เนื่องจากการปล่อยให้สถานการณ์ยืดเยื้อเกิน 1 เดือน ถือว่าล่าช้าเกินไป และจะยิ่งสร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจ โดยเฉพาะการเจรจาการค้ากับสหรัฐอเมริกา” รศ.ดร.อัทธ์ กล่าว

รศ.ดร.อัทธ์ กล่าวว่า หากยังเป็นรัฐบาลรักษาการ สำนักงานผู้แทนการค้าสหรัฐ (USTR) จะไม่สามารถเดินหน้าเจรจาได้อย่างเป็นทางการ เพราะไม่สามารถลงนามในข้อตกลงได้ จึงจำเป็นต้องมีรัฐบาลที่มีอำนาจเต็มเพื่อผลักดันการเจรจา ซึ่งขณะนี้ไม่ได้เป็นเพียงการค้าแบบตรงไปตรงมา แต่เชื่อมโยงกับมิติการเมืองระหว่างประเทศอย่างชัดเจน

หนุนไทยเข้าร่วม Board of Peace

ทั้งนี้ ไทยควรพิจารณาเข้าร่วม “คณะกรรมการสันติภาพ” (Board of Peace) เพื่อสร้างบรรยากาศที่ดีต่อการเจรจากับรัฐบาลของนายโดนัลด์ ทรัมป์ โดยมองว่าเป็นการแสดงท่าทีเชิงบวก แม้ภายหลังหากมีผลกระทบก็สามารถทบทวนหรือถอนตัวได้ พร้อมย้ำว่าการเข้าร่วมไม่ได้ทำให้ไทยสูญเสียความเป็นกลาง

ปัจจุบันมีหลายประเทศในอาเซียนเข้าร่วม ได้แก่ อินโดนีเซีย เวียดนาม และกัมพูชา ขณะที่สิงคโปร์ และมาเลเซีย มีแนวโน้มเข้าร่วมเร็วๆ นี้ 

นอกจากการเร่งตั้งรัฐบาล และการเข้าร่วม Board of Peace แล้วไทยยังต้องควรใช้ประโยชน์จากสถานการณ์ความขัดแย้งภูมิรัฐศาสตร์ ผ่านยุทธศาสตร์ “China Plus One” หรือ “Europe Plus One” 

เพื่อดึงดูดการลงทุนจากต่างชาติที่ต้องการกระจายความเสี่ยงจากผลกระทบด้านภาษี โดยรัฐต้องกำหนดให้ชัดเจนว่าอุตสาหกรรมหรือภาคส่วนใดของไทยจะได้รับประโยชน์สูงสุดจากการย้ายฐานการลงทุน

 

 

 

พิสูจน์อักษร....สุรีย์  ศิลาวงษ์