วันพุธ ที่ 4 มีนาคม 2569

Login
Login

เฝ้าระวังภัยแล้ง 68/69 ปรับเกณฑ์อ่างใหญ่ รับมือยาวถึงปี 71

เฝ้าระวังภัยแล้ง 68/69 ปรับเกณฑ์อ่างใหญ่ รับมือยาวถึงปี 71

อนุกรรมการฯ น้ำติดตามมาตรการรับแล้ง 68/69 เฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยง ปรับเกณฑ์อ่างใหญ่สำรองน้ำยาวถึงปี 71 พร้อมเร่งพัฒนาระบบคาดการณ์แม่นยำรับมือสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลง

นายชยันต์ เมืองสง เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.)   เปิดเผยภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะอนุกรรมการอำนวยการด้านการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ ครั้งที่1/2569 ว่า   ปัจจุบันประเทศไทยยังอยู่ในสภาวะลานีญาอ่อน จากการคาดการณ์สภาพอากาศของกรมอุตุนิยมวิทยาและ สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ (องค์การมหาชน) หรือ สสน. ระบุว่า ปีนี้อุณหภูมิเฉลี่ยมีแนวโน้มสูงกว่าค่าปกติและปริมาณฝนรวมต่ำกว่าค่าปกติ รวมทั้งอาจเกิดสภาวะฝนทิ้งช่วงในช่วงกลางปี

เฝ้าระวังภัยแล้ง 68/69 ปรับเกณฑ์อ่างใหญ่ รับมือยาวถึงปี 71

 อีกทั้ง คณะอนุกรรมการฯ ยังมีข้อห่วงกังวลของข้อมูลการวิเคราะห์เพื่อให้ครบทุกมิติ และเห็นควรเร่งพัฒนาระบบการคาดการณ์สภาพภูมิอากาศให้มีความแม่นยำมากยิ่งขึ้น โดยจะให้มีคณะทำงานการคาดการณ์สถานการณ์น้ำ ที่หน่วยงานด้านการคาดการณ์ร่วมยกระดับการแจ้งเตือนภัยและนำไปสู่การวางแผนบริหารจัดการน้ำที่มีประสิทธิภาพต่อไป 

“คณะอนุกรรมการฯ ได้ติดตาม 8 มาตรการรองรับฤดูแล้ง ปี 2568/2569 อย่างใกล้ชิด เพื่อเฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยงขาดแคลนน้ำ พร้อมกำชับการจัดหาแหล่งน้ำสำรองและวางแผนจัดสรรน้ำให้เพียงพอกับความต้องการ โดยเฉพาะน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภค โดย สทนช. ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำ

เฝ้าระวังภัยแล้ง 68/69 ปรับเกณฑ์อ่างใหญ่ รับมือยาวถึงปี 71

ด้านอุปโภคบริโภค  ในเขตการให้บริการของการประปราภูมิภาค( กปภ.) ครอบคลุมทั้ง4ภาค ได้แก่ จ.ประจวบคีรีขันธ์ กระบี่ พะเยา นครสวรรค์ และนครราชสีมา พบว่า ปริมาณน้ำดิบมีเพียงพอต่อความต้องการตลอดช่วงฤดูแล้งนี้ ส่วนพื้นที่นอกเขตบริการ กปภ. ซึ่งใช้กลไกบริหารจัดการผ่านคณะกรรมการลุ่มน้ำร่วมกับกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ปัจจุบันยังไม่พบพื้นที่ประสบปัญหาขาดแคลนน้ำ

ด้านการเกษตร  กรมทรัพยากรน้ำและจิสด้า ร่วมกับกรมส่งเสริมการเกษตรได้วิเคราะห์สมดุลน้ำรายตำบลและประเมินพื้นที่เสี่ยงแล้ง พบว่า ปริมาณน้ำมีเพียงพอจนถึงระยะเก็บเกี่ยวและยังไม่พบพื้นที่เสี่ยงภัยแล้ง

ด้านคุณภาพน้ำในเขต กปภ. ยังคงมีปริมาณน้ำดิบเพียงพอตลอดฤดูแล้ง แต่ยังคงต้องเฝ้าระวังฝนทิ้งช่วง (ช่วงเดือน พ.ค.-ก.ค. 69) ขณะที่ในเขต กปน. ได้ร่วมกับ ชป. ติดตามคุณภาพน้ำดิบในลำน้ำสายหลักอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ได้มอบหมายให้ติดตามการบริหารจัดการน้ำในอ่างเก็บน้ำขนาดกลางที่มีปริมาณน้ำน้อย เพื่อเตรียมการแก้ไขปัญหาที่จะเกิดขึ้นต่อไป”

นอกจากนี้ คณะอนุกรรมการฯ ได้พิจารณาเกณฑ์การปฏิบัติการอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่แบบพลวัต (Dynamic Operation Curve)ของกรมชลประทาน. และ การไฟฟ้าฝ่ายผลิต (กฟผ.) เพื่อปรับเกณฑ์การบริหารจัดการน้ำให้สอดคล้องกับสถานการณ์จริง โดยต้นฤดูฝนจะระบายน้ำเพื่อเตรียมรองรับน้ำหลาก และปลายฤดูฝนจะชะลอการระบายน้ำเพื่อกักเก็บน้ำไว้ใช้ในช่วงฤดูแล้ง ควบคู่กับการคาดการณ์ปริมาณฝนและปริมาณน้ำไหลเข้าอ่างฯ ระยะ 3 ปี (พ.ศ. 2569 - 2571) เพื่อสร้างความมั่นคงด้านน้ำอย่างยั่งยืน