วันอังคาร ที่ 3 มีนาคม 2569

Login
Login

สรุปรวมนโยบายเศรษฐกิจ ‘ภูมิใจไทย’  พรรคแกนนำจัดตั้งรัฐบาลปี 69

สรุปรวมนโยบายเศรษฐกิจ  ‘ภูมิใจไทย’  พรรคแกนนำจัดตั้งรัฐบาลปี 69

จากผลการ "เลือกตั้ง ปี 2569" อย่างไม่เป็นทางการล่าสุด ณ เวลา 8.14 น. วันที่ 9 ก.พ.69 นับคะแนนแล้ว 92.83% พรรคที่มีคะแนนนำมาเป็นอันดับ 1 คือ พรรคภูมิใจไทย ได้จำนวน สส.ทั้งหมด 194 คน เป็น สส.แบบแบ่งเขต 175 คน และ สส.บัญชีรายชื่อ 19 คน

“กรุงเทพธุรกิจ” สรุปรวม นโยบายเศรษฐกิจพรรคภูมิใจไทย ที่ได้มีการหาเสียงไว้ในการเลือกตั้งครั้งนี้ดังนี้  

นโยบายเศรษฐกิจของพรรคภูมิใจไทยภายใต้กลยุทธ์ "Thailand 10 Plus" มุ่งเน้นการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยให้หลุดพ้นจากภาวะชะลอตัว โดยตั้งเป้าหมายอัตราการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ (GDP) ไว้ที่ 3% พลัส ซึ่งแบ่งรายละเอียดออกเป็นด้านต่าง ๆ ดังนี้ครับ

1. นโยบายเพื่อการเติบโตอย่างทั่วถึง (Inclusive Growth)

พรรคภูมิใจไทย ให้ความสำคัญมุ่งเน้นการดูแลคนตัวเล็ก และลดความเหลื่อมล้ำในสังคม ได้แก่ นโยบาย

- คนตัวเล็ก พลัส: แก้ไขปัญหาปากท้อง และลดภาระค่าครองชีพ เช่น นโยบายค่าไฟฟ้าต่ำกว่า 3 บาทต่อหน่วย สำหรับ 200 ยูนิตแรก ใช้วงเงินประมาณ 6.3 หมื่นล้านบาทต่อปี

เตรียมเปิดลงทะเบียนบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ หรือบัตรคนจน สำหรับผู้มีรายได้น้อยรอบใหม่ โดยเน้นที่ยังเข้าไม่ถึงเป็นจำนวนมาก มีการร้องเรียนผ่านหน่วยงานของรัฐ จึงต้องมีการทบทวนสิทธิ และทำใหม่ทั้งหมด

โดยการทบทวนสิทธิ จะต้องเป็นคนที่จนจริงๆ  คนที่ "ไม่จน” จริงจะถูกยกเลิกบัตร โดยไม่จำกัดว่าจะมีเท่าไร  แต่ให้สิทธิทุกคน และจากสภาพเศรษฐกิจที่ไม่ดีในรอบ 2 ปีที่ผ่านมา อาจจะมีคนจนมากขึ้น และเมื่อมีฐานข้อมูลใหม่ ที่ทราบจำนวนที่แน่นอนแล้ว คนจนจะได้สิทธิมากยิ่งขึ้น

- สูงวัย พลัส เป็นนโยบายเตรียมรับมือสังคมผู้สูงอายุโดยส่งเสริมให้มีงาน และรายได้ เช่น มาตรการจ้างงานผู้สูงอายุที่นำมาลดหย่อนภาษีได้ 2 เท่า (สูงสุด 30,000 บาท) การลดหย่อนภาษีเงินได้ให้ผู้สูงอายุ และการสร้างศูนย์ดูแลผู้สูงอายุครบวงจรทั่วประเทศ

- ชุมชน พลัส: เสริมสร้างความเข้มแข็งในระดับท้องถิ่น ให้คนสามารถทำงาน และมีรายได้ในถิ่นฐานบ้านเกิดโดยไม่ต้องย้ายถิ่นฐาน

- SME พลัส (เมดอินไทยแลนด์): สนับสนุน SME ไทยผ่านการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ เสริมสภาพคล่องด้วยสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ และมีกลไกค้ำประกันสินเชื่อใหม่

 - ธุรกิจ พลัส ส่งเสริมธุรกิจขนาดใหญ่ให้เติบโตควบคู่ไปกับการสนับสนุนเศรษฐกิจฐานราก

2. นโยบายเพื่อการเพิ่มศักยภาพการแข่งขัน (Competitive Growth)

โดยนโยบายของพรรคมุ่งเน้นการปฏิรูปโครงสร้างเพื่อเพิ่มขีดความสามารถของประเทศในระยะยาว

- การศึกษาเท่าเทียม พลัส (Skill Bridge) เน้นโครงการเรียนฟรีมีงานทำ และการเพิ่มทักษะ (Upskill/Reskill) ให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาดงานยุคใหม่

- เศรษฐกิจสีเขียว พลัส (Green Economy) เร่งเป้าหมาย Net Zero ให้เร็วขึ้นเป็นปี 2050 ส่งเสริมพลังงานสะอาด เช่น โซลาร์เซลล์ชุมชน และโซลาร์ฟาร์มลอยน้ำ (Floating Solar) เพื่อดึงดูดนักลงทุน โดยนโยบาย"เศรษฐกิจสีเขียว พลัส" พรรคมีแนวคิดว่าจะเป็นเป็นทางรวย ให้คนไทยโตอย่างยั่งยืน เพิ่มมูลค่าสินค้าจากการผลิตที่รักษ์โลก มีเรื่องที่จะทำคือ กฎหมาย และมาตรฐานสีเขียว , การเงินสีเขียว (Green Finance) , ตลาดทุนสีเขียว (ตลาดแลกเปลี่ยนคาร์บอนเครดิต) และอุตสาหกรรมสีเขียว เป็นต้น

- ลงทุน พลัส กระตุ้นการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานผ่านกองทุนรวมเพื่อโครงสร้างพื้นฐาน (Thailand Future Fund) เพื่อให้รัฐไม่ต้องกู้เงินเพิ่ม และไม่กระทบหนี้สาธารณะ

- เทรด พลัส หาตลาดใหม่สำหรับสินค้าสีเขียว และใช้ระบบ บาร์เทอร์เทรด (Barter Trade) หรือการค้าต่างตอบแทน โดยเฉพาะในการสั่งซื้ออาวุธหรืออุปกรณ์จากต่างประเทศที่ต้องมีการเจรจาซื้อสินค้าเกษตรไทยพ่วงไปด้วย

- ไทยแลนด์ พลัส (BOI Fast Pass) ปรับปรุงกฎระเบียบภาครัฐให้อนุมัติไว เพื่ออำนวยความสะดวก และเร่งรัดเม็ดเงินลงทุนจากต่างชาติให้ลงสู่เศรษฐกิจจริงโดยเร็ว

- AI พลัส นำเทคโนโลยี AI มาใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล งาน และการเตือนภัยธรรมชาติ และสร้างทักษะด้าน AI ให้ประชาชนมากขึ้น

3. มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ และการจัดการหนี้ (Quick Big Win)

เป็นมาตรการที่เน้นผลสัมฤทธิ์รวดเร็ว และเห็นผลเป็นรูปธรรมที่รวดเร็ว 

- โครงการ คนละครึ่งพลัส เฟส2 ต่อยอดโครงการเดิมเพื่อกระตุ้นการบริโภคภายในประเทศ และเพิ่มทักษะการค้าออนไลน์ให้กับผู้ประกอบการ โดยมีแผนเดินหน้าเฟส 2 ต่อเนื่อง โดยใช้งบประมาณจากงบกลาง ที่เหลืออยู่ประมาณ 3 หมื่นล้านบาทเพื่อทำเฟสเก็บตก ก่อนจะทำเฟสต่อไป

- การจัดการหนี้สิน  เดินหน้านโยบาย "ปิดหนี้ไว ไปต่อได้ Plus" สำหรับผู้ที่มีหนี้เสีย (NPL) วงเงินต่ำกว่า 1 แสนบาท เพื่อปรับโครงสร้างหนี้ และให้ความรู้ทางการเงิน การเดินหน้าต่อในเรื่องนโยบายการแก้หนี้ โดยแก้ไขหนี้เสียภาคประชาชน โดยนโยบายการจัดการหนี้จะเดินหน้าโครงการ "ปิดหนี้ไว ไปต่อได้ Plus" สำหรับคนที่มีหนี้เสีย (NPL) วงเงินต่ำกว่า 1 แสนบาท โดยใช้เงินกองทุน FIDF เข้ามาช่วยปรับโครงสร้างหนี้ควบคู่กับการให้ความรู้ทางการเงินซึ่งเป็นโครงการที่จะเข้ามาทำต่อเนื่อง

- ตั้งกองทุนภัยพิบัติ จัดทำประกันภัยพิบัติให้ทุกครัวเรือน โดยรัฐจ่ายค่าเบี้ยประกันให้ (1,000 บาทต่อครัวเรือน) หากเกิดภัยพิบัติ และ AI ตรวจพบข้อมูล จะจ่ายเงินเยียวยาทันที 100,000 บาท

- การส่งเสริมการออม (TiSA) พัฒนาบัญชีออมส่วนบุคคลที่ไม่เก็บภาษีเงินปันผลเพื่อส่งเสริมการออมระยะยาว โดยจะทบทวนมาตรการที่เคยเข้า ครม.ไปก่อนหน้านี้เพื่อสร้างการออมระยะยาวให้ประชาชนมีเงินใช้ในยามเกษียณ

4. อุตสาหกรรมเป้าหมายสร้างรายได้

นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คลัง ในฐานะผู้ช่วยหาเสียงพรรคภูมิใจไทย กล่าวว่า พรรคให้ความสำคัญกับการดึงดูดการลงทุนใน 6 อุตสาหกรรมหลักเข้ามาลงทุนในไทย ได้แก่ อาหารแห่งอนาคต (เช่น อาหารสัตว์เลี้ยง), Data Center และ Cloud Service, อิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ (แผ่นวงจร PCB), และยานยนต์ไฟฟ้า (EV) พร้อมห่วงโซ่อุปทาน

รวมทั้งผลักดันนโยบาย Thailand Plus หรือโครงการ BOI Fast Pass ที่ได้มีการริเริ่มกลไกนี้ร่วมกับคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ในการปรับปรุงกฎระเบียบเพื่ออำนวยความสะดวกให้นักลงทุนผ่านระบบ Fast Pass เพื่อเร่งรัดให้เม็ดเงินลงทุนที่อนุมัติการส่งเสริมการลงทุนแล้วกว่า 4.8 แสนล้านบาทให้ลงสู่ระบบเศรษฐกิจจริงโดยเร็วที่สุด

 

 

 

พิสูจน์อักษร....สุรีย์  ศิลาวงษ์