“เอกนิติ” ส่งสัญญาณชัด ตีตกมาตรการลดหย่อนภาษีกระตุ้นจับจ่าย “ช้อปดีมีคืน-Easy E-Receipt” ยอมรับบทเรียนเก่าชี้ได้ไม่คุ้มงบประมาณ
นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า สำหรับมาตรการกระตุ้นการจับจ่ายใช้สอยระยะสั้นที่ประชาชนคุ้นเคยในช่วงต้นปี อย่าง “ช้อปดีมีคืน” หรือ “Easy E-Receipt” นั้น กระทรวงการคลังยังไม่มีแนวคิดที่จะนำกลับมาใช้ในช่วงนี้
นายเอกนิติ ขยายความว่า แม้มาตรการดังกล่าวจะเป็นที่ชื่นชอบของผู้เสียภาษีบางกลุ่ม แต่จากบทเรียนและการประเมินผลสัมฤทธิ์ในช่วงที่ผ่านมา ได้พิสูจน์ให้เห็นตัวเลขเชิงประจักษ์แล้วว่า การแจกเงินหรือลดหย่อนภาษีในลักษณะดังกล่าว ไม่ได้ส่งผลช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจในภาพรวมได้มากเท่าที่ควร เมื่อเทียบกับเม็ดเงินและทรัพยากรภาษีที่รัฐต้องสูญเสียไป จึงจำเป็นต้องปรับเปลี่ยนทิศทางไปสู่มาตรการที่สร้างผลลัพธ์ที่ยั่งยืนกว่า
สำหรับมาตรการ “Easy E-Receipt“ เป็นมาตรการสำหรับผู้เสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา(ไม่รวมถึงห้างหุ้นส่วนสามัญหรือคณะบุคคล) สามารถนำค่าใช้จ่ายจากการซื้อสินค้าและบริการในประเทศ ตามจำนวนที่จ่ายจริง มาลดหย่อนภาษีได้สูงสุดไม่เกิน 50,000 บาทเฉพาะที่ได้รับเอกสารยืนยันการใช้จ่ายในรูปแบบใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์ (e-Tax Invoice) หรือใบรับอิเล็กทรอนิกส์ (e-Receipt) เท่านั้น
ในทางกลับกัน นายเอกนิติ ให้ความสำคัญกับมาตรการทางภาษีเพื่อประคองผู้ประกอบการ โดยเฉพาะมาตรการ ลดอัตราภาษีหัก ณ ที่จ่าย (Withholding Tax) จากอัตราปกติ 3% เหลือ 1% ซึ่งเพิ่งหมดอายุลงและภาคเอกชนกำลังเรียกร้องให้มีการต่ออายุ
“ขณะนี้ กรมสรรพากรอยู่ระหว่างการพิจารณาข้อกฎหมายเพื่อหาแนวทางขยายเวลาหรือทำให้มีผลย้อนหลัง เพื่อไม่ให้เกิดรอยต่อทางกฎหมาย ซึ่งมาตรการนี้จะช่วยลดภาระต้นทุนเงินสดและเสริมสภาพคล่องให้กับภาคธุรกิจได้ทันที”
ทั้งนี้ มาตรการดังกล่าวเป็นมาตรการสำคัญในการจูงใจให้ผู้ประกอบการเข้าสู่ระบบ ภาษีอิเล็กทรอนิกส์ (e-Tax Invoice & e-Receipt) มากขึ้น ซึ่งถือเป็นการวางโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของเศรษฐกิจดิจิทัลไทยในระยะยาว





