วันอังคาร ที่ 3 มีนาคม 2569

Login
Login

กทม. รอรัฐบาลใหม่เคาะ 'Single ownership' ลุยต่อขยาย 'รถไฟฟ้าสายสีเขียว'

กทม. รอรัฐบาลใหม่เคาะ 'Single ownership' ลุยต่อขยาย 'รถไฟฟ้าสายสีเขียว'

กทม.รอรัฐบาลใหม่เคาะนโยบาย “Single ownership” โอนรถไฟฟ้าให้ รฟม.บริหารรายเดียว หวังกำหนดแนวทางบริหารรถไฟฟ้าสายสีเขียว พร้อมลุยศึกษาสร้างส่วนต่อขยายสายสีลม ช่วงบางหว้า - ตลิ่งชัน กว่า 5.2 หมื่นล้านบาท ชี้โมเดล PPP Gross Cost จ้าง BTS เดินรถเหมาะสม เกิดความคล่องตัวในการบริหาร เดินรถ และซ่อมบำรุง

นายสิทธิพร สมคิดสรรพ์ ผู้อำนวยการสำนักการจราจรและขนส่ง กรุงเทพมหานคร (กทม.) เปิดเผยว่า ขณะนี้ กทม.ยังคงรอนโยบายของรัฐบาลที่จะจัดทำการบริหารรถไฟฟ้ารายเดียว (Single Ownership) คือ การโอนย้ายรถไฟฟ้าทุกสีทุกสายไปอยู่ภายใต้การดูแลของการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) รวมในส่วนของรถไฟฟ้าสายสีเขียว และโครงการอื่นๆ ที่อยู่ในช่วงของการศึกษาความเหมาะสมที่จะพัฒนาเพิ่มเติม ประกอบด้วย โครงการรถไฟฟ้าสายสีเทา วัชรพล - พระราม 9 - ท่าพระ และโครงการรถไฟฟ้าสายสีเงิน บางนา - สนามบินนานาชาติสุวรรณภูมิ

อย่างไรก็ดี ก่อนหน้านี้มีมติคณะกรรมการจัดระบบการจราจรทางบก (คจร.) เมื่อวันที่ 3 ธ.ค.2568 เห็นชอบให้ รฟม.เป็นผู้บริหารจัดการโครงการรถไฟฟ้าทั้งหมดแล้ว ทุกโครงการรถไฟฟ้ากลับมาเป็นของรัฐทั้งหมด เพื่อผลักดันให้มีการจัดเก็บค่าโดยสารร่วม แต่เนื่องจากมติดังกล่าวยังไม่ได้มีการเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพราะมีการประกาศยุบสภาก่อน ทำให้ยังไม่มีการนำมติ คจร.เข้าสู่การพิจารณาของ ครม.และประกาศใช้ เรื่องนี้จึงจำเป็นต้องรอนโยบายจากรัฐบาลชุดใหม่ก่อน หากเดินหน้าตามเดิม กทม.ก็พร้อมโอนย้ายโครงการ และผลการศึกษาความเหมาะสมของโครงการรถไฟฟ้าที่มีอยู่ในแผน

กทม. รอรัฐบาลใหม่เคาะ 'Single ownership' ลุยต่อขยาย 'รถไฟฟ้าสายสีเขียว'

ทั้งนี้ นโยบาย Single Ownership จะเป็นส่วนสำคัญของการกำหนดแนวทางดำเนินการของรถไฟฟ้าสายสีเขียวที่ส่วนหนึ่งกำลังจะสิ้นสุดอายุสัมปทานในปี 2572 อีกทั้งปัจจุบัน กทม.ยังมีโครงการศึกษาสายสีลม ตอนที่ 3 ช่วงบางหว้า – ตลิ่งชัน เพื่อขยายโครงข่ายการเดินทาง และสามารถเชื่อมต่อกับระบบรถไฟฟ้าสายอื่นๆ เอื้อการเดินทางของประชาชนมากขึ้น

นายสิทธิพร กล่าวด้วยว่า ปัจจุบันโครงข่ายรถไฟฟ้าสายสีเขียว บริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BTSC เป็นผู้บริหาร และให้บริการเดินรถ แบ่งเป็นสีเขียวสายหลัก เริ่มเปิดให้บริการ ปี 2542 อายุสัญญาสัมปทาน 30 ปี จะสิ้นสุดในปี 2572 แต่ยังมีสัญญาจ้างเดินรถถึงปี 2585 เช่นเดียวกับส่วนต่อขยาย 1 และ 2 ก็เป็นสัญญาจ้างเดินรถ ซึ่งจะสิ้นสุดในปี 2585 ดังนั้นแนวทางการศึกษาทำส่วนต่อขยาย ตอนที่ 3 ช่วงบางหว้า – ตลิ่งชัน เพื่อความคล่องตัวก็คงต้องหาแนวทางพิจารณาที่เหมาะสม สามารถเจรจากับเอกชนรวบเป็นสัญญาจ้างเดียวกันได้หรือไม่

กทม. รอรัฐบาลใหม่เคาะ 'Single ownership' ลุยต่อขยาย 'รถไฟฟ้าสายสีเขียว'

“แนวทางการลงทุนที่เหมาะสมของส่วนต่อขยายตอนที่ 3 ช่วงบางหว้า – ตลิ่งชัน พบว่ารูปแบบ PPP Gross Cost คือ จ้างเอกชนมาเดินรถเป็นแนวทางที่เหมาะสม รัฐกำหนดค่าโดยสารเอง ลดภาระประชาชน สอดคล้องกับนโยบาย Single Ownership”

ทั้งนี้ หากมีการเจรจากับเอกชนรายเดิมเพื่อจัดทำให้รถไฟฟ้าสายสีเขียวเป็นสัญญาจ้างเดียวกัน เป็นแนวโน้มที่มีความเหมาะสม เพื่อให้การเดินรถไฟฟ้าสายนี้เป็นเอกชนรายเดียว ลดปัญหาการเปลี่ยนอะไหล่ อุปกรณ์ซ่อมบำรุง โรงจอดรถไฟฟ้า อีกทั้งปัญหาสำคัญของรถไฟฟ้าสายสีลม คือ ปัจจุบันไม่มีศูนย์ซ่อมบำรุง (เดปโป้) ดังนั้นหากเอกชนรายเดิมเป็นผู้รับจ้างเดินรถก็จะแก้ปัญหานี้ เนื่องจากต้นทุนของการสร้างเดปโป้เพื่อมารองรับส่วนต่อขยายที่มีระยะทางไม่มากอาจไม่คุ้มค่า

“ในเรื่องนี้ควรมีการเจรจาร่วมกับเอกชนอีกครั้งว่าจะจ้างเดินรถชั่วคราว หรือรวมเป็นสัมปทานเดียวกันกับโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียวทั้งหมดที่จะสิ้นสุดสัญญาจ้างเดินรถในปี 2585 ก็คงต้องหาแนวทางพิจารณาว่าสามารถทำได้อย่างไรบ้าง แต่หากเรื่องนี้รัฐบาลมีนโยบาย Single Ownership และโอนโครงการไปที่ รฟม. เราก็จะส่งผลการศึกษาทั้งหมดไปที่กระทรวงคมนาคมพิจารณาต่อไป”

สำหรับโครงการศึกษา และวิเคราะห์ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพมหานคร ส่วนต่อขยายสายสีลม ตอนที่ 3 (ช่วงบางหว้า - ตลิ่งชัน) ปัจจุบัน กทม.อยู่ระหว่างจัดทำความคิดเห็นการลงทุนโครงการ (Market Sounding) และอยู่ระหว่างการเสนอรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) เบื้องต้นประเมินวงเงินลงทุนรวม 52,135 ล้านบาท ประกอบด้วย ค่าก่อสร้าง 18,073 ล้านบาท ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน 11,360 ล้านบาท ค่าบำรุงรักษาโครงการ 22,701 ล้านบาท ขณะที่อัตราผลตอบแทนทางเศรษฐศาสตร์ (EIRR) 19.11% ระยะเวลาโครงการรวม 31 ปี (ระหว่างปี 2572-2602)

ขณะที่แผนการดำเนินงานได้กำหนดจัดทำรายงานร่วมลงทุนระหว่างรัฐ และเอกชน และเสนอเรื่องต่อ ครม. เพื่อขอมติอนุมัติโครงการในปี 2571 หลังจากนั้นในปี 2571 -2572 จะจัดทำรายงานเอกสารขอเสนอราคา (RFP) และดำเนินการคัดเลือกเอกชนร่วมลงทุน ส่วนการดำเนินงานก่อสร้างโครงการจะดำเนินการระหว่าง ปี 2572 – 2577 โดยคาดว่าจะสามารถเปิดให้บริการได้ในปี 2577 เบื้องต้นคาดการณ์ปริมาณผู้โดยสารในปี 2577 หลังจากเปิดให้ใช้บริการ จะมีผู้โดยสารใช้บริการประมาณ 73,000 คนต่อวัน

กทม. รอรัฐบาลใหม่เคาะ 'Single ownership' ลุยต่อขยาย 'รถไฟฟ้าสายสีเขียว'

สำหรับเวทีรับฟังความคิดเห็นการลงทุนโครงการ (Market Sounding) ที่จัดขึ้นเมื่อวันที่ 10 ก.พ.69 ที่ผ่านมา มีเอกชนในกลุ่มรับเหมาก่อสร้าง และบริหารโครงการรถไฟฟ้าเข้าร่วมหลายราย อาทิ บริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BTSC, บริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BEM, บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) หรือ ITD, บริษัท เนาวรัตน์พัฒนาการ จำกัด (มหาชน) หรือ NWR และ บริษัท ซีเมนส์ โมบิลิตี้ จำกัด

 

 

 

พิสูจน์อักษร....สุรีย์  ศิลาวงษ์