วันจันทร์ ที่ 16 กุมภาพันธ์ 2569

Login
Login

จับตา ‘ภูมิใจไทย’ ลุยแลนด์บริดจ์ เมกะโปรเจกต์ภาคใต้ 9.9 แสนล้าน

จับตา ‘ภูมิใจไทย’ ลุยแลนด์บริดจ์ เมกะโปรเจกต์ภาคใต้ 9.9 แสนล้าน

จับตารัฐบาลภูมิใจไทย เดินหน้า “แลนด์บริดจ์” 9.9 แสนล้านบาท ดัน พ.ร.บ.SEC จัดตั้งกองทุนแลนด์บริดจ์ “คมนาคม” มั่นใจภายใน 4 ปีรัฐบาล “อนุทิน” เปิดประมูลดึงเอกชนร่วมทุนได้ ย้ำปัจจุบันนักลงทุนไทยและต่างชาติสนใจเข้าร่วม

พรรคภูมิใจไทย มีแผนขับเคลื่อนโครงสร้างพื้นฐานสำคัญในภาคใต้ โดยเฉพาะการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งเพื่อพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคใต้ เพื่อเชื่อมโยงการขนส่งระหว่างอ่าวไทยและอันดามัน (แลนด์บริดจ์) ที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) ชุดก่อนเห็นชอบในหลักการ

โครงการแลนด์บริดจ์ มีจุดเริ่มต้นสมัยรัฐบาลนายทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี โดยนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ผลักดันเข้า ครม.เมื่อปี 2548 เพื่อขออนุมัติศึกษาโครงการ

หลังจากนั้นโครงการแลนด์บริดจ์ถูกหยิบยกขึ้นมาพูดถึง และผลักดันอีกครั้งในรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี โดยมีนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม จากพรรคภูมิใจไทย โดยประเมินวงเงินลงทุน 1.19 ล้านล้านบาท ครอบคลุมท่าเรือ มอเตอร์เวย์และรถไฟทางคู่

ทั้งนี้ ได้ปรับรายละเอียดโครงการหลังจากมีผลกระทบทางเศรษฐกิจหลังสถานการณ์โควิด-19 ทำให้เงินเฟ้อสูงขึ้น นโยบายการคลังเข้มงวด และความไม่แน่นอนเชิงนโยบายที่กระทบการลงทุนของเอกชน รวมถึงนโยบายของรัฐบาลโดนัลด์ ทรัมป์ กำแพงภาษี ผลจากสงครามรัสเซีย-ยูเครน และนโยบายการเงินการคลัง การปรับดอกเบี้ยของ FED และ ECB ทำให้นักลงทุนระวังการลงทุนมากขึ้น

ส่งผลทำให้สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) ปรับแผนการพัฒนาท่าเรือแลนด์บริดจ์ใหม่ ปรับขนาดการก่อสร้างให้ลดลงจากเดิม เช่น ระยะที่ 1/1 รองรับตู้สินค้าสูงสุด 4 ล้าน TEUs จากแผนเดิมลงทุนก่อสร้างระยะที่ 1/1 เพื่อรองรับตู้สินค้าสูงสุด 6 ล้าน TEUs แต่แผนลงทุนทั้งหมดยังคงเป้าหมายพัฒนาแลนด์บริดจ์รองรับตู้สินค้าสูงสุด 20 ล้าน TEUs

ทั้งนี้ การปรับขนาดการก่อสร้างแลนด์บริดจ์ส่งผลให้ สนข.ประเมินวงเงินการลงทุนลดเหลือ 9.9 แสนล้านบาท จากแผนเดิมประเมินไว้ 1.19 ล้านล้านบาท

ต่อมารัฐบาล พรรคเพื่อไทย ผลักดันต่อเนื่องระหว่างปี 2566-2568 ซึ่งเป็นช่วงที่นายสุริยะ กลับมาเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมอีกครั้ง จนกระทั่งมาถึงรัฐบาลนายอนุทิน ชาญวีรกูล ที่มีนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ได้ผลักดันโครงการต่อร่วมกับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานในภาคใต้อีกหลายโครงการ

ที่ผ่านมา ครม.ให้กระทรวงคมนาคมรับฟังความเห็นนักลงทุนต่างประเทศ (โรดโชว์) เพื่อประกอบการจัดทำร่างเอกสารเชิญชวนร่วมลงทุนโครงการ (RFP) โดยสถานะปัจจุบัน สนข.อยู่ขั้นตอนเตรียมเอกสาร RFP เช่นเดียวกับการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) กรมทางหลวง (ทล.) และหน่วยงานเกี่ยวข้องได้ศึกษาโครงการแลนด์บริดจ์แล้ว

รอ ครม.ชุดใหม่เคาะกฎหมาย

นายปัญญา ชูพานิช รองปลัดกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า กระทรวงคมนาคม จัดทำกระบวนการคู่ขนานทั้งการศึกษารูปแบบพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานการจัดทำร่าง RFP และการไปโรดโชว์ต่างประเทศ 

ทั้งนี้ ต้องมีกฎหมายผลักดัน โดยรอพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ระเบียงเศรษฐกิจภาคใต้ พ.ศ….. (พ.ร.บ.SEC) ที่เป็นหัวใจสำคัญการพัฒนาแลนด์บริดจ์ ซึ่งรัฐบาลก่อนหน้านี้เตรียมเสนอสภาผู้แทนราษฎรแต่ยุบสภาก่อน

รวมทั้งต้องพิจารณากฎหมายที่เกี่ยวข้องด้วย โดยเฉพาะแหล่งเงินทุนกองทุนแลนด์บริดจ์ที่จะมาขับเคลื่อน โดยเตรียมเสนอกรมบัญชีกลางก่อนเสนอ ครม.อนุมัติ

สำหรับ กรอบเวลาหากรัฐบาลชุดใหม่ผลักดัน พ.ร.บ.SEC และพิจารณาตั้งกองทุนแลนด์บริดจ์เสร็จมั่นใจภายใน 4 ปีของรัฐบาลชุดใหม่จะผลักดันแลนด์บริดจ์ให้เกิดการประมูลและร่วมลงทุนได้ เนื่องจากผลจากการโรดโชว์มั่นใจว่านักลงทุนต่างชาติสนใจและพร้อมร่วมลงทุนโครงการที่มีศักยภาพ

รวมทั้งการโรดโชว์ก่อนหน้านี้ มีนักลงทุนไทยและต่างชาติร่วมรับฟังข้อมูล อาทิ บริษัท ไชน่า ฮาร์เบอร์ เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด, บริษัท กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน)

บริษัท ดีพี เวิลด์ โลจิสติกส์ (ประเทศไทย) จำกัด, บริษัท ทรานส์เวิลด์ จีแอสเอส (ประเทศไทย) จำกัด, บริษัท มิตซุยแอนด์คัมปนี (ไทยแลนด์) จำกัด, บริษัท สหไทย เทอร์มินอล จำกัด (มหาชน) และ European Association for Business and Commerce

นอกจากนี้มีเอกชนผู้ประกอบการสายการเดินเรือที่สนใจ เช่น บริษัท เมดิเตอร์เรเนียน ชิปปิ้ง (ประเทศไทย) จำกัด, บริษัท เอชเอ็มเอ็ม (ประเทศไทย) จำกัด, บริษัท เอเวอร์กรีน ชิปปิ้ง เอเยนซี่ (ไทยแลนด์) จำกัด และบริษัท อีสเทิร์น ซี แหลมฉบัง เทอร์มินัล จำกัด

สัมปทานบริหารโครงการ 50 ปี

สำหรับรูปแบบการลงทุน สนข.ศึกษาความเหมาะสมโดยจะเปิดให้เอกชนร่วมลงทุนโครงการรัฐ (PPP) ลักษณะ PPP Net cost สัญญาสัมปทาน 50 ปี 

ทั้งนี้ การเปิดประมูลใช้หลักการ One Port Two Sides ดำเนินการก่อสร้างและบริหารงานพร้อมกันทั้งโครงการในสัญญาเดียว กำหนดผู้มาลงทุนจะต้องมีประสบการณ์การบริหารท่าเรือและสายการเดินเรือ เพื่อดึงสินค้าเข้ามาใช้บริการท่าเรือ และต้องมีความพร้อมด้านเงินทุนเพื่อลงทุนในโครงการ

สำหรับโครงการแลนด์บริดจ์ มีเป้าหมายสำคัญเพื่อไทยใช้ประโยชน์จากยุทธศาสตร์การเชื่อมมหาสมุทรแปซิฟิกเข้ากับมหาสมุทรอินเดีย เพื่อเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญในการคมนาคมขนส่งของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เชื่อมโยงมหาสมุทรแปซิฟิกและมหาสมุทรอินเดีย 

รวมถึงการเพิ่มศักยภาพในการผลิตและการขนส่งสินค้าจาจากลุ่มประเทศในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง (GMS) รวมถึงจีนตอนใต้ และโครงการแลนด์บริดจ์ สอดคล้องยุทธศาสตร์การพัฒนาประเทศตามยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ด้านการสร้างความสามารถในการแข่งขัน มีเป้าหมายการพัฒนาที่มุ่งเน้นการยกระดับศักยภาพของประเทศผ่านการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน

อีกทั้งยังสอดคล้องกับแผนการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 13 (พ.ศ.2566-2570) หมุดหมายที่ 5 เพื่อให้ไทยเป็นประตูการค้าการลงทุนและยุทธศาสตร์ทางโลจิสติกส์ที่สำคัญของภูมิภาค

กทพ.ดันทางพิเศษเกาะสมุย

นอกจากนี้ การทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) อยู่ระหว่างผลักดันโครงการทางพิเศษเชื่อมเกาะสมุย ซึ่งเปิดการประชุมรับฟังความคิดเห็นของประชาชน ครั้งที่ 3 (สรุปผลการศึกษา) งานศึกษาความเหมาะสมทางด้านวิศวกรรม เศรษฐกิจ การเงิน และผลกระทบสิ่งแวดล้อมไปเมื่อวันที่ 11 ก.พ.2569

ทั้งนี้ ผลการศึกษาของ กทพ. ประเมินมูลค่าลงทุนรวมของโครงการไว้ที่ 74,044 ล้านบาท โดยมีแผนจะให้เอกชนร่วมลงทุน (PPP) ตามพระราชบัญญัติการร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน พ.ศ. 2562

สำหรับ การคาดการณ์ปริมาณจราจร กทพ.ประเมินว่าในปีแรกที่เปิดให้บริการในราวปี 2577จะมีปริมาณจราจรที่ 3,049 คันต่อวัน และจะเพิ่มขึ้นเป็น 10,339 คันต่อวันในปีที่ 30 ของโครงการ โดยยืนยันว่าโครงการทางพิเศษสายนี้ ส่งผลบวกต่อประชาชนและการท่องเที่ยว เนื่องจากจะเกิดประโยชน์ด้านการคมนาคมที่สามารถเดินทางได้ตลอด 24 ชั่วโมง สร้างความปลอดภัยในการเคลื่อนย้ายผู้ป่วยฉุกเฉิน