กทม.เปิดทางเจรจา “บีทีเอส” PPP Gross Cost จ้างเดินรถไฟฟ้าส่วนต่อขยายสายสีเขียว ช่วงบางหว้า - ตลิ่งชัน วงเงินลงทุนรวมกว่า 5.2 หมื่นล้านบาท คาดชงเข้า ครม.ปี 2571
นายสิทธิพร สมคิดสรรพ์ ผู้อำนวยการสำนักการจราจรและขนส่ง กรุงเทพมหานคร (กทม.) เปิดเผยว่า ปัจจุบัน กทม.มีโครงการศึกษารถไฟฟ้าสายสีเขียว ส่วนต่อขยายสายสีลม ตอนที่ 3 ช่วงบางหว้า – ตลิ่งชัน เพื่อขยายโครงข่ายการเดินทางและสามารถเชื่อมต่อกับระบบรถไฟฟ้าสายอื่นๆ เอื้อการเดินทางของประชาชนมากขึ้น
โดยปัจจุบัน โครงข่ายรถไฟฟ้าสายสีเขียว บริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BTSC เป็นผู้บริหารและให้บริการเดินรถ แบ่งเป็น สีเขียวสายหลัก เริ่มเปิดให้บริการ ปี 2542 อายุสัญญาสัมปทาน 30 ปี จะสิ้นสุดในปี 2572 แต่ยังมีสัญญาจ้างเดินรถถึงปี 2585
เช่นเดียวกับส่วนต่อขยาย 1 และ 2 ก็เป็นสัญญาจ้างเดินรถ ซึ่งจะสิ้นสุดในปี 2585 ดังนั้นแนวทางการศึกษาทำส่วนต่อขยาย ตอนที่ 3 ช่วงบางหว้า – ตลิ่งชัน เพื่อความคล่องตัวก็คงต้องหาแนวทางพิจารณาที่เหมาะสม สามารถเจรจากับเอกชนรวบเป็นสัญญาจ้างเดียวกันได้หรือไม่
“แนวทางการลงทุนที่เหมาะสมของส่วนต่อขยายตอนที่ 3 ช่วงบางหว้า – ตลิ่งชัน พบว่ารูปแบบ PPP Gross Cost คือจ้างเอกชนมาเดินรถเป็นแนวทางที่เหมาะสม รัฐกำหนดค่าโดยสารเอง ลดภาระประชาชน สอดคล้องกับนโยบาย Single Ownership”
ทั้งนี้ หากมีการเจรจากับเอกชนรายเดิมเพื่อจัดทำให้รถไฟฟ้าสายสีเขียวเป็นสัญญาจ้างเดียวกัน เป็นแนวโน้มที่มีความเหมาะสม เพื่อให้การเดินรถไฟฟ้าสายนี้เป็นเอกชนรายเดียว ลดปัญหาการเปลี่ยนอะไหล่ อุปกรณ์ซ่อมบำรุง โรงจอดรถไฟฟ้า อีกทั้งปัญหาสำคัญของรถไฟฟ้าสายสีลม คือ ปัจจุบันไม่มีศูนย์ซ่อมบำรุง (เดปโป้) ดังนั้นหากเอกชนรายเดิมเป็นผู้รับจ้างเดินรถก็จะแก้ปัญหานี้ เนื่องจากต้นทุนของการสร้างเดปโป้เพื่อมารองรับส่วนต่อขยายที่มีระยะทางไม่มากอาจไม่คุ้มค่า
“ในเรื่องนี้ควรมีการเจรจาร่วมกับเอกชนอีกครั้งว่าจะจ้างเดินรถชั่วคราว หรือรวมเป็นสัมปทานเดียวกันกับโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียวทั้งหมดที่จะสิ้นสุดสัญญาจ้างเดินรถในปี 2585 ก็คงต้องหาแนวทางพิจารณาว่าสามารถทำได้อย่างไรบ้าง แต่หากเรื่องนี้รัฐบาลมีนโยบาย Single Ownership และโอนโครงการไปที่ รฟม. เราก็จะส่งผลการศึกษาทั้งหมดไปที่กระทรวงคมนาคมพิจารณาต่อไป”
สำหรับโครงการศึกษาและวิเคราะห์ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพมหานคร ส่วนต่อขยายสายสีลม ตอนที่ 3 (ช่วงบางหว้า - ตลิ่งชัน) ปัจจุบัน กทม.อยู่ระหว่างจัดทำความคิดเห็นการลงทุนโครงการ (Market Sounding) และอยู่ระหว่างการเสนอรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) เบื้องต้นประเมินวงเงินลงทุนรวม 52,135 ล้านบาท ประกอบด้วย ค่าก่อสร้าง 18,073 ล้านบาท ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน 11,360 ล้านบาท ค่าบำรุงรักษาโครงการ 22,701 ล้านบาท ขณะที่อัตราผลตอบแทนทางเศรษฐศาสตร์ (EIRR) 19.11% ระยะเวลาโครงการรวม 31 ปี (ระหว่างปี 2572-2602)
ขณะที่แผนการดำเนินงานได้กำหนดจัดทำรายงานร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน และเสนอเรื่องต่อ ครม. เพื่อขอมติอนุมัติโครงการในปี 2571 หลังจากนั้นในปี 2571 -2572 จะจัดทำรายงานเอกสารขอเสนอราคา (RFP) และดำเนินการคัดเลือกเอกชนร่วมลงทุน ส่วนการดำเนินงานก่อสร้างโครงการจะดำเนินการระหว่าง ปี 2572 – 2577 โดยคาดว่าจะสามารถเปิดให้บริการได้ในปี 2577 เบื้องต้นคาดการณ์ปริมาณผู้โดยสารในปี 2577 หลังจากเปิดให้ใช้บริการ จะมีผู้โดยสารใช้บริการประมาณ 73,000 คนต่อวัน
สำหรับเวทีรับฟังความคิดเห็นการลงทุนโครงการ (Market Sounding) ที่จัดขึ้นเมื่อวันที่ 10 ก.พ.ที่ผ่านมา มีเอกชนในกลุ่มรับเหมาก่อสร้าง และบริหารโครงการรถไฟฟ้าเข้าร่วมหลายราย อาทิ บริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BTSC, บริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BEM, บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) หรือ ITD, บริษัท เนาวรัตน์พัฒนาการ จำกัด (มหาชน) หรือ NWR และ บริษัท ซีเมนส์ โมบิลิตี้ จำกัด
ทั้งนี้ ผลการศึกษาโครงการในเบื้องต้น สำนักการจราจรและขนส่ง ได้กำหนดแนวเส้นทางโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียวส่วนต่อขยายสายสีลม ตอนที่ 3 ช่วงบางหว้า-ตลิ่งชัน มีระยะทางรวม 8.127 กิโลเมตร เริ่มต้นต่อเชื่อมจากสถานีบางหว้า (S12) วิ่งไปตามแนวถนนราชพฤกษ์ผ่านจุดตัดถนนบางแวก ถนนพรานนก-พุทธมณฑลสาย 4 ถนนบรมราชชนนี และสิ้นสุดที่บริเวณทางรถไฟสายใต้เดิม โดยมีสถานียกระดับรวมทั้งสิ้น 6 สถานี ประกอบด้วย
สถานีบางแวก (S13)
สถานีบางเชือกหนัง (S14)
สถานีบางพรม (S15)
สถานีอินทราวาส (S16)
สถานีบรมราชชนนี (S17)
สถานีตลิ่งชัน (S18) เชื่อมต่อกับรถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดง





