วันจันทร์ ที่ 9 กุมภาพันธ์ 2569

Login
Login

ส่องนโยบายเกษตร ‘พรรคประชาชน’ มุ่งเพิ่มผลผลิต – ลดต้นทุน ชงเพิ่มรายได้เกษตรกร

ส่องนโยบายเกษตร ‘พรรคประชาชน’ มุ่งเพิ่มผลผลิต – ลดต้นทุน ชงเพิ่มรายได้เกษตรกร

ผลการเลือกตั้งทั่วไปปี 2569 อย่างไม่เป็นทางการ ณ เวลา 21.00 น. พรรคประชาชนมีคะแนนมาเป็นอันดับ 2 โดยได้ที่นั่ง สส.รวม 97 คน แบ่งเป็นเขต 70 คน และบัญชีรายชื่อ 27 คน รวม 97 คน โดยนโยบายเกษตรของพรรคประชาชนเสนอการปรับโครงสร้างภาคเกษตร โดยไม่เพิ่มการใช้งบประมาณ ควบคู่กับการแก้ปัญหาหนี้สินของเกษตรกร

นายเดชรัต สุขกำเนิด ตัวแทนพรรคประชาชน เปิดเผยแนวคิดปฏิรูปภาคเกษตรไทย โดยเสนอให้ “จำแนกเกษตรกรตามศักยภาพและช่วงชีวิต” แทนการอัดฉีดเงินช่วยเหลือแบบเหมารวม ซึ่งมองว่าเป็นการละลายงบประมาณโดยไม่ก่อผลลัพธ์ พร้อมยืนยันแนวทาง “ย้ายงบฯ ไม่เพิ่มงบฯ” เพื่อจัดสรรทรัพยากรให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด

พรรคประชาชนเสนอการจัดกลุ่มเกษตรกรออกเป็น 4 กลุ่มเป้าหมาย ได้แก่ กลุ่มเกษตรกรสูงวัยที่มีภาระหนี้ กลุ่มรายย่อยที่ยังสามารถประกอบอาชีพต่อได้ กลุ่มเชิงพาณิชย์ที่แข่งขันในตลาดโลก และกลุ่มที่มีศักยภาพเข้าสู่ตลาดพรีเมียมและการแปรรูป โดยจะออกแบบมาตรการและเครื่องมือสนับสนุนแบบจำเพาะกลุ่ม

ส่องนโยบายเกษตร ‘พรรคประชาชน’ มุ่งเพิ่มผลผลิต – ลดต้นทุน ชงเพิ่มรายได้เกษตรกร

สำหรับมาตรการเร่งด่วน กลุ่มเกษตรกรสูงวัยจะเน้นการแก้ปัญหาหนี้สินเกษตรกรสูงวัยที่มีอายุมากกว่า 70 ปี จะยกหนี้ให้ ส่วนเกษตรกรที่มีการจ่ายหนี้เกินเงินต้นแล้วจะยกหนี้ให้เช่นกัน

 ขณะที่กลุ่มรายย่อยจะได้รับการสนับสนุนระบบน้ำรายละ 50,000 บาท เงินช่วยปรับเปลี่ยนพืช 2,000 บาทต่อไร่ และส่งเสริมการปลูกไม้ยืนต้นเป็น “เงินออม” 30,000 บาทต่อไร่ รวมถึงคูปองลดการเผา การใช้ปุ๋ยอย่างแม่นยำ 500 บาทต่อไร่ การปลูกพืชหมุนเวียน 1,000 บาทต่อไร่ และการสนับสนุนทำมาตรฐานการผลิต 5,000 บาทต่อราย

ในระยะ 4 ปี พรรควางแผนปฏิรูปทั้งระบบ ตั้งแต่พันธุ์พืช ดิน น้ำ มาตรฐานการผลิต งานวิจัย การแปรรูป ไปจนถึงการใช้ดิจิทัลติดตามและประเมินผล โดยใช้งบประมาณจากการปรับย้ายงบช่วยเหลือเดิมประมาณ 50,000–100,000 ล้านบาทต่อปี พร้อมกำหนดตัวชี้วัดเชิงตัวเลข เช่น ผลผลิตเพิ่ม 5% ต้นทุนลด 10% รายได้เกษตรกรเพิ่ม 10% และลดสัดส่วนครัวเรือนเกษตรยากจนลง 10%

ด้านการแก้ปัญหาการเผาในภาคเกษตร พรรคเสนอให้แยกมาตรการตามชนิดพืช เพื่อให้ปฏิบัติได้จริง เช่น ข้าวสนับสนุนผู้ให้บริการทางการเกษตรไถกลบตอซังพร้อมแรงจูงใจ 250 บาทต่อไร่ อ้อยสนับสนุนเครื่องจักรหลังเก็บเกี่ยว และข้าวโพดลงทุนวิจัยเครื่องจักรสำหรับพื้นที่ลาดชัน โดยยึดหลัก “ให้ตลาดรองรับก่อน แล้วค่อยขยายการบังคับใช้” และจัดลำดับการใช้เศษพืชจากมูลค่าสูงไปต่ำ พร้อมตั้งเป้าลดการเผาให้เข้าใกล้ศูนย์ภายใน 2–3 ปี

ในมิติการค้าโลก พรรคเลือกห่วงโซ่ “ข้าว” เป็นตัวตั้ง เสนอปรับตำแหน่งข้าวไทยให้พ้นจากตลาดสินค้าโภคภัณฑ์ ผ่านบทบาทด้านความมั่นคงทางอาหาร ข้าวคาร์บอนต่ำ ข้าวพรีเมียม และการแปรรูปสู่สินค้ามูลค่าสูง ขณะเดียวกัน เสนอคูปองสนับสนุนค่าตรวจรับรองมาตรฐาน เช่น GAP หรือเกษตรอินทรีย์ รายละ 5,000 บาท พร้อมพัฒนาระบบนิเวศผู้ตรวจรับรองให้มีการแข่งขันและป้องกันการสวมสิทธิ์

พรรคประชาชนยังเสนอปรับโครงสร้างงบประมาณในกรอบ “เลิก/ลด–เพิ่ม/ลงทุน” โดยลดเงินอุดหนุนแบบให้เปล่าขนาดใหญ่ และเพิ่มการลงทุนด้านสิทธิในที่ดิน ผ่านกองทุนพิสูจน์สิทธิวงเงิน 10,000 ล้านบาท ตั้งเป้าแก้ปัญหาให้แล้วเสร็จภายใน 4 ปี ควบคู่การลงทุนปรับปรุงคุณภาพดิน และสร้างรายได้จากสิ่งแวดล้อมผ่าน 4 ช่องทางหลัก เพื่อยกระดับรายได้และความมั่นคงของเกษตรกรอย่างยั่งยืน