ท่ามกลางความผันผวนของเศรษฐกิจโลก และการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน กลุ่มบริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ขยับสถานะจาก “บริษัทพลังงานของไทย” สู่การเป็นผู้เล่นระดับสากลผ่านยุทธศาสตร์การลงทุนต่างประเทศ
ช่วงทศวรรษที่ผ่านมา บางจากไม่ได้เติบโตจากการขยายธุรกิจในประเทศอย่างเดียวแต่ได้รุกต่างแดน โดยมุ่งเป้าประเทศพัฒนาแล้วที่กรอบกฎหมายชัดเจน ระบบการเงินมั่นคง และตลาดเสรีที่เปิดให้สร้างมูลค่าเพิ่มได้ยั่งยืนทั้งยุโรป สหรัฐ ญี่ปุ่น หรือฮ่องกง สะท้อนแนวคิดการกระจายความเสี่ยงเชิงภูมิศาสตร์ (Geographic Diversification) ควบคู่ยกระดับมาตรฐานการดำเนินงานสู่ระดับโลก
การลงทุนต่างประเทศของบางจากจึงไม่ใช่เพียงการขยายขนาดธุรกิจ แต่เป็นการวางรากฐานเติบโตระยะยาวบนตลาดที่มีเสถียรภาพสูง ลดความผันผวนจากปัจจัยภายในประเทศเดียว และสร้างกระแสเงินสดจากตลาดที่มีศักยภาพทำกำไรเด่นชัด ทิศทางดังกล่าวกำลังกลายเป็นเครื่องยนต์ใหม่ที่ผลักดันกลุ่มบางจากสู่การเป็นองค์กรพลังงานข้ามชาติเต็มรูปแบบในทศวรรษหน้า
กลุ่มบริษัทบางจากรายงานผลประกอบการปี 2568 มีรายได้จากการขาย และการให้บริการ 507,570 ล้านบาท EBITDA 35,753 ล้านบาท และมีกำไรส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่ 2,880 ล้านบาท คิดเป็นกำไรต่อหุ้น 2.08 บาท ในขณะที่กำไรสุทธิจากการดำเนินงานปกติ (ไม่รวมรายการพิเศษ) อยู่ที่ 10,240 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 67% จากปี 2567
รวมทั้งรับรู้ Synergy ตลอดปี 7,300 ล้านบาท จากการผสานการทำงานระหว่างธุรกิจในกลุ่มควบคู่กับการบริหารการผลิตอย่างมีประสิทธิภาพร่วมกัน โดยไตรมาส 4 ปี 2568 โรงกลั่นน้ำมันบางจาก พระโขนง และโรงกลั่นน้ำมันบางจาก ศรีราชา ทำสถิติกำลังการผลิตเฉลี่ยรวมสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 279,700 บาร์เรลต่อวัน
นายชัยวัฒน์ โควาวิสารัช ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มบริษัท บางจาก และกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) เปิดเผยวิสัยทัศน์ และทิศทางธุรกิจของกลุ่มบางจากว่า ตลอดระยะเวลา 10 ปีที่ผ่านมา บริษัทเติบโตอย่างก้าวกระโดด โดยยอดขายขยายตัว 4-5 เท่า จากระดับหลักแสนล้านบาท สู่เป้าหมาย 5 แสนล้านบาทในปีนี้ สะท้อนความสำเร็จของกลยุทธ์การขยายพอร์ตธุรกิจทั้งใน และต่างประเทศ
ปิดดีล “เชฟรอน ฮ่องกง” ปักธงตลาดพรีเมียม
สำหรับหมุดหมายสำคัญของปีนี้คือ การเข้าซื้อหุ้น 100% ในบริษัท Chevron Hong Kong Limited (CHK) ด้วยวงเงินลงทุน 270 ล้านดอลลาร์ (ราวกว่า 8,000 ล้านบาท) ซึ่งนายชัยวัฒน์ ระบุว่า เป็นดีลเชิงยุทธศาสตร์ที่เปิดประตูสู่ตลาดสากลอย่างแท้จริง โดยเหตุผลสำคัญ 2 ประการ คือ
1. ส่วนต่างราคา ที่ตลาดค้าปลีกน้ำมันฮ่องกงอยู่ระดับสูง โดยราคาขายปลีกเฉลี่ย 120 บาทต่อลิตร เทียบกับไทยราว 30 บาทต่อลิตร ทำให้มีกระแสเงินสดที่น่าสนใจและชัดเจน ขณะที่โครงสร้างตลาดเป็นเสรีไม่มีการแทรกแซงราคาจากภาครัฐต่างจากหลายประเทศในภูมิภาค
2. ฮ่องกงเป็นศูนย์กลางโลจิสติกส์ระดับโลก ทั้งทางอากาศ และทางทะเล CHK มีคลังน้ำมันอยู่ในจุดยุทธศาสตร์ รองรับการเติมน้ำมันเรือเดินสมุทร (Marine Fuel) ซึ่งมียอดขายสูงกว่าพันล้านลิตรต่อปี ถือเป็นตลาดที่มีศักยภาพต่อยอดสู่ธุรกิจพลังงานระหว่างประเทศ
มั่นใจดีล “CHK” คืนทุนภายใน 7 ปี
ด้านการบริหารแบรนด์ บางจากจะยังคงใช้แบรนด์ Chevron ต่อไป และจะค่อยๆ ปรับแบรนด์ในช่วง 2 ปี และดูตลาดใน 5 ปี ภายใต้สัญลักษณ์ “License by Bangchak” เพื่อรักษาฐานลูกค้าเดิม และสร้างการรับรู้แบรนด์บางจากในระดับสากลอย่างค่อยเป็นค่อยไป ไม่เร่งรีบเปลี่ยนผ่านจนกระทบความเชื่อมั่นตลาด ก่อนประเมินการเปลี่ยนแบรนด์อีกครั้ง
"ขณะนี้อยู่ในกระบวนการตรวจสอบกิจการ และคาดว่ากระบวนการเข้าซื้อจะแล้วเสร็จไตรมาส 3 ปีนี้ และหลังจากนั้นบริษัทจะเปลี่ยนชื่อเป็น บางจากฮ่องกง นี่เป็นการลงทุนที่ความเสี่ยงต่ำ สกุลเงินดอลลาร์ฮ่องกงผูกกับดอลลาร์สหรัฐ (Pegged) ลดความผันผวนด้านอัตราแลกเปลี่ยน เราประเมินว่าจะคืนทุนได้ภายใน 6-7 ปี” นายชัยวัฒน์ กล่าว
“การรุกเข้าสู่ธุรกิจการค้าน้ำมันโดยมีฐานในฮ่องกงเป็นตัวเสริมความแข็งแกร่งนั้น จะช่วยให้ขยายโครงข่ายการค้าให้เติบโตอย่างมั่นคง และช่วยให้เกิดการแสวงหาโอกาสในธุรกิจต้นน้ำ หรือการสำรวจ และผลิตใหม่ ซึ่งเป็นอีกหนึ่งเครื่องยนต์ที่คาดว่าจะลงทุนชัดเจนเร็วๆ นี้”
ลงทุน “ประเทศพัฒนาแล้ว” ลดความเสี่ยง
นายชัยวัฒน์ กล่าวว่า สำหรับดัชนีคอร์รัปชันในประเทศไทย และผลต่อความเชื่อมั่นนักลงทุน นั้น กลุ่มบางจากมีแนวทางลงทุนใน Developed World หรือประเทศพัฒนาแล้วเป็นหลัก อาทิ นอร์เวย์ ญี่ปุ่น สหรัฐ และฮ่องกง
ซึ่งเหตุผลสำคัญคือ ประเทศเหล่านี้มีกฎหมาย และกฎเกณฑ์ชัดเจน (Legal Framework) มีระบบการเงิน และสถาบันกำกับดูแลที่มั่นคง ช่วยให้การลงทุนมีเสถียรภาพ ไม่ต้องกังวลกับปัจจัยภายนอกที่ไม่แน่นอน
“เราโฟกัสประเทศที่กติกาชัด ระบบมั่นคง เพราะการลงทุนระยะยาวต้องการความแน่นอนสูง ดังนั้น กลยุทธ์กระจายความเสี่ยงเชิงภูมิศาสตร์ทำให้บริษัทมีภูมิคุ้มกันจากความผันผวนภายในประเทศใดประเทศหนึ่ง ดังนั้น นี่คือ คำตอบเรื่องดัชนีคอร์รัปชันประเทศไทย
คดีอายัดหุ้น “เบน สมิธ” ไม่กระทบบริหาร
สำหรับกรณีการอายัดหุ้นของ “เบน สมิธ” ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นในส่วนของเอสโซ่เดิม นายชัยวัฒน์ กล่าวชี้แจงว่า เป็นประเด็นเฉพาะตัวของผู้ถือหุ้น และบริษัทได้แจ้งให้ผู้ร่วมลงทุนรับทราบข้อมูลตั้งแต่ต้นอย่างโปร่งใส
“เรื่องนี้เป็นเรื่องของผู้ถือหุ้น หุ้นถูกอายัดก็เหมือนแช่แข็งไว้ตามขั้นตอนกฎหมาย ไม่ได้กระทบการบริหารหรือผลประกอบการ”
นอกจากนี้ กลุ่มบางจากบริหารงานผ่านคณะกรรมการบริษัท 15 คน ซึ่งล้วนมีชื่อเสียงและประสบการณ์สูง การตัดสินใจเป็นไปตามกลไกบอร์ด และธรรมาภิบาล ไม่มีผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจ
ผนึกโรงกลั่นบางจาก-ศรีราชา
นายชัยวัฒน์ กล่าวว่า หลังการควบรวมโรงกลั่นบางจากกับโรงกลั่นศรีราชา (เอสโซ่เดิม) ทำให้กลุ่มบางจากมีกำลังการกลั่นรวม 294,000 บาร์เรลต่อวัน สูงที่สุดในประเทศ และสามารถสร้าง Synergy ได้แล้วกว่า 7,000 ล้านบาทในปีที่ผ่านมา
อย่างไรก็ตาม การผสานพลังดังกล่าวช่วยเพิ่มประสิทธิภาพต้นทุน เสริมความสามารถแข่งขัน และเพิ่มความยืดหยุ่นในการบริหารพอร์ตผลิตภัณฑ์ รองรับทั้งตลาดในประเทศ และต่างประเทศ
ปักหมุดปี 2573 รายได้ “ล้านล้าน”
ในระยะยาว กลุ่มบางจากตั้งเป้าภายในปี 2573 จะก้าวสู่การเป็นบริษัทระดับล้านล้านบาท โดยตั้งเป้ารายได้ 1 ล้านล้านบาท และ EBITDA 1 แสนล้านบาท เป้าหมายดังกล่าวตั้งอยู่บนฐานการขยายธุรกิจทั้งพลังงานดั้งเดิม พลังงานสะอาด ธุรกิจค้าปลีก และการลงทุนต่างประเทศ ควบคู่กับการเพิ่มประสิทธิภาพภายในองค์กร
อย่างไรก็ตาม จากการตั้งเป้าหมายมีรายได้เติบโตขึ้นอีก 1 เท่าตัวภายในปี 2573 โดยเน้นปรับโครงสร้างองค์กรให้ครอบคลุมธุรกิจโรงกลั่น การตลาด และพลังงานชีวภาพ
นอกจากนี้ให้ความสำคัญกับธุรกิจต้นน้ำ และการเทรดดิ้ง ในต่างประเทศเพื่อเป็นกลไกขับเคลื่อนกำไรตัวใหม่ในอนาคต แม้จะเผชิญความผันผวนของราคาน้ำมันโลก โดยมีเป้าหมายรักษาอันดับความน่าเชื่อถือหรือเครดิตเรตติ้งไว้ที่ระดับ A+
นายชัยวัฒน์ กล่าวว่า บางจากให้ความสำคัญกับความยั่งยืน (ESG) และ “คน” เป็นหัวใจหลักของการเติบโต บริษัทภูมิใจที่ติดอันดับ 1 ใน 50 องค์กรที่คนรุ่นใหม่อยากทำงานด้วยมากที่สุด โดยองค์กรมี Purpose ชัดเจน และมี “DNA สีเขียว” ที่มุ่งดูแลโลก ควบคู่กับการสร้างผลตอบแทนทางธุรกิจ
“การเติบโตต้องไม่ทิ้งโลก และสังคม เราเชื่อว่าความยั่งยืนคือ ความสามารถในการแข่งขันระยะยาว” นายชัยวัฒน์ กล่าว
พิสูจน์อักษร....สุรีย์ ศิลาวงษ์





