วันอังคาร ที่ 3 มีนาคม 2569

Login
Login

ส.อ.ท. เปิดความหวังภาคอุตสาหกรรมหลังเลือกตั้ง เร่งปฏิรูปโครงสร้าง-ปราบคอร์รัปชั่น

ส.อ.ท. เปิดความหวังภาคอุตสาหกรรมหลังเลือกตั้ง เร่งปฏิรูปโครงสร้าง-ปราบคอร์รัปชั่น

หม่อมหลวงปีกทอง ทองใหญ่ รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยผลการสำรวจ FTI CEO Poll ครั้งที่ 48 ประจำเดือนมกราคม 2569 ภายใต้หัวข้อ ความคาดหวังของภาคอุตสาหกรรมหลังการเลือกตั้ง ปี 2569 ว่า ผู้บริหาร ส.อ.ท. ส่วนใหญ่ มีความเชื่อมั่นต่อนโยบายหาเสียงของพรรคการเมืองในการเลือกตั้งปี 2569 ว่าจะสามารถนำไปปฏิบัติได้จริงในระดับปานกลาง โดยให้ความสำคัญกับคุณลักษณะของนักการเมืองในด้านความซื่อสัตย์สุจริต ปราศจากประวัติการทุจริตเป็นอันดับแรก ขณะที่ผู้บริหาร ส.อ.ท. ยังประเมินว่า ผลการเลือกตั้งที่จะนำไปสู่การจัดตั้งรัฐบาลใหม่ มีแนวโน้มออกมาในรูปแบบรัฐบาลผสม โดยมีพรรคการเมืองขนาดใหญ่เป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาล

จากการสำรวจพบว่า ผู้บริหาร ส.อ.ท. มีความคาดหวังให้รัฐบาลใหม่ที่จะได้รับการเลือกตั้งเข้ามาบริหารประเทศให้ความสำคัญกับการดำเนินนโยบายแก้ไขปัญหาเชิงโครงสร้างของประเทศเป็นหลัก เพื่อยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของภาคอุตสาหกรรมไทย ควบคู่กับการแก้ไขปัญหาปากท้องและยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชนในทุกมิติ เพื่อสร้างความมั่นคงในชีวิต ลดความเหลื่อมล้ำ และวางรากฐานการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืนในระยะยาว ขณะเดียวกันเห็นว่า รัฐบาลใหม่ควรเร่งแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจสำคัญ ได้แก่ กำลังซื้อภายในประเทศที่ยังอ่อนแอจากภาวะหนี้ครัวเรือนในระดับสูง ปัญหาหนี้ภาคธุรกิจ ข้อจำกัดในการเข้าถึงแหล่งเงินทุน รวมถึงปัญหาสินค้าราคาถูกจากต่างประเทศที่เข้ามาทุ่มตลาด ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อขีดความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการไทย

นอกจากนี้ ผู้บริหาร ส.อ.ท. เสนอให้รัฐบาลใหม่เร่งปราบปรามการทุจริตคอร์รัปชันอย่างจริงจังและต่อเนื่อง เนื่องจากการทุจริตถือเป็นต้นตอสำคัญของปัญหาเชิงโครงสร้างในหลายด้าน ทั้งการเพิ่มต้นทุนแฝงในการดำเนินธุรกิจ บั่นทอนความสามารถในการแข่งขันของประเทศ และลดความเชื่อมั่นของนักลงทุนทั้งในและต่างประเทศ ควบคู่กับการกระจายอำนาจการบริหารจัดการ โดยจัดให้มีระบบควบคุมและป้องกันการทุจริตเชิงโครงสร้างที่มีประสิทธิภาพ โปร่งใส และตรวจสอบได้ในทุกระดับ พร้อมเร่งรัดการปฏิรูปกฎหมาย หรือ Regulatory Guillotine เพื่อทบทวน ปรับปรุง หรือยกเลิกกฎหมายและกฎระเบียบที่ล้าสมัย ซ้ำซ้อน หรือเป็นอุปสรรคต่อการประกอบธุรกิจ เพื่ออำนวยความสะดวกในการดำเนินธุรกิจ ลดภาระต้นทุน และเพิ่มความคล่องตัวให้ภาคเอกชนสามารถปรับตัวและแข่งขันได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

ส.อ.ท. เปิดความหวังภาคอุตสาหกรรมหลังเลือกตั้ง เร่งปฏิรูปโครงสร้าง-ปราบคอร์รัปชั่น

จากการสำรวจผู้บริหาร ส.อ.ท. (CEO Survey) จำนวน 155 ท่าน ครอบคลุม 48 กลุ่มอุตสาหกรรม และ 76 สภาอุตสาหกรรมจังหวัด สามารถสรุปผลการสำรวจ FTI CEO Poll ครั้งที่ 48 จาก 6 คำถาม ได้ดังนี้

1)  ภาคอุตสาหกรรมมีความเชื่อมั่นว่านโยบายหาเสียงเลือกตั้งปี 2569 ของพรรคการเมือง สามารถนำไปปฏิบัติได้จริงมากน้อยเพียงใด

  • อันดับ 1 : ปานกลาง   48.4%
  • อันดับ 2 : น้อย   28.4%
  • อันดับ 3 : มาก   16.8%
  • อันดับ 4 : น้อยที่สุด   4.5%
  • อันดับ 5 : มากที่สุด   1.9%

2)  ภาคอุตสาหกรรมให้ความสำคัญกับคุณลักษณะของนักการเมืองที่จะเข้ามาบริหารประเทศในเรื่องใด 

  • อันดับ 1 : ความซื่อสัตย์สุจริตและไม่มีประวัติเกี่ยวข้องกับการทุจริต 77.4%
  • อันดับ 2 : ความรู้ ความสามารถ 75.5%
  • อันดับ 3 : รับฟังความคิดเห็นและสามารถทำงานได้กับทุกภาคส่วน 47.1% 
  • อันดับ 4 : รักษาคำพูดและทำตามนโยบายที่ให้ไว้กับประชาชน 36.1%

3)  ภาคอุตสาหกรรมคาดหวังผลลัพธ์จากการเลือกตั้งปี 2569 ในเรื่องใด  

  • อันดับ 1 : การแก้ไขปัญหาเชิงโครงสร้างประเทศอย่างเป็นรูปธรรม 71.6%
  • อันดับ 2 : การแก้ไขปัญหาปากท้องและยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชน  67.7%
  • อันดับ 3 : การฟื้นฟูความเชื่อมั่นของนักลงทุนทั้งในและต่างประเทศ 51.0% 
  • อันดับ 4 : การเมืองที่มีเสถียรภาพและรัฐบาลที่มีเอกภาพในการบริหารประเทศ  49.7%

4)  รัฐบาลใหม่ควรเร่งแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจในเรื่องใด

  • อันดับ 1 : ปัญหากำลังซื้อภายในประเทศที่อ่อนแอจากภาวะหนี้ครัวเรือน 80.6% ที่อยู่ในระดับสูง 
  • อันดับ 2 : ปัญหาหนี้ภาคธุรกิจ สภาพคล่องทางการเงิน และข้อจำกัดในการเข้าถึง  71.6% แหล่งเงินทุน  
  • อันดับ 3 : ปัญหาสินค้าราคาถูกเข้ามาทุ่มตลาดและการสวมสิทธิแหล่งกำเนิดสินค้า 62.6%
  • อันดับ 4 : ปัญหาค่าเงินบาทที่แข็งค่าและผันผวน 32.3% 

5)  รัฐบาลใหม่ควรให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาเชิงโครงสร้างในเรื่องใด

  • อันดับ 1 : ปราบปรามการทุจริตและคอร์รัปชัน พร้อมพัฒนาระบบตรวจสอบและ  72.3% บังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง     
  • อันดับ 2 : ปรับโครงสร้างต้นทุนการผลิตให้สามารถแข่งขันได้ เช่น วัตถุดิบ  61.3% พลังงาน แรงงาน และโลจิสติกส์   
  • อันดับ 3 : ปฏิรูปกฎหมายและระบบราชการ นำเทคโนโลยีดิจิทัลมาช่วยเพิ่ม 60.0% ประสิทธิภาพ    
  • อันดับ 4 : พัฒนาระบบการศึกษา ยกระดับทักษะแรงงาน และส่งเสริมการลงทุน 53.5% R&D เทคโนโลยี นวัตกรรม 

6) ภาคอุตสาหกรรมประเมินผลการเลือกตั้งปี 2569 จะออกมาในรูปแบบใด 

  • อันดับ 1 : รัฐบาลผสมโดยมีพรรคการเมืองขนาดใหญ่เป็นแกนนำ 66.5% 
  • อันดับ 2 : รัฐบาลผสมหลายพรรคโดยไม่มีพรรคใดครองเสียงข้างมากอย่างชัดเจน 21.9% 
  • อันดับ 3 : พรรคการเมืองพรรคเดียวได้รับเสียงข้างมากและจัดตั้งรัฐบาล 11.6% ได้ด้วยตนเอง