การทางพิเศษฯ ชง ครม.ปีนี้ ลุยเปิด PPP สร้างทางด่วนเชื่อมเกาะสมุย 74,044 ล้านบาท แย้มโมเดลร่วมทุนคุ้มค่าภาครัฐหนุนงานโยธา และเอกชนลงทุนงานระบบสัมปทาน 30 ปี พร้อมดันพัฒนาจุดพักรถบนพื้นที่รวมกว่า 2 พันตารางเมตร หวังจูงใจนักลงทุน
นายสุรเชษฐ์ เหล่าพูลสุข ผู้ว่าการการทางพิเศษแห่งประเทศไทย เป็นประธานในพิธีการสัมมนารับฟังความคิดเห็นของภาคเอกชน (Opinion hearing) ภายใต้งานศึกษาความเหมาะสมทางด้านวิศวกรรม เศรษฐกิจ การเงิน และผลกระทบสิ่งแวดล้อมโครงการทางพิเศษเชื่อมเกาะสมุย วันนี้ (19 ก.พ.69) พร้อมระบุว่า โครงการดังกล่าวไม่ได้เป็นเพียงสะพานเพื่อการคมนาคมเท่านั้น
แต่เป็นโครงการที่ออกแบบให้รองรับระบบสาธารณูปโภคพื้นฐาน เช่น ระบบไฟฟ้า ระบบประปา และระบบสายสื่อสาร นับเป็นโครงการที่จะยกระดับโครงข่ายการคมนาคม และระบบสาธารณูปโภคพื้นฐานให้สามารถเชื่อมโยงแผ่นดินใหญ่สู่เกาะสมุยได้ตลอด 24 ชั่วโมง อำนวยความสะดวกให้กับประชาชนในพื้นที่เกาะสมุย สนับสนุนการเติบโตทางเศรษฐกิจ และการท่องเที่ยวของประเทศ
อย่างไรก็ดี จากการลงพื้นที่รับฟังความคิดเห็นของประชาชนในจังหวัดนครศรีธรรมราช จังหวัดสุราษฎร์ธานี และพื้นที่เกาะสมุย พบว่ามีเสียงตอบรับดีมากกับการพัฒนาโครงการทางพิเศษสายนี้ โดยกว่า 95% ของประชาชนเห็นด้วยกับโครงการนี้
ดังนั้นยอมรับว่าโครงการนี้มีความยากในแง่ของความคุ้มทุน มีผลตอบแทนด้านการเงิน (FIRR) ติดลบอยู่ที่ -0.31% เพราะเป็นโครงสร้างพื้นฐานที่ต้องใช้เงินลงทุนสูง และไม่เน้นกำไร แต่ กทพ.จะพัฒนาเพื่อมุ่งเน้นความปลอดภัย และประโยชน์ทางเศรษฐกิจ ยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่โดยรอบ โดยพบว่าโครงการนี้มีความเหมาะสมด้านเศรษฐกิจ สร้างผลตอบแทนด้านเศรษฐกิจ (EIRR) อยู่ที่ 15.58%
“แม้ความยากของโครงการนี้คือ ในแง่ของความคุ้มทุนทางการเงินที่อาจติดลบ แต่การทางฯ ก็จะพิจารณาส่วนของรัฐร่วมลงทุนเพื่อช่วยให้จูงใจเอกชน และเพิ่มความน่าสนใจให้กับผู้ร่วมทุน เช่น การนำพื้นที่จุดพักรถ (Rest Area) เข้ามารวมในสัญญาสัมปทานด้วย”
ทั้งนี้ โมเดลการร่วมลงทุนเบื้องต้น จะจัดทำให้รูปแบบเอกชนร่วมลงทุนรัฐ (PPP) โดยพิจารณาว่าภาครัฐจะเป็นผู้ลงทุนงานจัดกรรมสิทธิ์ที่ดิน และงานก่อสร้างโยธา ส่วนเอกชนจะลงทุนงานก่อสร้างระบบ และงานดำเนินการและบำรุงรักษา โดยมีสัญญาสัมปทานไม่เกิน 35 ปี แบ่งเป็น ระยะเวลาก่อสร้างโครงการ 5 ปี และระยเวลาดำเนินงาน และบำรุงรักษานับจากวันเปิดให้บริการไม่เกิน 30 ปี
ส่วนการลงทุนที่พักริมทาง (Rest Area) ที่จะเข้ามารวมในสัมปทานเพื่อจูงใจทางการลงทุนมากขึ้นนั้น กทพ.ได้ศึกษาจะจัดสรรพื้นที่กว่า 2.4 พันตารางเมตร แบ่งเป็น ศูนย์อาหาร และร้านค้า พื้นที่รวมประมาณ 1,600 ตารางเมตร ซึ่งมีองค์ประกอบ อาทิ ศูนย์อาหาร, ร้านอาหาร เครื่องดื่ม และร้านจำหน่ายสินค้า นอกจากนี้ยังมีพื้นที่รองรับ Kiosk พื้นที่รวมประมาณ 80 ตารางเมตร และพื้นที่ Drive-thru รวมประมาณ 800 ตารางเมตร
นอกจากนี้ ในพื้นที่ Rest Area จะมีบริการห้องสุขาสาธารณะ พื้นที่จอดรถยนต์ส่วนบุคคล 120 คัน พื้นที่จอดรถยนต์สำหรับผู้พิการ และผู้สูงอายุ 4 คัน พื้นที่จอดรถโดยสาร และรถขนาดใหญ่ (มากกว่า 6 ล้อ) 10 คัน และพื้นที่จอดรถส่งของสำหรับผู้ประกอบกิจการ โดยผลการศึกษาพบว่าการพัฒนาพื้นที่ Rest Area จะสร้างอัตราผลตอบแทนทางการเงิน (FIRR) 3.69%
ทั้งนี้ กทพ.ประเมินว่าภายหลังเปิดเวทีรับฟังความเห็นภาคเอกชนแล้วเสร็จ จะสรุปรูปแบบการลงทุน และทำรายงาน EIA ให้เสร็จสิ้นเพื่อเสนอต่อบอร์ด กทพ. และคณะรัฐมนตรี (ครม.) ภายในปีนี้ หลังจากนั้นจะเป็นกระบวนการตั้งคณะกรรมการตามมาตรา 36 เพื่อคัดเลือกเอกชนร่วมลงทุน ซึ่งคาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 2 ปี จึงคาดว่าจะเริ่มดำเนินการก่อสร้างในปี 2571 และมีกำหนดเปิดให้บริการในปี 2576
สำหรับโครงการทางพิเศษเชื่อมเกาะสมุยเป็นทางพิเศษยกระดับข้ามทะเลเชื่อมต่อระหว่างแผ่นดินใหญ่ และเกาะสมุย ขนาด 4 ช่องจราจร (ทิศทางละ 2 ช่องจราจร) มีจุดเริ่มต้นโครงการเชื่อมต่อกับทางหลวงหมายเลข 4142 ในพื้นที่ตำบลดอนสัก อำเภอดอนสัก จังหวัดสุราษฎร์ธานี มุ่งหน้าทางทิศตะวันออกตัดผ่านทางหลวงหมายเลข 4142 ในพื้นที่ตำบลควนทอง อำเภอขนอม จังหวัดนครศรีธรรมราช
จากนั้นแนวเส้นทางมุ่งหน้าทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ ผ่านพื้นที่สวนปาล์ม และผ่านอ่าวประทับแล้วมุ่งหน้าไปทางทิศตะวันออก เข้าเชื่อมเกาะสมุยบริเวณเนินเขาแหลมสอ และมีจุดสิ้นสุดโครงการเชื่อมต่อกับทางหลวงหมายเลข 4170 ในพื้นที่ตำบลตลิ่งงาม อำเภอเกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี ระยะทางรวมประมาณ 37.41 กิโลเมตร
รายงานข่าวระบุว่า การสัมมนารับฟังความคิดเห็นของภาคเอกชน (Opinion hearing) จัดขึ้นวันนี้มีผู้เข้าร่วมประชุมประมาณ 180 คน ณ ห้องประชุม และผ่านระบบ ZOOM 30 คน/หน่วยงาน รวมผู้เข้าร่วมประชุมกว่า 200 คน โดยภายในงานพบว่ามีเอกชนไทย และต่างชาติเข้าร่วม อาทิ บริษัท ปตท.จำกัด (มหาชน), การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย, บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน), สมาคมผู้รับจัดการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศ, สมาคมสถาปนิกสยาม ในพระบรมราชูปถัมภ์
รวมไปถึงบริษัท ช.การช่าง จำกัด (มหาชน), บริษัท เนาวรัตน์พัฒนาการ จำกัด (มหาชน), บริษัท ไชน่า สเตท คอนสตรัคชั่น เอนยิเนียริ่ง (ประเทศไทย) จำกัด (CSCEC), บริษัท ซีเอชอีซี (ไทย) จำกัด, บริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน), บริษัท บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน), บริษัท ทางยกระดับดอนเมือง จำกัด (มหาชน) และ บริษัท ราช กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)
พิสูจน์อักษร....สุรีย์ ศิลาวงษ์





