พื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (พื้นที่ EEC) มีแนวโน้มที่จะเป็นหนึ่งในพื้นที่ที่มีความต้องการใช้พลาสติกรีไซเคิลมากที่สุด โดยเฉพาะRecycled Polypropylene (rPP) และมีแนวโน้มที่ใช้พลาสติกดังกล่าวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในระยะข้างหน้า โดยมีแรงขับเคลื่อนหลักมาจาก
1) ผู้ประกอบการขนาดใหญ่ในอุตสาหกรรมชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์และเครื่องใช้ไฟฟ้า และยานยนต์จากต่างประเทศมีการลงทุนแล้วในปัจจุบันและมีความสนใจที่จะลงทุนกำลังการผลิตในพื้นที่ EEC มากขึ้น สะท้อนได้จากมูลค่าการลงทุนจากต่างประเทศที่ขอการส่งเสริมการลงทุนจาก BOI ของอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ และอุตสาหกรรมยานยนต์สมัยใหม่ในพื้นที่ EEC ในช่วงปี 2564-67 ที่เฉลี่ยสูงถึง 2 แสนล้านบาท และ 7 หมื่นล้านบาท ตามลำดับ
2) คณะกรรมาธิการยุโรปมีแผนที่จะกำหนดสัดส่วนการใช้พลาสติกรีไซเคิลในการผลิตรถยนต์ที่ขายในสหภาพยุโรป รวมทั้งภาครัฐของไทยอยู่ระหว่างการเตรียมผลักดันมาตรการที่บังคับให้ผู้ประกอบธุรกิจผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ทรอนิกส์และเครื่องใช้ไฟฟ้าต้องรับผิดชอบในการกำจัดหรือรีไซเคิลซากสินค้าของตนเองในอนาคต ปัจจัยเหล่านี้มีส่วนกระตุ้นให้ผู้ประกอบการเหล่านั้นในพื้นที่ EEC จำเป็นต้องหันมาใช้ rPP ในการผลิตชิ้นส่วนเครื่องใช้ไฟฟ้า และยานยนต์ เช่น ชิ้นส่วนตกแต่งภายในและกันชนของรถยนต์ และฝาครอบและฐานรองมอเตอร์ของเครื่องใช้ไฟฟ้า มากขึ้นตามไปด้วย
ความต้องการใช้ rPP ที่เพิ่มขึ้นในพื้นที่ EEC จะมีส่วนช่วยสนับสนุนให้ปริมาณการใช้ rPP ของไทย เพิ่มขึ้น โดย Krungthai COMPASS ประเมินว่าปริมาณการใช้ rPP จะเพิ่มขึ้นจากราว 2.0 แสนตันในปี 2568 เป็น 2.7 แสนตันในปี 2573 หรือเติบโตเฉลี่ยปีละ 6.1%CAGR
อย่างไรดี ปัจจุบัน ผู้ผลิต rPP ในไทยมีกำลังการผลิตทั้งหมดเพียง 2.2 แสนตันต่อปี ซึ่งไม่เพียงพอที่จะรองรับความต้องการใช้พลาสติกรีไซเคิลดังกล่าว โดยเฉพาะจากผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์และเครื่องใช้ไฟฟ้า และอุตสาหกรรมยานยนต์ในพื้นที่ EEC ที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้นในปี 2573
เพื่อรองรับความต้องการใช้ rPP ที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้น ผู้ประกอบธุรกิจรีไซเคิลพลาสติกของไทยจึงควรพิจารณาเพิ่มกำลังการผลิต rPP อย่างน้อยราว 4.9 หมื่นตันต่อปี ซึ่งเป็นโอกาสทางธุรกิจสำหรับผู้ประกอบการรายเดิมและรายใหม่ที่เข้ามาลงทุนในการผลิตพลาสติกรีไซเคิลเพิ่มเติมเพื่อรองรับความต้องการที่เพิ่มขึ้นในอนาคต
ทั้งนี้ ผู้ประกอบธุรกิจผลิต rPP รายเดิมและรายใหม่สามารถเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงการซื้อขายวัตถุดิบของผู้ผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้าและชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ และผู้ผลิตรถยนต์ชั้นนำของโลกในพื้นที่ EEC ได้ตามแนวทาง ดังนี้
1) การขอใบรับรองมาตรฐานที่ตลาดโลกต้องการ เช่น ISO:9001 ISO:14001 ISO:45001 และ Global Recycled Standard (GRS) เพื่อที่จะเข้าถึงการซื้อขายของผู้ผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้าและชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ และผู้ผลิตรถยนต์ชั้นนำของโลกในพื้นที่ EEC ได้มากขึ้น เพราะผู้ประกอบการเหล่านี้ใช้ใบรับรองมาตรฐานดังกล่าวเป็นเงื่อนไขในการคัดเลือกผู้จัดจำหน่ายวัตถุดิบแก่บริษัท
2) การผลิตสินค้าที่มีคุณสมบัติที่ตอบโจทย์ความต้องการของอุตสาหกรรมยานยนต์ และอุตสาหกรรมชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์และเครื่องใช้ไฟฟ้า เช่น พลาสติกรีไซเคิลที่ทนต่อแรงกระแทก โดยการใช้วิธี Compatibilization ซึ่งจะช่วยเพิ่มความแข็งแกร่งและความเหนียวของ rPP ซึ่งทำให้คุณสมบัติด้านต่างๆ เป็นไปตามมาตรฐานของผู้ผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้าและชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ และผู้ผลิตรถยนต์ชั้นนำของโลก





