คมนาคม – สาธารณสุข ถกร่วมแนวทางดึงเอกชนร่วมทุน ปั้น “ศูนย์การแพทย์สาธารณสุข” บนพื้นที่ศูนย์คมนาคมพหลโยธิน (แปลง D) หรือย่านสถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ หวังใช้ประโยชน์ที่ดินสร้างฮับการแพทย์ เชื่อมต่อระบบราง
นายปัญญา ชูพานิช รองปลัดกระทรวงคมนาคม หัวหน้ากลุ่มภารกิจด้านการขนส่ง เป็นประธานประชุมเพื่อพิจารณาแนวทางการใช้ประโยชน์ที่ดินของการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) สำหรับโครงการโรงพยาบาลศูนย์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข โดยระบุว่า กระทรวงฯ มีนโยบายให้มุ่งเน้นการใช้ประโยชน์ที่ดินของหน่วยงานในสังกัดให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดและสร้างประโยชน์ต่อสาธารณะ
อย่างไรก็ดี เล็งเห็นความสำคัญของโครงการโรงพยาบาลศูนย์การแพทย์ฯ ของกรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ซึ่งจะเป็นโครงสร้างพื้นฐานด้านสุขภาพที่ช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน การประชุมในครั้งนี้ กระทรวงฯ จึงได้หารือร่วมกับผู้แทนจากสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) บริษัท เอสอาร์ที แอสเสท จำกัด (SRTA) เพื่อกำหนดความชัดเจนในการคัดเลือกพื้นที่ ที่มีศักยภาพสูงสุดภายใต้การดูแลของ รฟท. เพื่อรองรับการจัดตั้งโครงการดังกล่าว
โดยการประชุมได้หารือถึงแนวทางการจัดหาพื้นที่ กำหนดเกณฑ์การพิจารณาจะมุ่งเน้น 3 ปัจจัยสำคัญ ได้แก่
- การเข้าถึงที่สะดวกอยู่ใกล้โครงข่ายระบบขนส่งมวลชนทางราง เพื่อให้ผู้ป่วย และบุคลากรทางการแพทย์เดินทางได้รวดเร็ว ลดภาระค่าใช้จ่าย และปัญหาจราจร
- การใช้ประโยชน์พื้นที่ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด ส่งเสริมการพัฒนาอาคารในแนวดิ่ง เพื่อให้ใช้พื้นที่ได้อย่างเต็มขีดความสามารถสอดรับกับการพัฒนาเมืองรอบสถานีขนส่ง (TOD)
- ความถูกต้องตามระเบียบข้อกฎหมาย โดยเร่งสรุปรายละเอียดที่ตั้งเพื่อให้โครงการสามารถเดินหน้าตามขั้นตอนของพระราชบัญญัติการร่วมลงทุนระหว่างรัฐ และเอกชน พ.ศ.2562 (PPP)
“กระทรวงคมนาคมพร้อมให้การสนับสนุนกระทรวงสาธารณสุขอย่างเต็มที่ โดยได้มอบหมายให้ รฟท. และบริษัท เอสอาร์ที แอสเสท จำกัด ไปทบทวนรูปแบบการดำเนินการให้เหมาะสมสอดคล้องกับแผนแม่บทการพัฒนาพื้นที่บริเวณบางซื่อ และจัดทำรายละเอียดให้ครบถ้วนตามขั้นตอน ก่อนนำเสนอให้กระทรวงคมนาคมพิจารณาเห็นชอบต่อไป”
ส่วนการกำหนดรูปแบบการร่วมลงทุน (PPP) ให้ รฟท. และ SRTA ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พิจารณากำหนดรูปแบบการดำเนินงานในลักษณะการร่วมลงทุนฯ ให้มีความชัดเจน โดยเน้นย้ำว่าการคัดเลือกรูปแบบดังกล่าว ต้องคำนึงถึงความเหมาะสม ทั้งในด้านรายได้ และการดูแลทรัพย์สินขององค์กร เพื่อนำเสนอข้อมูลต่อคณะอนุกรรมการพิจารณาแผนการจัดทำโครงการร่วมลงทุนของสำนักงานคณะกรรมการ นโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) ต่อไป
จากการหารือเบื้องต้น ทราบว่ากรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข มีความประสงค์จะดำเนินการก่อสร้างโครงการโรงพยาบาลศูนย์การแพทย์สาธารณสุขขึ้น เพื่อขยายบริการด้านสาธารณสุขให้เข้าถึงประชาชนได้สะดวกขึ้น โดยมีการบูรณาการความร่วมมือระหว่างกระทรวงสาธารณสุข และกระทรวงคมนาคมในการจัดหาที่ดินบนทำเลศักยภาพที่เชื่อมต่อกับระบบขนส่งมวลชน
อย่างไรก็ดี ในช่วงแรกกรมการแพทย์มีความประสงค์จะขอเช่าพื้นที่ของ รฟท. บริเวณศูนย์คมนาคมพหลโยธิน (แปลง D) หรือย่านสถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์เพื่อดำเนินโครงการ โดยสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) ในฐานะฝ่ายเลขานุการคณะกรรมการนโยบายการร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน (PPP) ได้ขอความเห็นจากกระทรวงคมนาคมเกี่ยวกับความสอดคล้องของการใช้ที่ดิน รฟท. กับแผนแม่บทการพัฒนาพื้นที่
ทั้งนี้กระทรวงคมนาคมได้พิจารณาแล้วพบว่าพื้นที่แปลง D ได้ถูกสงวนไว้สำหรับการพัฒนาพื้นที่แปลงใหญ่ตามแผนแม่บทมาตั้งแต่ปี 2557 และมีนโยบายให้พัฒนาพื้นที่เป็นอาคารแนวดิ่งเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด กระทรวงคมนาคมจึงได้มอบหมายให้ รฟท. และบริษัท เอสอาร์ที แอสเสท จำกัด (SRTA) ทำงานร่วมกับกรมการแพทย์ เพื่อขับเคลื่อนโครงการโรงพยาบาลให้สามารถเดินหน้าต่อไปได้ โดยไม่กระทบต่อแผนแม่บทการขนส่งในภาพรวมต่อไป
รายงานข่าวจากกระทรวงคมนาคม ระบุว่า แผนแม่บทปี 2557 เพื่อพัฒนาพื้นที่แปลงใหญ่ของ รฟท. ภายใต้แผนแม่บทการพัฒนาพื้นที่ศูนย์คมนาคมพหลโยธิน มีพื้นที่รวม 2,325 ไร่ โดยแบ่งพื้นที่ออกเป็น 9 แปลง ประกอบด้วย
- แปลง A พื้นที่ 32 ไร่ ที่ รฟท.เคยเปิดประมูลไปแล้วก่อนหน้านี้ แต่ไม่มีเอกชนยื่นข้อเสนอ มูลค่าพื้นที่ราว 1.1 หมื่นล้านบาท ตามแผนจะพัฒนาในลักษณะมิกซ์ยูส มีทั้งห้างสรรพสินค้า อาคารสำนักงาน และโรงแรม
- แปลง B พื้นที่ประมาณ 73 ไร่ อยู่ติดกับสถานีกลางบางซื่อ และเป็นพื้นที่แปลงใหญ่ มีศักยภาพในการพัฒนาผสมผสานหลากหลายรูปแบบ
- แปลง C พื้นที่สถานีขนส่งหมอชิต 2 ปัจจุบัน บขส.อยู่ระหว่างพิจารณาคืนพื้นที่บางส่วนให้ รฟท.นำมาพัฒนาใช้ประโยชน์
- แปลง D พื้นที่ราว 32 ไร่ อยู่ใกล้สถานีรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน และสายสีเขียว ติดบริเวณย่านพาณิชยกรรมริมถนนพหลโยธินและตลาดนัดจตุจักร ปัจจุบันมีสัญญาเช่าอยู่กับโครงการ JJ Mall ซึ่งพื้นที่ส่วนนี้ถือว่ามีศักยภาพสูง สามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวต่อยอดการพัฒนาแบบมิกซ์ยูส โดยปัจจุบัน รฟท.จะพิจารณานำพื้นที่ ที่ไม่ติดสัญญาและมีความพร้อมทยอยออกมาใช้ประโยชน์ที่ดิน
- แปลง E (ย่านตึกแดง) มีพื้นที่ราว 79 ไร่ รฟท.เคยทำการศึกษาจะนำมาเปิดประมูลพร้อมกับแปลง A เพื่อดึงดูดนักลงทุน ประเมินมูลค่าที่ดินไม่ต่ำกว่า 3 หมื่นล้าน โดยพื้นที่ส่วนนี้อยู่ติดกับสถานีกลางบางซื่อ ใกล้กับสถานีรถไฟฟ้า MRT สีน้ำเงิน และสำนักงาน SCG พร้อมรองรับการพัฒนามิกซ์ยูส อาคารสำนักงาน ศูนย์ราชการ และที่ทำการแห่งใหม่ของ รฟท.
- แปลง F (ด้านหลังสถานีขนส่งหมอชิต 2 ติดกับถนนเทอดดำริ) ติดโรงซ่อมรถจักรบางซื่อ
- แปลง G เป็นแปลงใหญ่ที่มีพื้นที่มากที่สุด เนื่องจากเป็นบ้านพักพนักงานบริเวณย่าน กม.11 ขนาดพื้นที่ 359 ไร่ โดยด้านตะวันตกและตะวันออกของพื้นที่ มีระยะเดินเท้าที่สามารถเดินถึงรถไฟฟ้าสายสีแดง สายสีน้ำเงินและสายสีเขียว ส่วนพื้นที่ตอนกลางสามารถพัฒนาโครงการมิกซ์ยูสได้ จึงมีแผนจะพัฒนาเป็นแหล่งที่พักอาศัย คอนโดมิเนียม และที่พักอาศัยของพนักงาน รฟท.
- แปลง H มีโรงตรวจซ่อมวาระรถโดยสาร (LD Depot)
- แปลง I มีโรงซ่อมรถไฟฟ้า CT (CT Depot)
พิสูจน์อักษร....สุรีย์ ศิลาวงษ์





