"ผลการเลือกตั้งทั่วไปปี 2569" อย่างไม่เป็นทางการ ณ เวลา 20.30 น.วันที่ 8 ก.พ. 2569 พรรคภูมิใจไทย มีคะแนนนำมาเป็นอันดับ 1 โดยได้ที่นั่ง สส.รวม 187 แบ่งเป็น สส.เขต 166 คน และบัญชีรายชื่อ 21 คน
สำหรับ นโยบายแก้หนี้-ลดค่าครองชีพ ของพรรคภูมิใจไทย ก่อนหน้านี้นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คลัง ในฐานะผู้ที่ถูกวางตัวเป็นหัวหน้าเศรษฐกิจของรัฐบาลภูมิใจไทยในสมัยต่อไป ได้เปิดเผย แนวนโยบายแก้ไขปัญหาหนี้สิน และลดค่าครองชีพให้ประชาชนของพรรคภูมิใจไทย ที่จะดำเนินการหากได้เป็นรัฐบาลในสมัยต่อไป ดังนี้
1.นโยบาย คนละครึ่งพลัสเฟส 2 เป็นนโยบายที่พรรคภูมิใจไทยจะเข้ามาสานต่อทันทีหากเป็นรัฐบาล โดยใช้งบกลางฯปี 2569 ที่เหลืออยู่ประมาณ 3 หมื่นล้านบาท อย่างไรก็ตามจากข้อจำกัดในเรื่องบประมาณรูปแบบนั้นอาจทำในส่วนที่ให้กับกลุ่มตกหล่นก่อนตามที่รัฐบาลมีนโยบายไว้ก่อนหน้านี้
2.การเดินหน้าต่อในเรื่องนโยบายการแก้หนี้ โดยแก้ไขหนี้เสียภาคประชาชน โดยนโยบายการจัดการหนี้จะเดินหน้าโครงการ "ปิดหนี้ไว ไปต่อได้ Plus" สำหรับคนที่มีหนี้เสีย (NPL) วงเงินต่ำกว่า 1 แสนบาท
โดยใช้เงินกองทุนฟื้นฟูสถาบันการเงิน (FIDF) เข้ามาช่วยปรับโครงสร้างหนี้ควบคู่กับการให้ความรู้ทางการเงินซึ่งเป็นโครงการที่จะเข้ามาทำต่อเนื่องโดยมีเป้าหมายแก้หนี้สินให้กับประชาชนที่มีหนี้ NPL ต่ำกว่า 1 แสนบาท มีเป้าหมาย 1.3 ล้านคน
และขยายไปยังโครงการ โครงการกลไกการค้ำประกันสินเชื่อ หรือ “SME Credit Boost” เพื่อสนับสนุนการปล่อย ‘สินเชื่อใหม่’ ในปี 2569 โดยคณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุมัติขยายเวลาลดวงเงินนำส่ง FIDF เป็นระยะเวลาอีก 1 ปี จาก 0.46% ต่อปี เหลือ 0.32% ต่อปี สำหรับรอบการนำส่งเงินประจำปี 2569 เพื่อเป็นแหล่งเงินในโครงการรวมวงเงิน 23,400 ล้านบาท
3.นโยบายค่าไฟฟ้า 3 บาทต่อหน่วย สำหรับครัวเรือนที่ใช้ไฟฟ้าไม่เกิน 200 หน่วยต่อเดือน ใช้วงเงินประมาณ 6.3 หมื่นล้านบาทต่อปี





