ความเชื่อมั่นต่อเศรษฐกิจไทยกำลังก้าวเข้าสู่บททดสอบสำคัญในปี 2569 เมื่อ 3 สถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือระดับโลก ทั้ง Moody’s, Fitch Ratings และ S&P เตรียมเข้าประเมินสถานะทางการคลังและเศรษฐกิจมหภาคของประเทศ
นางจินดารัตน์ วิริยะทวีกุล ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) เปิดเผยว่า ไทม์ไลน์สำคัญจะเริ่มจากมูดีส์ ที่มีกำหนดประกาศผลในช่วง มี.ค. ถึง เม.ย. 69 ซึ่งอาจเลื่อนไปถึง ก.ย. 69 เพื่อรอความชัดเจนจากรัฐบาลชุดใหม่ ขณะที่ ฟิทช์ และ เอสแอนด์พี จะตามมาในช่วงครึ่งปีหลังระหว่าง ส.ค.-ก.ย.
โดยการประเมินรอบนี้มีความหมายอย่างยิ่งต่อต้นทุนการเงินของประเทศ เนื่องจากในปี 68 ที่ผ่านมา ทั้งมูดีส์และฟิทช์ได้ปรับลดแนวโน้มความน่าเชื่อถือ (Outlook) ของไทยลงมาอยู่ที่ระดับ "เชิงลบ" (Negative)
ขณะที่มีเพียงเอสแอนด์พีที่ยังคงมุมมอง "เสถียรภาพ" (Stable) ทำให้ปี 69 นี้ กลายเป็นปีที่ไทยต้องพิสูจน์ฝีมือเพื่อไม่ให้ถูก "หั่นอันดับ" ลงจากระดับปัจจุบันที่ Baa1 และ BBB+
5 ตัวแปรตัดสินชะตาเครดิตไทย
สบน. ระบุว่า สถาบันจัดอันดับเครดิตจะให้น้ำหนักใน 5 ปัจจัยหลัก ซึ่งเปรียบเสมือนดัชนีชี้วัดความอยู่รอดและความน่าเชื่อถือของประเทศในสายตานักลงทุนโลก
1.) เสถียรภาพการเมืองและความต่อเนื่องของนโยบาย โดยปัจจัยนี้เป็น "จุดตาย" ที่นักลงทุนต่างชาติให้ความสำคัญสูงสุด สบน. เชื่อว่าการมีรัฐบาลเดิมที่มีความต่อเนื่องในการทำงานหลังการเลือกตั้ง จะเป็นแรงบวกสำคัญที่ช่วยสร้างความมั่นใจว่าฟันเฟืองเศรษฐกิจจะไม่สะดุด
2.) วินัยการคลังระยะปานกลาง หัวใจสำคัญคือแผนการปรับลดการขาดดุลงบประมาณที่ต้องมีความชัดเจน โดยรัฐบาลตั้งเป้าหมายลดการขาดดุลจากระดับ 4% เศษ ให้เหลือเพียง 3% ของ GDP ภายในปี 73 เพื่อควบคุมระดับหนี้สาธารณะไม่ให้บานปลาย
3.) แรงขับเคลื่อนจีดีพี การฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยท่ามกลางมรสุมเศรษฐกิจโลกที่ผันผวน หากจีดีพีเติบโตได้ต่ำกว่าคาด จะกลายเป็นจุดอ่อนที่เสี่ยงต่อการถูกปรับลดอันดับ
4.) โครงสร้างประชากรและสังคมสูงวัย ซึ่งเป็นโจทย์ยากที่ไทยต้องมีแผนรับมือที่เป็นรูปธรรม เนื่องจากจำนวนผู้สูงอายุที่เพิ่มขึ้นจะส่งผลโดยตรงต่อขีดความสามารถในการแข่งขันและภาระงบประมาณสวัสดิการในอนาคต
5.) อุตสาหกรรมนวัตกรรมและการเงินสีเขียว การเดินหน้าอุตสาหกรรมเป้าหมาย (New S-Curve) และการใช้เครื่องมือทางการเงินใหม่ๆ เช่น พันธบัตรสีน้ำเงิน (Blue Bond) และ พันธบัตรสีเขียว (Green Bond) เพื่อดึงดูดการลงทุนคุณภาพสูง
นางจินดารัตน์ เน้นย้ำว่า ด้วยทิศทางการปฏิรูปโครงสร้างเศรษฐกิจและความชัดเจนในการลดการขาดดุล จะเป็นเหตุผลหลักที่ทำให้สถาบันจัดอันดับเครดิตมีมุมมองเชิงบวกต่อไทย และคาดหวังว่าผลการดำเนินงานที่เป็นไปตามแผนจะช่วยดันให้ Outlook ของไทยกลับสู่ระดับเสถียรภาพได้ในที่สุด





