วันอังคาร ที่ 3 มีนาคม 2569

Login
Login

ประเดิมเดือนแรก ม.ค.69 ต่างชาติลงทุนไทย 3.3 หมื่นล้านบาท

ประเดิมเดือนแรก ม.ค.69 ต่างชาติลงทุนไทย 3.3 หมื่นล้านบาท

กรมพัฒนาธุรกิจการค้า เผย  ม.ค.69 ไฟเขียวต่างชาติลงทุนไทย 113 ราย หอบเงินลงทุน 33,779 ล้านบาท เพิ่ม 46% ญี่ปุ่นลงทุนอันดับหนึ่ง 15,315 ล้านบาท ตามด้วยสิงคโปร์ 5,513 ล้านบาท และจีน 5,390 ล้านบาท ส่วนลงทุนในพื้นที่ EEC  จำนวน 38 ราย มูลค่าลงทุน 14,637 ล้านบาท

นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ ในฐานะเลขานุการคณะกรรมการการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว เปิดเผยว่า การลงทุนเดือนแรกของปี 2569 มีการอนุญาตให้คนต่างชาติเข้ามาลงทุนประกอบธุรกิจในประเทศไทย ภายใต้พระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 จำนวน 113 ราย

โดยเป็นการลงทุนผ่านช่องทางการขอรับใบอนุญาตประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว 24 ราย และการขอหนังสือรับรองการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว (ผ่านช่องทางการลงทุนตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมการลงทุน หรือได้รับอนุญาตตามกฎหมายว่าด้วยการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และการใช้สิทธิตามสนธิสัญญาหรือความตกลงระหว่างประเทศ) 89 ราย มูลค่าเงินลงทุนรวมทั้งสิ้น 33,779 ล้านบาท

 

โดยมีจำนวนชาวต่างชาติที่เข้ามาลงทุน 5 อันดับแรก ได้แก่

1. จีน 26 ราย คิดเป็น 23% ของจำนวนธุรกิจต่างชาติในไทย ลงทุน 5,390 ล้านบาท ในธุรกิจ อาทิ  ธุรกิจแปรรูปไม้เพื่อทำผลิตภัณฑ์ไม้และชิ้นส่วนอุปกรณ์สำหรับงานเฟอร์นิเจอร์ ธุรกิจค้าส่งสินค้า เช่น เครื่องพิมพ์บาร์โค้ด และสายสวนบอลลูนขยายหลอดเลือดหัวใจ เป็นต้น ธุรกิจบริการสถานีสับเปลี่ยนแบตเตอรี่สำหรับรถยนต์ไฟฟ้า ธุรกิจบริการรับจ้างผลิตสินค้า เช่น ชิ้นส่วนสำหรับผลิตภัณฑ์อิเล็กทรอนิกส์ เครื่องจักร และอุปกรณ์จับยึด และชิ้นส่วนโลหะสำหรับอุตสาหกรรม เป็นต้น

ประเดิมเดือนแรก ม.ค.69 ต่างชาติลงทุนไทย 3.3 หมื่นล้านบาท

2. ญี่ปุ่น 25 ราย คิดเป็น 22% ของจำนวนธุรกิจต่างชาติในไทย ลงทุน 15,315 ล้านบาท ในธุรกิจ อาทิ   ธุรกิจจัดหาจัดซื้อวัตถุดิบ ชิ้นส่วน และส่วนประกอบ สำหรับอุตสาหกรรมการผลิตต่างๆ  ธุรกิจบริการตรวจรับรองคุณภาพสินค้าที่ใช้แล้ว ธุรกิจบริการพัฒนาซอฟต์แวร์  ธุรกิจบริการรับจ้างผลิตสินค้า เช่น มอเตอร์ไฟฟ้า ชิ้นส่วนแม่พิมพ์ และชิ้นส่วนโลหะ เป็นต้น

 3. สหรัฐอเมริกา 16 ราย คิดเป็น 14% ของจำนวนธุรกิจต่างชาติในไทย ลงทุน 420 ล้านบาท ในธุรกิจ อาทิ  ธุรกิจบริการทางวิศวกรรม ธุรกิจโฆษณา ธุรกิจขายอาหารหรือเครื่องดื่ม  ธุรกิจบริการออกแบบ พัฒนา ติดตั้ง และบำรุงรักษาซอฟต์แวร์แพลตฟอร์ม

4. สิงคโปร์ 12 ราย คิดเป็น 11% ของจำนวนธุรกิจต่างชาติในไทย ลงทุน 5,513 ล้านบาท ในธุรกิจ อาทิ  ธุรกิจจัดหาจัดซื้อวัตถุดิบ ชิ้นส่วน และส่วนประกอบสำหรับอุตสาหกรรมการผลิตต่างๆ ธุรกิจบริการ Cloud Service   ธุรกิจบริการศูนย์กระจายสินค้าด้วยระบบที่ทันสมัย ธุรกิจบริการรับจ้างผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์

5. ฮ่องกง 10 ราย คิดเป็น 9% ของจำนวนธุรกิจต่างชาติในไทย ลงทุน 587 ล้านบาท ในธุรกิจ อาทิ ธุรกิจบริการทางวิศวกรรมและเทคนิค เช่น การตรวจสอบและทดสอบการทำงานของเครื่องจักร เป็นต้น  ธุรกิจบริการติดตั้ง ซ่อมแซม และบำรุงรักษาสินค้าประเภทเครื่องใช้ไฟฟ้าและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์  ธุรกิจบริการปรับปรุงซอฟต์แวร์เพื่อจำหน่ายและ/หรือให้บริการ ธุรกิจบริการรับจ้างผลิตสินค้า เช่น  ผลิตภัณฑ์อิเล็กทรอนิกส์ให้แสงสว่าง เครื่องใช้ไฟฟ้า และชิ้นส่วนโลหะหล่อขึ้นรูป เป็นต้น

นอกจากนี้ การลงทุนของต่างชาติที่เข้ามาส่วนใหญ่มาจากการลงทุนตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมการลงทุน (BOI) สูงถึง 55 ราย คิดเป็น 49% ของจำนวนการอนุญาตทั้งหมด 113 ราย มูลค่าลงทุน 17,226 ล้านบาท ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายดึงดูดการลงทุนจากต่างชาติของรัฐบาล ที่มุ่งเน้นอุตสาหกรรมอนาคต (Future Industries) เช่น เทคโนโลยีขั้นสูง ดิจิทัล AI ยานยนต์ไฟฟ้า พลังงานสะอาด และเกษตรอาหาร โดยประเภทธุรกิจที่ได้รับอนุญาตผ่านช่องทาง BOI สูงสุด 3 อันดับแรก ได้แก่

1. ธุรกิจบริการรับจ้างผลิตสินค้า เช่น ผลิตภัณฑ์โลหะ/พลาสติก ชิ้นส่วนยานยนต์ เป็นต้น ซึ่งสนับสนุนการพัฒนา การผลิตที่มีมูลค่าเพิ่มสูง

2. ธุรกิจบริการที่มีมูลค่าสูง อาทิ กิจการสนับสนุนการค้าและการลงทุน (Trade and Investment Support Office: TISO) กิจการศูนย์กลางธุรกิจระหว่างประเทศ (International Business Center: IBC) และกิจการศูนย์จัดหาจัดซื้อวัตถุดิบ ชิ้นส่วนและส่วนประกอบระหว่างประเทศ (International Procurement Office: IPO) ซึ่งเป็นธุรกิจที่มีส่วนสำคัญในการยกระดับประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการค้าการลงทุนในระดับภูมิภาค

3. ธุรกิจบริการด้านคอมพิวเตอร์ เช่น พัฒนาซอฟต์แวร์/แพลตฟอร์ม เป็นต้น ซึ่งตรงกับเป้าหมายเศรษฐกิจดิจิทัล (Digital Economy) และ AI Services

นายพูนพงษ์ กล่าวว่า สำหรับการลงทุนในจังหวัดพื้นที่ EEC ของนักลงทุนต่างชาติ เดือนม.ค. 2569 มีนักลงทุนต่างชาติสนใจลงทุนในพื้นที่ EEC  จำนวน 38 ราย คิดเป็น 34% ของจำนวนนักลงทุนต่างชาติในไทย เพิ่มขึ้นจากปี 2568 จำนวน 9 ราย (31%) (เดือน ม.ค. 2569 ลงทุน 38 ราย / เดือน ม.ค. 2568 ลงทุน 29 ราย) โดยมีมูลค่าการลงทุนในพื้นที่ EEC 14,637 ล้านบาท คิดเป็น 43% ของเงินลงทุนทั้งหมด

โดยเป็นนักลงทุนจาก จีน 19 ราย ลงทุน 5,293 ล้านบาท  สิงคโปร์ 5 ราย ลงทุน 4,310 ล้านบาท  ญี่ปุ่น 5 ราย ลงทุน 1,306 ล้านบาท และประเทศอื่นๆ 9 ราย ลงทุน 3,728 ล้านบาท

โดยธุรกิจที่ลงทุน อาทิ  ธุรกิจบริการออกแบบ ติดตั้ง และทดสอบระบบอัตโนมัติที่ใช้ในการบริหารจัดการและควบคุมในกระบวนการผลิต ธุรกิจบริการสร้างแหล่งท่องเที่ยวขนาดใหญ่ที่มีคุณภาพ โดยเป็นการให้บริการแหล่งท่องเที่ยวขนาดใหญ่ด้านการแสดงแสงสีเสียงผ่านระบบมัลติมีเดีย  ธุรกิจบริการรับจ้างผลิตสินค้า เช่น Compressor และ Motor สำหรับเครื่องใช้ไฟฟ้า ผลิตภัณฑ์โลหะ/ชิ้นส่วนโลหะขึ้นรูป และชิ้นส่วนยางสำหรับยานพาหนะ เป็นต้น