การจัดทำงบประมาณรายจ่ายของรัฐบาลในแต่ละปี จะต้องคำนึงถึงการจัดเก็บรายได้ของรัฐบาลในแต่ละปี ซึ่งหน่วยงานหลักที่รับผิดชอบเรื่องนี้คือ กระทรวงการคลัง โดยมีกรมจัดเก็บภาษีหลัก 3 กรมคือ กรมสรรพากร กรมสรรพสามิต และกรมศุลกากร ซึ่งล่าสุดแต่ละกรมภาษีได้มีการเตรียมความพร้อมในการที่จะเสนอให้รัฐบาลใหม่พิจารณาแนวทางการเพิ่มรายได้ทั้งการเพิ่มประสิทธิภาพการจัดเก็บภาษี และการพิจารณาอัตราภาษีใหม่ตามที่ได้มีการนำเสนอไว้ในรายงานแผนการคลังระยะปานกลาง (MTFF) ปี 2570 - 2573 มีสาระสำคัญทั้งการลดรายจ่าย และเพิ่มรายได้ภาครัฐควบคู่กัน
ตามรายงานแผนการคลังระยะปานกลาง (ปีงบประมาณ 2570 - 2573) ที่ผ่านมาการเห็นชอบของคณะรัฐมนตรี (ครม.) แล้วเป็นแผนงานสำคัญทางด้านการคลังที่มุ่งเน้นการฟื้นฟูสภาพทางการคลังของประเทศภายใต้แนวคิดความน่าเชื่อ หรือ “Credible” เพื่อเสริมสร้างความมั่นคง และรักษาระดับความน่าเชื่อถือผ่านการปรับสมดุลทางการคลัง (Fiscal Consolidation) ในทุกมิติ
เป้าจัดเก็บรายได้หนุนลดขาดดุลต่ำ 3%
นอกจากนั้นในภาพรวมการปรับปรุงการจัดเก็บรายได้กระทรวงการคลัง ยังตั้งเป้าหมายจะเพิ่มประสิทธิภาพการจัดเก็บภาษีด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล โดยรัฐบาลจะนำระบบ Big Data และ Data Lake ของกระทรวง มาใช้เชื่อมโยงข้อมูลระหว่างหน่วยงานเพื่อขยายฐานภาษี และเพิ่มความแม่นยำในการตรวจสอบ พร้อมทั้งตั้งเป้าหมาย ลดการขาดดุลการคลังให้อยู่ในระดับไม่เกิน 3.0% ของ GDP ภายในปี 2572 เพื่อความยั่งยืนทางการคลังในระยะยาว
นายวินิจ วิเศษสุวรรณภูมิ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) กล่าวว่า สิ่งสำคัญที่ต้องเร่งดำเนินการตามแผน MTFF คือ การติดตามเรื่องรายได้ โดยเฉพาะการขยายฐานภาษี หรือกวาดคนเข้าฐานภาษี ซึ่งขณะนี้กรมจัดเก็บภาษีกำลังดำเนินการเรื่องนี้อย่างเข้มข้น เพื่อดึงเศรษฐกิจนอกระบบเข้าสู่ในระบบ ลดภาระทางการคลัง และสร้างความเป็นธรรมในการจัดเก็บรายได้ รองรับความเสี่ยงทางเศรษฐกิจที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต
ตั้งเป้าเก็บภาษีไม่ต่ำกว่า 15% ต่อ GDP
ทั้งนี้จากรายงาน MTFF ที่ผ่านความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในส่วนของการเพิ่มการจัดเก็บรายได้ภาครัฐ รัฐบาลได้วางแผนการจัดเก็บรายได้รัฐบาลสุทธิให้ขยายตัวอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างพื้นที่ทางการคลัง (Fiscal Space) โดยใน 3 ปีงบประมาณได้แก่ปี 2569 – 2571 กำหนดให้มีการจัดเก็บรายได้เพิ่มขึ้น โดยตั้งเป้าสัดส่วนรายได้ต่อ GDP ไว้ที่ไม่น้อยกว่า 15.1% โดยมีรายละเอียด ดังนี้
- ปีงบประมาณ 2569: ตั้งเป้ารายได้สุทธิ 2,920,600 ล้านบาท (ขยายตัวเพิ่มขึ้น 3.5% จากปี 2568)
- ปีงบประมาณ 2570: ตั้งเป้ารายได้สุทธิ 3,000,000 ล้านบาท (ขยายตัวเพิ่มขึ้น 2.7%)
- ปีงบประมาณ 2571: ตั้งเป้ารายได้สุทธิ 3,145,000 ล้านบาท (ขยายตัวเพิ่มขึ้น 4.8%)
โดยในแผนปฏิรูปการจัดเก็บรายได้ของ 3 กรมภาษีหลัก รัฐบาลได้เห็นชอบแผนเพิ่มประสิทธิภาพ และปรับปรุงโครงสร้างภาษีผ่าน 3 กรมจัดเก็บ โดยแผนการปฏิรูปภาษีต่างๆ รอเสนอรัฐบาลใหม่ ดังนี้:
1.กรมสรรพากร เล็งปรับ VAT และขยายฐานภาษีใหม่ ได้แก่ การเสนอมาตรการปรับภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) โดยมีแผนทยอยยกเลิกการปรับลดอัตราภาษี โดยจะปรับเพิ่มเป็น 8.5% ในปีงบประมาณ 2571 และปรับเป็น 10% ในปี 2573 อย่างไรก็ตามการปรับเพิ่มอัตราภาษีมูลค่าเพิ่ม นั้นจะต้องรอปัจจัยความพร้อมทางเศรษฐกิจ และการตัดสินใจจากฝ่ายการเมือง
ทบทวนค่าลดหย่อน - ศึกษาเก็บภาษีเที่ยวนอก
ในส่วนของภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา มีแผนเสนอปรับปรุงโครงสร้างภาษี และทบทวนความเหมาะสมของค่าลดหย่อนบางประเภทเพื่อให้เกิดความเป็นธรรม โดยกรมฯ คาดว่าจะเพิ่มรายได้ 45,800 ล้านบาทในปี 2570
ส่วนภาษีใหม่ มีแผนจัดเก็บ ภาษีส่วนเพิ่ม (Global Minimum Tax) ตามหลักการ Pillar 2 เพื่อป้องกันการโยกย้ายกำไรข้ามชาติ ซึ่งคาดว่าจะได้รายได้เพิ่ม 8,400 ล้านบาท และภาษีการเดินทางออกนอกราชอาณาจักร ซึ่งคาดว่าจะเพิ่มรายได้ 1.2 หมื่นล้านบาท โดยอยู่ระหว่างการศึกษา และอาจเสนอให้รัฐบาลใหม่พิจารณา
2. กรมสรรพสามิต
โดยในส่วนของแผนการปรับภาษีที่กรมเตรียมไว้ได้แก่ การจัดเก็บภาษีสรรพสามิตน้ำมัน (น้ำมันเบนซิน และน้ำมันดีเซล) เพิ่มขึ้นจาก อัตราปัจจุบัน ณ เดือนพฤศจิกายน 2568 ลิตรละ 1 บาท จำนวน 33,000 ล้านบาท ทั้งนี้จะพิจารณาแนวทางการ ปรับปรุงอัตราภาษีสรรพสามิตน้ำมันให้สอดคล้องกับต้นทุนการผลิต เช่น ราคาน้ำมันดิบ อัตราแลกเปลี่ยน เป็นต้น ตลอดจนติดตามสถานะทางการเงินของกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงประกอบด้วย
มาตรการปรับปรุงโครงสร้าง และปรับเพิ่มอัตราภาษีจากสินค้ากลุ่มภาษีบาป (สุรา เบียร์ และยาสูบ) คาดว่าจะเพิ่มวงเงินได้ 5,450 ล้านบาท โดยมีแผนที่จะแก้ไขการจัดเก็บภาษีบุหรี่เป็นอัตราเดียว เป็นต้น
ดันภาษีคาร์บอน-ภาษีความเค็ม
ในส่วนของมาตรการปรับปรุงโครงสร้างของสินค้าที่สร้างมลภาวะต่อสิ่งแวดล้อมที่รวมถึง การนำภาษีคาร์บอนมาใช้พิจารณาประกอบ จำนวน 6,000 ล้านบาท และการจัดเก็บภาษีจากสินค้าที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ เช่น ภาษีความเค็ม จำนวน 320 ล้านบาท
ทั้งนี้ นายพรชัย ฐีระเวช อธิบดีกรมสรรพสามิต กล่าวว่า ที่ผ่านมาภาพรวมการจัดเก็บรายได้ตลอดทั้งปีงบประมาณ 2569 คาดว่าจะสามารถทำได้ตามเป้าหมาย หากมีการผลักดันมาตรการทางภาษีเพิ่มเติมจากนโยบายของรัฐบาลชุดใหม่ โดยเฉพาะกฎหมายภาษีที่ยังค้างการพิจารณาอยู่ที่คณะรัฐมนตรี เช่น โครงสร้างภาษีบุหรี่แบบอัตราเดียว (Single Rate) เนื่องจากโครงสร้างภาษีแบบอัตราเดียวจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการจัดเก็บได้ครอบคลุมทั้งในมิติของปริมาณ และมูลค่าสินค้าขณะเดียวกัน กรมฯ ได้มีการพิจารณาการเพิ่มประสิทธิภาพการจัดเก็บรายได้ โดยการปรับโครงสร้างภาษีสินค้าให้มีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้น
ศุลกากรปิดช่องโหว่สินค้ามูลค่าต่ำ
3. กรมศุลกากร ที่เน้นเรื่องการปิดช่องโหว่ของสินค้ามูลค่าต่ำที่หลบเลี่ยงภาษีเข้ามาในประเทศไทย โดยในส่วนของมาตรการยกเลิกการยกเว้นการจัดเก็บอากรขาเข้าจากสินค้าที่มีมูลค่าต่ำกว่า 1,500 บาท ตามข้อกำหนดมูลค่าขั้นต่ำ (De Minimis) โดยคาดว่าจะจัดเก็บรายได้เพิ่มขึ้น จำนวน 3,000 ล้านบาท รวมทั้งเพิ่มความเข้มงวด: ตรวจสอบพิกัดอัตราศุลกากร ราคา และปริมาณสินค้าอย่างเคร่งครัด รวมถึงการทำ Post Audit
ก่อนหน้านี้ นายพันธ์ทอง ลอยกุลนันท์ อธิบดีกรมศุลกากร เปิดเผยว่า กรมฯ ยังคงเดินหน้าบริหารการจัดเก็บรายได้ให้ได้ตามเป้าหมายที่วางไว้ราว 1.2 แสนล้านบาท อีกทั้งยังมุ่งเน้นบทบาทการเป็นผู้สนับสนุนทางการค้า (Trade Enabler) การปรับปรุงกฎระเบียบที่เป็นอุปสรรค เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ ซึ่งจะส่งผลทางอ้อมให้ยอดจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มสูงขึ้น
ส่วนสถานการณ์การจัดเก็บรายได้ในช่วงไตรมาสแรกของปีงบประมาณปรับตัวลดลงอย่างเห็นได้ชัด โดยปัจจัยหลักมาจากสินค้า 5 รายการหลักที่เป็นหัวใจสำคัญในการจัดเก็บรายได้ของกรมศุลกากร ได้แก่ รถยนต์, ชิ้นส่วนยานยนต์, ยารักษาโรค, เครื่องสำอาง และกระเป๋า ต่างมีแนวโน้มลดลงทุกตัว เนื่องจากโครงสร้างภาษีที่สินค้าจำนวนมากมีอัตราภาษีเป็น 0% จากข้อตกลงการค้าเสรี (FTA) ต่างๆ เช่น อาเซียน และอาเซียน-จีน นอกจากนี้ พฤติกรรมการซื้อสินค้าฟุ่มเฟือยของผู้บริโภคก็ลดน้อยลง
พิสูจน์อักษร....สุรีย์ ศิลาวงษ์





