วันอังคาร ที่ 3 มีนาคม 2569

Login
Login

ครม. ไฟเขียว “คาร์บอนเครดิต” เทรดในตลาดฟิวเจอร์ส ปูพรมรับกฎหมายโลกร้อน

ครม. ไฟเขียว “คาร์บอนเครดิต” เทรดในตลาดฟิวเจอร์ส ปูพรมรับกฎหมายโลกร้อน

“เอกนิติ” เผย ครม.ไฟเขียวเพิ่ม “คาร์บอนเครดิต” เป็นสินค้าอ้างอิงในตลาดอนุพันธ์ สร้างความแข็งแกร่งให้ตลาดทุนไทย

วันที่ 10 ก.พ.2569 นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ที่ประชุมมีมติเห็นชอบตามข้อเสนอของกระทรวงการคลัง ในการประกาศกำหนดสินค้า และตัวแปรอ้างอิงเพิ่มเติม พระราชบัญญัติสัญญาซื้อขายล่วงหน้า พ.ศ.2546 ภายใต้การกำกับของสำนักงานคณะกรรมการหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ก.ล.ต.)

โดยสาระสำคัญคือ การอนุญาตให้ “คาร์บอนเครดิต” (Carbon Credit) สามารถนำมาเป็นสินค้าอ้างอิงในตลาดสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (TFEX) หรือตลาดอนุพันธ์ได้ ซึ่งนับเป็นการยกระดับโครงสร้างพื้นฐานทางการเงินของไทยให้ก้าวทันกระแสโลก และเตรียมความพร้อมรองรับระบบเศรษฐกิจสีเขียวอย่างเต็มรูปแบบ

โดยการอนุมัติครั้งนี้ครอบคลุมถึงการเพิ่มสิทธิในการปล่อยก๊าซเรือนกระจก(Allowance) และใบรับรองพลังงานหมุนเวียน (REC) เข้ามาเป็นสินค้าอ้างอิงด้วย ซึ่งจะเปิดโอกาสให้ภาคธุรกิจสามารถบริหารความเสี่ยงด้านราคา และวางแผนต้นทุนทางสิ่งแวดล้อมได้อย่างมีประสิทธิภาพ สอดรับกับเป้าหมายยุทธศาสตร์ชาติที่มุ่งสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) และการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ภายในปี ค.ศ.2050

นายเอกนิติ กล่าวต่อว่า แม้ปัจจุบันตลาดซื้อขายคาร์บอนในประเทศไทย จะยังไม่ใหญ่มาก และมีราคาต่ำกว่าตลาดโลกอย่างมีนัยสำคัญ เนื่องจากยังเป็นภาคสมัครใจ แต่รัฐบาลกำลังมองไปข้างหน้าเพื่อรองรับการบังคับใช้พระราชบัญญัติการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ หรือ พ.ร.บ. ลดโลกร้อน ที่ได้ผ่านความเห็นชอบในหลักการไปแล้ว

 

ซึ่งกฎหมายดังกล่าวจะนำมาสู่ระบบราคาภาคบังคับ และมีการกำหนดเพดานการปล่อยก๊าซเรือนกระจก เมื่อผู้ประกอบการปล่อยเกินเกณฑ์จะต้องซื้อคาร์บอนเครดิตมาชดเชย กลไกดังกล่าวจะผลักดันให้เกิดความต้องการและราคาที่สะท้อนความเป็นจริงมากขึ้น

นายเอกนิติ กล่าวต่อว่า ขณะนี้ตลาดอนุพันธ์ทั่วโลกไม่ได้จำกัดอยู่แค่สินค้าแบบเดิม แต่พัฒนาไปสู่สินทรัพย์ใหม่ๆ ที่สะท้อนโลกเศรษฐกิจจริง และความเสี่ยงรูปแบบใหม่ ตั้งแต่คาร์บอน ไปจนถึงสินทรัพย์ดิจิทัล ขณะที่ประเทศไทยกำลังก้าวสู่ยุคเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ และเศรษฐกิจดิจิทัล การมีเครื่องมือบริหารความเสี่ยง และผลิตภัณฑ์ที่ตอบรับโอกาสทางเศรษฐกิจรูปแบบใหม่จึงเป็นโครงสร้างพื้นฐานทางการเงิน เพื่อให้ประเทศไทยแข่งขันได้ และเติบโตอย่างยั่งยืน

“คลัง และ ก.ล.ต.เห็นพ้องร่วมกัน จึงเสนอให้ ครม. เห็นชอบในครั้งนี้ เพราะคือ การสร้างความแข็งแกร่งให้ตลาดอนุพันธ์ไทยเดินหน้าไปพร้อมโลกการลงทุนยุคใหม่ โดยสร้างสมดุลระหว่างนวัตกรรมทางการเงินกับการคุ้มครองผู้ลงทุน เพื่อให้ TFEX เป็นกลไกสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจสีเขียว และเศรษฐกิจดิจิทัลได้อย่างมั่นคง และยั่งยืน”

นอกเหนือจากมิติด้านสิ่งแวดล้อมแล้ว มติ ครม. ในวันนี้ยังครอบคลุมไปถึงการอนุมัติให้ “สินทรัพย์ดิจิทัล” ทั้งคริปโทเคอร์เรนซี และโทเคนดิจิทัล เป็นสินค้าอ้างอิงในตลาดอนุพันธ์ เพื่อให้การกำกับดูแลครอบคลุมถึงความเสี่ยงรูปแบบใหม่ในโลกการเงิน รวมถึงมีการปรับปรุงดัชนีตัวแปรอ้างอิงต่าง ๆ เช่น อัตราแลกเปลี่ยน และอัตราดอกเบี้ย ให้สะท้อนสภาวะตลาดที่แท้จริง 

 

 

 

พิสูจน์อักษร....สุรีย์  ศิลาวงษ์