วันอังคาร ที่ 3 มีนาคม 2569

Login
Login

‘สภาพัฒน์’ แนะรัฐบาลใหม่ดูตัวชี้วัดเศรษฐกิจ-การบริโภค ก่อนเดินหน้า ‘คนละครึ่งพลัส’ เฟสใหม่

‘สภาพัฒน์’ แนะรัฐบาลใหม่ดูตัวชี้วัดเศรษฐกิจ-การบริโภค ก่อนเดินหน้า ‘คนละครึ่งพลัส’ เฟสใหม่

นโยบาย “คนละครึ่งพลัส” เป็นนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจสำคัญของรัฐบาลปัจจุบันที่ใช้ในช่วงไตรมาสที่ 4 ของปี 2568 นโยบายนี้ใช้งบประมาณ 4.4 หมื่นล้านบาท และมีเม็ดเงินจากการจับจ่ายของประชาชนที่เข้าร่วมโครงการประมาณ 20 ล้านคน รวมเป็นเงินที่ลงสู่ระบบเศรษฐกิจประมาณ 8.8 หมื่นล้านบาท โดยกระทรวงการคลังคาดว่าสามารถกระตุ้นเศรษฐกิจได้ประมาณ 0.21- 0.22%

ทั้งนี้พรรคภูมิใจไทยได้มีการใช้นโยบบายนี้ในการหาเสียงในการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา รวมทั้งมีการประกาศว่าเมื่อเข้ามาเป็นรัฐบาลจะเดินหน้าโครงการคนละครึ่งพลัสเฟสใหม่ทันที อย่างไรก็ตามในรายการการจับตาสถานการณ์เศรษฐกิจประเทศไทยหลังเลือกตั้งของฟิทช์ เรทติ้ง (Fitch Ratings) ผู้ให้บริการชั้นนำด้านการจัดอันดับเครดิตประเทศของประเทศต่างๆ ที่มีการตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับนโยบายคนละครึ่งพลัสที่ใช้วงเงินใกล้เคียงกับระดับ 1% ของGDP ซึ่งได้มีการตั้งคำถามจากฟิทช์ เรทติ้ง ว่าโครงการนี้มีความคุ้มค่าเพียงพอหรือไม่ มีกลไกที่ส่งต่อมาตรการนี้ไปกระตุ้นเศรษฐกิจในส่วนอื่นๆได้หรือไม่

ประเด็นนี้นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) กล่าวว่าโครงการคนละครึ่งหรือคนละครึ่งพลัส  มีบทบาทในการกระตุ้นการบริโภค  โดยมาตรการคนละครึ่งถือเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยกระตุ้นความเชื่อมั่นในการใช้จ่าย และกิจกรรมทางเศรษฐกิจ โดยเม็ดเงินส่วนใหญ่จะกระจายไปสู่ตัวบุคคลและผู้ประกอบการในภาคเศรษฐกิจนอกระบบ (Informal Sector) ซึ่งช่วยสนับสนุนให้การบริโภคภาคเอกชนขยายตัวได้ดีขึ้น

ส่วนเมื่อถามว่ากรณีที่ ฟิทช์ เรทติ้ง มีการจับตาโครงการคนละครึ่งพลัสว่าใช้งบประมาณค่อนข้างสูง นั้นมีประเด็นที่น่ากังวลหรือไม่ นายดนุชาระบุว่าโครงการนี้เป็นมาตรการที่มีประสิทธิภาพ และได้ผลในการกระตุ้นเศรษฐกิจ แต่การที่รัฐบาลจะดำเนินการต่อหรือไม่มีการพิจารณาจากปัจจัยหลายด้านได้แก่  การพิจารณาจากตัวชี้วัดทางเศรษฐกิจ: โดยเฉพาะเรื่องของการบริโภคของประชาชน และภาคเอกชน เนื่องจากมาตรการลักษณะนี้ควรใช้ในกรณีที่การบริโภคลดลงอย่างมาก เพื่อให้สามารถอัดฉีดเงินเข้าไปกระตุ้นได้โดยตรง

นอกจากนั้นต้องดูในเรื่องของงบประมาณและสถานการณ์ทางเศรษฐกิจและมาตรการดังกล่าวถือเป็นมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจที่ต้องพิจารณาถึงจังหวะเวลาที่เหมาะสมด้วย

“ทางสำนักงานฯเข้าใจดีว่านโยบายคนละครึ่งพลัสเป็นนโยบายที่ประชาชนรอคอย และมีความคาดหวัง แต่การดำเนินของรัฐบาล เรื่องนี้ต้องมีการหารือกันของหลายฝ่าย โดยต้องดูปัจจัยทางเศรษฐกิจให้รอบด้านก่อนตัดสินใจเพื่อให้มาตรการเกิดประสิทธิภาพมากที่สุด” นายดนุชา กล่าว