วันอังคาร ที่ 3 มีนาคม 2569

Login
Login

‘ศุลกากร’ กวาดล้างใหญ่ จับบุหรี่-บุหรี่ไฟฟ้าเถื่อนพุ่ง 169 ล้าน

‘ศุลกากร’ กวาดล้างใหญ่ จับบุหรี่-บุหรี่ไฟฟ้าเถื่อนพุ่ง 169 ล้าน

กรมศุลกากร แถลงผลงานปราบปรามสินค้าหนีภาษีโชว์ตัวเลข 4 เดือนปีงบ 69 ยึดบุหรี่ต่างประเทศกว่า 27 ล้านมวน พร้อมบุหรี่ไฟฟ้า 2 แสนชิ้น มูลค่ารวมทะลุ 169 ล้านบาท เผยกลยุทธ์มดงานปรับแผนซุกพัสดุเอกชน-ตู้สินค้าตกค้าง หวังเลี่ยงตรวจค้น เตรียมยกระดับเอกซเรย์เข้มงวดทุกจุดกระจายสินค้าทั่วประเทศ

นายพันธ์ทอง ลอยกุลนันท์ อธิบดีกรมศุลกากร เปิดเผยว่า ตั้งแต่เดือน ต.ค. 2568 ถึงวันที่ 15 ก.พ. 2569 กรมศุลกากรสามารถจับกุมบุหรี่ต่างประเทศได้รวมกว่า 27.3 ล้านมวน และบุหรี่ไฟฟ้าพร้อมอุปกรณ์อีกจำนวน 205,445 ชิ้น คิดเป็นมูลค่ารวมทั้งสิ้น 169,634,923 บาท

โดยพฤติการณ์ของผู้กระทำความผิดในปัจจุบันมีการปรับเปลี่ยนรูปแบบอย่างเห็นได้ชัด เน้นการลักลอบนำเข้าผ่านช่องทางพัสดุไปรษณีย์ บริษัทขนส่งเอกชน และการซุกซ่อนมากับยานพาหนะขนส่งสินค้า เพื่อหลีกเลี่ยงการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่

ทั้งนี้ ผลงานการจับกุมที่สำคัญ กระจายตัวอยู่ในหลายพื้นที่ยุทธศาสตร์ โดยเฉพาะสำนักงานศุลกากรภาคที่ 1 ร่วมกับด่านศุลกากรแม่กลอง ที่นำเครื่องเอกซเรย์แบบพกพา (Handheld X-ray) เข้าตรวจค้นบริษัทขนส่งพัสดุในประเทศ จนสามารถตรวจยึดบุหรี่ต่างประเทศได้สูงถึง 12.5 ล้านมวน มูลค่ากว่า 62 ล้านบาท 

ขณะที่ในพื้นที่ภาคใต้ ด่านศุลกากรสงขลาและตากใบ ได้บูรณาการร่วมกับหน่วยงานความมั่นคง เข้าสกัดจับรถบรรทุกและตรวจค้นโกดังร้าง พบบุหรี่หนีภาษีรวมมูลค่ากว่า 36 ล้านบาท 

นอกจากนี้ยังมีการขยายผลเข้าตรวจค้นบ้านพักในเขตคันนายาว กรุงเทพฯ พบสินค้ากลุ่มบุหรี่ไฟฟ้าไฮบริดและมวนบุหรี่ IQOS มูลค่าอีก 10 ล้านบาท

นายพันธ์ทอง ระบุต่อว่า รูปแบบการขนส่งที่ซับซ้อนขึ้นทำให้กรมศุลกากรต้องยกระดับการสืบสวน โดยล่าสุดที่ท่าเรือกรุงเทพ เจ้าหน้าที่ได้สนธิกำลังกับกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) เข้าตรวจสอบตู้สินค้าตกค้างจำนวน 7 ตู้ พบมีการซุกซ่อนบุหรี่ไฟฟ้าชนิดใช้แล้วทิ้งคละกลิ่นกว่า 4.6 หมื่นชิ้น มูลค่า 10 ล้านบาท 

ซึ่งการกระทำดังกล่าวถือเป็นความผิดตาม พ.ร.บ. ศุลกากร พ.ศ. 2560 พ.ร.บ. ภาษีสรรพสามิต พ.ศ. 2560 และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง เนื่องจากบุหรี่ไฟฟ้าเป็นสินค้าต้องห้ามนำเข้ามาในราชอาณาจักรตามประกาศกระทรวงพาณิชย์

ทั้งนี้ กรมศุลกากรยืนยันจะเดินหน้าบังคับใช้กฎหมายอย่างเด็ดขาดและต่อเนื่อง โดยจะเพิ่มความถี่ในการตรวจสอบจุดกระจายสินค้าและศูนย์ไปรษณีย์ทั่วประเทศ เพื่อป้องกันไม่ให้สินค้าผิดกฎหมายเหล่านี้เข้าสู่ท้องตลาด 

ซึ่งไม่เพียงแต่จะส่งผลกระทบต่อรายได้ภาษีของรัฐ แต่ยังเป็นประเด็นสำคัญด้านสุขอนามัยของเยาวชนและประชาชน รวมถึงเป็นการคุ้มครองผู้ประกอบการที่เสียภาษีอย่างถูกต้องเพื่อให้เกิดความเป็นธรรมทางการค้าในภาพรวมของเศรษฐกิจไทย