วันอาทิตย์ ที่ 15 กุมภาพันธ์ 2569

Login
Login

‘อาหารสุขภาพ-เอไอ’เคลื่อนอุตฯประมงปี69 ‘เกษตร’แจกแสนบาทแลกใช้นวัตกรรมในฟาร์ม

‘อาหารสุขภาพ-เอไอ’เคลื่อนอุตฯประมงปี69          ‘เกษตร’แจกแสนบาทแลกใช้นวัตกรรมในฟาร์ม

ประเทศไทยเป็นผู้ส่งออกสินค้าประมงรายสำคัญ สถิติเมื่อปี 2567 สามารถส่งออกไทยมูลค่า 180,143 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม ก็มีการนำเข้ามาอยู่ที่ 110,301 ล้านบาท ในส่วนตลาดส่งออกที่สำคัญคือสหรัฐ ญี่ปุ่น และอาเซียนตามลำดับสะท้อนถึงความสำคัญของอุตสาหกรรมการประมงของประเทศไทยที่นับเป็นแหล่งรายได้ที่ส่งต่อไปถึงชาวประมงในระดับรากฐานได้ต่อไป

สำหรับทิศทางอุตสาหกรรมอาหารทะเลที่ต่อเนื่องกับภาคการประมงนั้น ข้อมูลจากเว็บไซด์ ResearchAndMarkets.com เปิดเผยถึง รายงาน “อาหารทะเล - การวิเคราะห์ส่วนแบ่งการตลาด แนวโน้มอุตสาหกรรมและสถิติ การคาดการณ์การเติบโต (2026-2031)”  [Seafood - Market Share Analysis, Industry Trends & Statistics, Growth Forecasts (2026-2031)] ระบุว่า ขนาดตลาดอาหารทะเลในปี 2569 คาดการณ์อยู่ที่ 740.79 พันล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้นจากมูลค่า 719.08 พันล้านดอลลาร์ในปี 2568 โดยคาดการณ์ในปี 2574  จะอยู่ที่ 859.34 พันล้านดอลลาร์ เติบโตในอัตรา CAGR 3.02% ในช่วงปี 2569-2574

เทรนด์สุขภาพ-เทคโนโลยีหนุนตลาดโต

สำหรับปัจจัยสนับสนุนการเติบโต คือ ตลาดที่มีการแข่งขันสูงตามความก้าวหน้าในการผลิตอาหารทะเลจากการเพาะเลี้ยงและความนิยมอาหารเพื่อสุขภาพทำให้ผู้ผลิตกำลังลงทุนในเทคโนโลยีต่างๆ เช่น หุ่นยนต์ ปัญญาประดิษฐ์ และวิธีการเพาะเลี้ยงโดยใช้เซ็นเซอร์ นวัตกรรมเหล่านี้ช่วยลดต้นทุนอาหารสัตว์ ปรับปรุงประสิทธิภาพการดำเนินงาน และลดอัตราการตาย ซึ่งจะช่วยเพิ่มผลกำไรอย่างไรก็ตาม ปัจจัยทีี่ต้องเฝ้าระวังคือ บริษัทต่างๆ ต้องปรับตัวให้เข้ากับกฎระเบียบด้านสิ่งแวดล้อมที่เข้มงวดมากขึ้น 

 ประเภทสินค้าพบว่า ปลา ยังคงครองตลาดอาหารทะเลโลก โดยมีส่วนแบ่งการตลาดที่สำคัญถึง 52.06% ในปี2568   ขณะที่กุ้งกำลังเติบโตอย่างรวดเร็วและกลายเป็นส่วนที่เติบโตเร็วที่สุดในตลาดอาหารทะเล โดยคาดการณ์อัตราการเติบโตเฉลี่ยต่อปี (CAGR) ที่ 3.49%

ส่วนอาหารทะเลแช่แข็งครองตลาดในปี2568  คิดเป็น 50.08% ของส่วนแบ่งทั้งหมด การเติบโตนี้ส่วนใหญ่เกิดจากประสิทธิภาพของเครือข่ายห่วงโซ่ความเย็น ซึ่งรับประกันความพร้อมของอาหารทะเลตลอดทั้งปีในขณะที่ยังคงรักษาคุณภาพและความปลอดภัย

กลุ่มอาหารทะเลแช่แข็งเป็นที่นิยมอย่างมากในหมู่ผู้ค้าปลีกและผู้ประกอบการบริการอาหาร เนื่องจากมีอายุการเก็บรักษานานและสะดวกสบาย ช่วยให้สามารถกระจายอาหารทะเลหลากหลายชนิดไปทั่วโลก ทำให้เป็นตัวเลือกที่น่าเชื่อถือสำหรับภูมิภาคที่มีการผลิตในท้องถิ่นจำกัด ปัจจัยเหล่านี้ทำให้อาหารทะเลแช่แข็งเป็นกลุ่มสำคัญในอุตสาหกรรม ตอบสนองความต้องการทั้งในเชิงพาณิชย์และผู้บริโภคได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ไทยมาถูกทางหนุนคลูซัพพลายเชน

      ทั้งนี้ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกครองส่วนแบ่งตลาดอาหารทะเลมากที่สุดในปี 2568 คิดเป็น 45.12% จีนเป็นผู้นำในภูมิภาคนี้ด้วยผลผลิต 71 ล้านตัน รวมถึง 58.12 ล้านตัน จากระบบการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ การครองตลาดของภูมิภาคนี้ได้รับการสนับสนุนจากรายได้ของชนชั้นกลางที่เพิ่มขึ้น ความก้าวหน้าในโรงงานแปรรูป และเงินอุดหนุนจากรัฐบาลที่ส่งเสริมการนำเทคโนโลยีมาใช้ 

    “ประเทศอย่างญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ยังคงมีการบริโภคอาหารทะเลสูงเนื่องจากวัฒนธรรมซูชิและซาชิมิที่แข็งแกร่ง ในขณะเดียวกัน เวียดนามและไทยกำลังขยายขีดความสามารถในการส่งออกโดยการปรับปรุงมาตรฐานการปฏิบัติตามกฎระเบียบและเสริมสร้างโครงสร้างพื้นฐานด้านห่วงโซ่ความเย็น”

เมื่อเร็วๆนี้ ในการประชุมคณะกรรมการนโยบายการประมงแห่งชาติ ครั้งที่ 1/2569 มีมติเห็นชอบโครงการนำเรือประมงออกนอกระบบ เพื่อการจัดการทรัพยากรประมงทะเลที่ยั่งยืน (ระยะที่ 3) โดยมีเป้าหมายนำเรือประมงออกนอกระบบฯ จำนวน 668 ลำ เพื่อบริหารจัดการกองเรือให้มีความสมดุลกับทรัพยากรประมงทะเลเกิดความยั่งยืนในการใช้ประโยชน์จากสัตว์น้ำ และบรรเทาความเดือดร้อนของชาวประมง

แผนขับเคลื่อนประมงเพื่อความยั่งยืน

 สำหรับความก้าวหน้าโครงการนำเรือประมงออกนอกระบบฯ กลุ่มเรือ 923 ลำ ตามมติตคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 3 มี.ค. 2568 กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยกรมประมงร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้ดำเนินการอนุมัติและเยียวยาชาวประมงครบถ้วนแล้ว จำนวน 767 ลำ

       นอกจากนี้ ที่ประชุมมีมติเห็นชอบปริมาณสัตว์น้ำที่อนุญาตให้ทำการประมง (Total Allowable Catch : TAC) สำหรับปีการประมง 2569 ในกลุ่มสัตว์น้ำหน้าดิน, ปลาผิวน้ำ, ปลากะตัก และปลิงทะเล ทั้งฝั่งอ่าวไทยและทะเลอันดามัน เพื่อให้กรมประมงนำไปจัดสรรให้กับเรือประมงพื้นบ้านและพาณิชย์

สำหรับปีการประมง 2569 ซึ่งจะเริ่มต้นในวันที่ 1 เม.ย. 2569 โดยการกำหนดค่า TAC เป็นไปตามผลการวิเคราะห์ผลผลิตสูงสุดที่ยั่งยืน (Maximum Sustainable Yield : MSY) ซึ่งใช้เป็นจุดอ้างอิงจากหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ เพื่อให้การทำการประมงอยู่ในระดับที่เหมาะสม ส่งผลให้เกิดการใช้ทรัพยากรประมงอย่างยั่งยืน

ที่ประชุมยังมีมติเห็นชอบ (ร่าง) ประกาศกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เรื่อง กำหนดขนาดช่องตาอวนก้นถุงของเครื่องมืออวนลากที่ให้ใช้หรือมีไว้ครอบครองเพื่อใช้ทำการประมง โดยได้มอบหมายให้กรมประมงดำเนินการทบทวนรายละเอียดข้อปฏิบัติที่เกี่ยวข้องและดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป

ดึงเกษตรกรร่วมใช้นวัตกรรมจัดการทั้งระบบ

     นอกจากกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ยังมีโครงการยกระดับสินค้าเกษตรมูลค่าสูงอ ชูนวัตกรรม Solar cell ขับเคลื่อนภาคประมงสู่เศรษฐกิจสีเขียวอย่างยั่งยืน โดยกรมประมงเปิดรับสมัครเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งทะเลเข้าร่วมโครงการยกระดับสินค้าเกษตรมูลค่าสูง ภายใต้กิจกรรมนวัตกรรมเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการเลี้ยงสัตว์น้ำแบบแม่นยำ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 (INNOVATION SANDBOX) โดยมุ่งส่งเสริมการประยุกต์ใช้พลังงานสะอาดควบคู่เทคโนโลยีอัจฉริยะ เพื่อยกระดับการบริหารจัดการฟาร์มกุ้งทะเลให้มีความแม่นยำ ได้มาตรฐาน และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม สอดคล้องกับแนวทางการพัฒนาภาคประมงสู่เศรษฐกิจสีเขียว 

        นางฐิติพร หลาวประเสริฐ อธิบดีกรมประมง กล่าวว่า โครงการดังกล่าวมุ่งเน้นการนำนวัตกรรมและเทคโนโลยีสมัยใหม่มาใช้ในการเพาะเลี้ยงกุ้งทะเล อาทิ ระบบโซลาร์เซลล์ควบคู่กับระบบควบคุมการให้อากาศแบบอัตโนมัติ เชื่อมต่อกับอุปกรณ์ตรวจวัดคุณภาพน้ำแบบเรียลไทม์ เพื่อเสริมสร้างกระบวนการผลิตที่มีความแม่นยำ ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และยกระดับมาตรฐานการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำไทยให้ทันสมัย 

สำหรับเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการฯ จะได้รับการส่งเสริมการติดตั้งนวัตกรรมแบบครบวงจร ประกอบด้วย ชุดอุปกรณ์โซลาร์เซลล์ (Solar Cell) ขนาดเล็ก เซ็นเซอร์ตรวจวัดค่าออกซิเจนละลายน้ำ (DO Sensor) ควบคู่กับระบบควบคุมการให้อากาศแบบอัตโนมัติ (DO Controller) เพื่อบริหารจัดการการเติมอากาศ และสภาพแวดล้อมในบ่อเลี้ยงอย่างเหมาะสม พร้อมทั้งได้รับบริการตรวจวิเคราะห์สุขภาพกุ้ง ตรวจคุณภาพน้ำ และดิน ตลอดจนสนับสนุนจุลินทรีย์ ปม. 1 และ ปม. 2 ตั้งแต่เริ่มต้น และระหว่างการเลี้ยง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการจัดการคุณภาพน้ำ ให้กรมประมงมีข้อมูลวิทยาศาสตร์สำหรับใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ผลผลิตการเลี้ยง และการใช้พลังงาน สามารถนำไปพัฒนาแนวทางการจัดการฟาร์มแบบแม่นยำ (Precision Aquaculture) และต่อยอดองค์ความรู้ด้านเทคโนโลยีการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำในอนาคต

    ทั้งนี้ เกษตรกรที่ผ่านการคัดเลือกและได้รับการตรวจสอบการติดตั้งนวัตกรรมแล้วเสร็จ จะได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากกรมประมง รายละ 100,000 บาท

‘อาหารสุขภาพ-เอไอ’เคลื่อนอุตฯประมงปี69          ‘เกษตร’แจกแสนบาทแลกใช้นวัตกรรมในฟาร์ม