“เอกนิติ” กางโรดแมปเศรษฐกิจไทย ยกระดับจาก Quick Win สู่ “Big Win” เร่งเครื่องปลดล็อกลงทุน BOI ค้างท่อกว่า 4.8 แสนล้านบาท หวังฉีดเม็ดเงินเข้าระบบโดยไม่ต้องพึ่งงบประมาณ พร้อมโมเดลใหม่ “คนละครึ่งพลัส” เน้นอัปสกิล รอเสนอรัฐบาลใหม่สานต่อทันที
นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยสื่อเครือเนชั่น ถึงแนวทางการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยภายหลังการเลือกตั้ง โดยระบุถึงความจำเป็นในการดำเนินงาน 3 ด้านพร้อมกันคือ การฟื้นตัวเศรษฐกิจระยะสั้น การปรับโครงสร้างเศรษฐกิจให้เติบโตในระยะยาว และการกระจายรายได้เพื่อลดความเหลื่อมล้ำ ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของนโยบาย “10 Plus” ที่ตั้งใจดำเนินการ
ในส่วนของการลงทุนภาครัฐที่ต้องรองบประมาณปี 2570 ซึ่งอาจมีความล่าช้าจากกระบวนการรับรองผลการเลือกตั้ง นายเอกนิติ กล่าวว่า ได้เตรียมมาตรการรับมือไว้แล้ว โดยจะใช้กลไก “BOI Fast Pass” เข้ามาช่วยปลดล็อกงบลงทุนของภาคเอกชนที่รอการอนุมัติอยู่กว่า 480,000 ล้านบาท เพื่อให้เม็ดเงินไหลเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจได้ทันที ซึ่งจะช่วยทั้งการฟื้นตัวระยะสั้น และสร้างการเติบโตในระยะยาวไปพร้อมกัน
ทั้งนี้ โครงการดังกล่าวจะเป็นการเร่งรัดเม็ดเงินลงทุนให้เข้าสู่ระบบเศรษฐกิจภายในปีนี้ มาตรการนี้มีความโดดเด่นคือ ไม่ต้องใช้งบประมาณเพิ่มเติม และสามารถดำเนินการต่อเนื่องได้ทันทีโดยไม่ติดข้อจำกัดทางกฎหมาย
นอกจากนี้ ได้วางยุทธศาสตร์ใน 3 ภาคส่วนหลักเพื่อดึงดูดนักลงทุน และเพิ่มรายได้ประเทศ ได้แก่
1.เกษตรอัจฉริยะ (Smart Agriculture) นำเทคโนโลยีมาใช้ลดต้นทุน และยกระดับสินค้าเกษตรให้เป็นระดับพรีเมียม เพื่อตอบโจทย์อุตสาหกรรมอาหารในตลาดโลก
2.อุตสาหกรรมสมัยใหม่ สานต่อการลงทุนในกลุ่มรถยนต์ไฟฟ้า (EV) และสมาร์ตอิเล็กทรอนิกส์
3.ภาคบริการระดับพรีเมียม ยกระดับการท่องเที่ยวไปสู่กลุ่มที่มีมูลค่าสูง เช่น อุตสาหกรรม Wellness และการท่องเที่ยวสมัยใหม่
“การลงทุนผ่าน BOI Fast Pass เราจะดำเนินการต่อเนื่อง ซึ่งความต่อเนื่องวันนี้รัฐบาลปัจจุบันยังอยู่ ผมยังเป็นรองนายกรัฐมนตรีฝ่ายเศรษฐกิจ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังอยู่ ยังกำกับ BOI”
สำหรับความกังวลเรื่องความล่าช้าของงบประมาณปี 2570 นั้น นายเอกนิติ ชี้แจงว่าได้มีการเตรียมการจัดทำงบประมาณไว้เรียบร้อยแล้วตั้งแต่ก่อนยุบสภา หากโครงสร้างรัฐบาลใหม่ไม่ต้องปรับเปลี่ยนมาก เชื่อว่าจะไม่ล่าช้า และสามารถสานต่อนโยบายได้ทันที เพราะความต่อเนื่องคือ กุญแจสำคัญที่สุด
“คาดการณ์ว่าหากมีการจัดตั้งรัฐบาลได้เร็ว งบประมาณจะเริ่มใช้ได้ในช่วงเดือนพฤศจิกายน หรือธันวาคม ในช่วงที่รอรัฐบาลใหม่ รัฐบาลชุดปัจจุบันยังคงเดินหน้าขับเคลื่อนโครงการเดิมอย่างต่อเนื่อง เช่น SME Clinic Boost และการทำงานร่วมกับภาคเอกชน (กกร.) เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุน”
ลุยคนละครึ่งพลัส เฟส 2
ด้านนโยบายที่เป็นที่จับตามองอย่าง “คนละครึ่งพลัส” นายเอกนิติ ยืนยันว่าจะมีการสานต่อ และมีการเตรียมความพร้อมไว้เพื่อรอรัฐบาลใหม่ โดยจะเพิ่มเงื่อนไขการ “เพิ่มทักษะ” (Reskill/Upskill) ให้กับผู้เข้าร่วมโครงการ ซึ่งผลการทดลองในช่วงสั้นๆ ก่อนหน้านี้พบว่าร้านค้าที่ผ่านการอบรมมีรายได้เพิ่มขึ้นอย่างชัดเจนจาก 10,000 บาท เป็น 50,000 บาทต่อเดือน
โดยเป้าหมายในเฟสที่สองจะยังคงเน้นกระจายรายได้สู่ร้านค้าขนาดย่อม ไม่ให้ร้านค้าขนาดใหญ่เข้าร่วม เพื่อให้เม็ดเงินกระจายไปสู่ต่างจังหวัดเหมือนที่เคยทำสำเร็จมาแล้ว
ทั้งนี้ จะเปิดโอกาสให้ลงทะเบียนรอบใหม่สำหรับกลุ่มคนที่ตกหล่นในรอบที่แล้ว รวมถึงกลุ่มเดิมก็ยังได้รับสิทธิ โดยใช้งบประมาณปี 69 หรือ 70 ขึ้นอยู่กับระยะเวลาในการจัดตั้งรัฐบาล
ดันเศรษฐกิจพ้นไอซียู
เมื่อผู้สื่อข่าวสอบถามถึงประเด็นที่ต่างชาติมองเศรษฐกิจไทยว่าเป็น "Sick Man of Asia" หรือ คนป่วยแห่งเอเชีย นายเอกนิติ กล่าวว่า คำว่า Sick Man of Asia หากมองในอีกมุมหนึ่งก็ไม่ต่างกับสภาวะ "รถติดหล่ม" หรือเหมือนกับการที่เราต้องเข้าห้อง ICU ซึ่งในวันนี้ตนมองว่าเราได้พาตัวเองออกจากห้อง ICU ได้แล้ว และรถคันนี้ก็ได้หลุดพ้นจากหล่มแล้วเช่นกัน
นายเอกนิติ ขยายความต่อว่า โจทย์สำคัญหลังจากนี้คือ การทำอย่างไรให้เรากลับมาเป็นคนที่แข็งแรง หรือทำให้รถยนต์เศรษฐกิจไทยที่ขึ้นจากหล่มแล้วสามารถกลับมาขับเคลื่อน และวิ่งแข่งกับนานาชาติได้ เพื่อทำให้คนไทยกลับมาแข็งแกร่งได้บนเวทีโลก ซึ่งตนมองว่าเรื่องนี้จำเป็นต้องอาศัยการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจ
โดยนโยบาย "10 Plus" คือ สิ่งที่รัฐบาลตั้งใจดำเนินการในเรื่องดังกล่าวอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นการลงทุนในทรัพยากรมนุษย์ การเสริมสร้างทักษะ การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน และการผลักดันเศรษฐกิจสีเขียว ซึ่งทั้งหมดนี้มีความพร้อมที่จะขับเคลื่อนทันที
พิสูจน์อักษร....สุรีย์ ศิลาวงษ์





