วันเสาร์ ที่ 14 กุมภาพันธ์ 2569

Login
Login

ลุ้น 'ศุภจี ' คัมแบ็ก รมว.พาณิชย์สมัย 2 สร้างประวัติศาสตร์ ในรอบ 105 ปี

ลุ้น  'ศุภจี ' คัมแบ็ก รมว.พาณิชย์สมัย 2 สร้างประวัติศาสตร์ ในรอบ 105 ปี

ผลการเลือกตั้ง 69 อย่างไม่เป็นทางการ ปรากฏว่า พรรคภูมิใจไทย ภายใต้การนำของ"อนุทิน ชาญวีรกูล "หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย และในฐานะนายกรัฐมนตรี ได้คะแนนทิ้งคู่แข่งไม่เห็นฝุ่น ได้ ส.ส.เขตและส.ส.แบบบัญชีรายชื่อเฉียด 200 ที่นั่ง กลายเป็นพรรคแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาล โดยหลายภาคส่วนคาดหวังว่า รัฐบาลชุดใหม่ ภายในการนำของนาย"อนุทิน" จะพาประเทศเดินหน้า โดยเฉพาะเรื่องเศรษฐกิจที่ สื่อต่างชาติมองว่า ไทยอยู่ในสถานะ “เสือป่วย” แห่งเอเชีย

ก่อนการเลือกตั้ง นายอนุทิน ได้ประกาศตัวบุคคลที่จะเข้ามาเป็นทีมเศรษฐกิจของรัฐบาลหากได้รับการเลือกตั้งเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล  3 คน  คือ นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง  นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์  และนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ จะกลับเข้าเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเดิม เรียกได้ว่า  3 เก้าอี้นี้ถูกจองไว้แล้ว แถมพ่วงอีก 1 ตำแหน่งคือ รองนายกรัฐมนตรี สะท้อนความชัดเจนว่า ทีมหลัก 3 เก้าอี้เศรษฐกิจถูก "จองไว้ " ล่วงหน้า

เมื่อโฟกัสเฉพาะ "ศุภจี สุธรรมพันธุ์" ถือว่าได้รับความสนใจอย่างมากในช่วงที่เข้ามารับตำแหน่ง จนถึงปัจจุบัน  เพราะในอดีตเคยแต่ทำงานบริหารด้านภาคเอกชน เมื่อเข้ามาเป็นรัฐมนตรีจะสามารถบริหารงานได้แค่ไหน แต่เวลาก็เป็นเครื่องพิสูจน์แล้วว่า "ทำได้" และได้รับการยอมรับจากข้าราชการ ภาคเอกชน

ลุ้น  'ศุภจี ' คัมแบ็ก รมว.พาณิชย์สมัย 2 สร้างประวัติศาสตร์ ในรอบ 105 ปี

โดยหลังจากการประกาศยุบสภา และมีการเลือกตั้งใหม่ นางศุภจีได้ร่วมงานกับ พรรคภูมิใจไทย อย่างเต็มตัว และได้เข้าสู่วงการการเมืองในฐานะหนึ่งหัวหอกทีมเศรษฐกิจของ พรรคภูมิใจไทยแล้ว โดยมีบทบาทสำคัญในการร่วมแถลงนโยบายด้านเศรษฐกิจสำหรับการเลือกตั้งปี 2569 เช่น นโยบายสานต่อ คนละครึ่งพลัส และจีดีพี 3% พลัส  พร้อมถูกวางตัวให้คุมบังเหียนกระทรวงพาณิชย์อีกครั้ง เพื่อสานต่อนโยบายแก้ปัญหาค่าครองชีพและผลักดันการค้าโลก

หากว่า เป็นจริงดังที่"นายอนุทิน"ประกาศไว้  นางศุภจี กำลังจะกลายเป็น "รัฐมนตรีคนแรก" ที่เคยดำรงตำแหน่ง "รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์" แล้ว ได้กลับเข้ามา “ดำรงตำแหน่งเดิม” อีกเป็นสมัยที่ 2  ทำลายประวัติศาสตร์รัฐมนตรีกระทรวงพาณิชย์ในรอบ 105 ปี ที่ไม่เคยมีใครกลับเข้ามานั่งเก้าอี้อีกครั้ง 

การกลับมาครั้งนี้ของนางศุภจี น่าอยู่ในตำแหน่งไม่น้อยกว่า 2 ปี  โดยคาดว่า นโยบายด้านพาณิชย์ น่าจะสานงานเดิมที่เคยทำไว้ ไม่ว่าจะเป็นการดูแลค่าครองชีพ  การส่งออก การรับมือภาษีสหรัฐฯ การเจรจา FTA การแก้ปัญหานอมินีบัญชีม้า ราคาสินค้าเกษตร การขับเคลื่อนทรัพย์สินทางปัญญา การช่วยเหลือ SME การส่งเสริมเศรษฐกิจฐานราก การมุ่งสู่พาณิชย์ดิจิทัล

นายธนาธร เกษตรสุวรรณ ประธานสภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย (สรท.) สะท้อนความเห็นว่า ภาคเอกชนประเมินผลงานของนางศุภจีว่า "สอบผ่าน" และเหมาะสมกับสถานการณ์เศรษฐกิจในปัจจุบัน ด้วยพื้นฐานความรู้ด้านการค้าและประสบการณ์ทำงานในระดับนานาชาติ ทำให้เข้าใจมุมมองภาคธุรกิจได้อย่างใกล้ชิด

ภาคเอกชนยังมองว่า แนวคิดการทำงานของรัฐมนตรีพาณิชย์มีมุมมองเชิงยุทธศาสตร์ ทันสมัย และสอดคล้องกับบริบทการค้าโลกที่เปลี่ยนแปลงรวดเร็ว แม้ช่วง "ฮันนีมูน" จะผ่านพ้นไปแล้ว แต่หากรัฐบาลกำหนดทิศทางการเปิดการค้า (Direction) ชัดเจน ภาคเอกชนก็พร้อมสนับสนุนเต็มที่

ข้อเสนอสำคัญคือ การกำหนดตำแหน่งของประเทศไทยในห่วงโซ่อุปทานโลก (Global Supply Chain) ให้ชัด เพื่อจัดสรรงบประมาณอย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะบทบาทของ กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ในการผลักดันการส่งออกให้ตอบโจทย์ตลาดโลก

เสียงสะท้อนของ "ผู้ส่งออก" ต่อการกลับมาอีกครั้งของนางศุภจี ได้รับการตอบรับจากภาคเอกชน โดยเฉพาะ "ผู้ส่งออก"ที่ต้องทำงานร่วมกันเพื่อผลักดัน "การส่งออก" ที่เป็นเครื่องจักรสำคัญของ เศรษฐกิจไทย ซึ่งรัฐบาลอนุทิน 2 ที่คาดว่าจะมี “ศุภจี สุธรรมพันธุ์” เป็นรมว.พาณิชย์สมัยที่ 2 และจะเป็นความหวังของภาคเอกชนในการฟันฝ่าวิกฤตการค้าและโลกแบ่งขั้ว